โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดอะไรขึ้น? ‘นักวิ่งบอตสวานา’ โดนปรับแพ้แล้ว หลังทำท่านี้ใส่คู่แข่ง

WeR NEWS

เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 06.53 น.

เซพิโซ มาเซลาเล (Tshepiso Masalela) นักวิ่งชาวบอตสวานา ถูกตัดสิทธิ์จากข้อหา “แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางกีฬา” ทั้งที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกและทำลายสถิติประเทศ ในการแข่งขันรายการโอเลน โคเปอร์นิคัส คัพ (Orlen Copernicus Cup) ที่เมืองโทรุน ประเทศโปแลนด์

การแข่งขันดังกล่าวเป็นสนามสุดท้ายของซีรีส์เวิลด์ แอธเลติกส์ อินดอร์ ทัวร์ โกลด์ (World Athletics Indoor Tour Gold) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีนักกีฬาหลายรายทำลายสถิติประเทศของตนเอง

ภาพจาก X @le_Parisien

มาเซลาเล วัย 26 ปี ลงแข่งขันระยะ 1,500 เมตรในร่มเป็นครั้งแรก และเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 3:32.56 นาที ทำลายสถิติประเทศบอตสวานา และขยับขึ้นอันดับ 14 ตลอดกาลในสถิติอินดอร์

อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงเส้นชัยไม่นาน เขาได้ทำท่าทางลักษณะ “ยิงปืน” ใส่ อาเซดดีน ฮับซ์ (Azeddine Habz) นักวิ่งชาวฝรั่งเศส ระหว่างช่วงทางตรงสุดท้าย ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเข้าข่าย “unsportsmanlike behaviour” และเป็นการละเมิดกฎ TR 7.1 ของสหพันธ์กรีฑาโลก

แม้มาเซลาเลจะยื่นอุทธรณ์ แต่คำร้องถูกปฏิเสธ ทำให้ฮับซ์ ซึ่งเข้าเส้นชัยช้ากว่าเพียง 0.01 วินาที ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะอย่างเป็นทางการ ด้วยเวลา 3:32.56 นาที นับเป็นสถิติเร็วที่สุดอันดับสามของโลกในปีนี้ โดยมีซามูเอล แชปเปิล (Samuel Chapple) และซามูเอล พีห์ลสตรอม (Samuel Pihlström) ตามมาในอันดับสองและสาม ซึ่งทั้งคู่ทำสถิติประเทศในระยะสั้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยเหตุผลที่ชัดเจนว่าเหตุใด มาเซลาเลจึงแสดงท่าทางดังกล่าวใส่คู่แข่งในช่วงก่อนเข้าเส้นชัย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...