ปธ.ทวงหนี้ประกันสังคม แจงไม่ใช้ไม้แข็งทวงหนี้ เหตุห่วงกระทบลูกจ้าง
ปธ.ทวงหนี้ประกันสังคม เผยเหตุไม่ใช้ไม้แข็งทวงเงิน ห่วงกระทบลูกจ้าง-ร.ร.เอกชนกว่าพันแห่งอาจไร้งบซื้ออาหารกลางวัน
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานใหญ่ประกันสังคม นายจตุรงค์ ไพรสิงห์ คณะกรรมการประกันสังคมและประธานอนุกรรมการติดตามหนี้ค้างชำระ สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีการตัดหนี้สูญของนายจ้างภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ ว่า สถานะของ“หนี้ค้างชำระ” ในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย ภาคเอกชนประมาณ 64,000 ราย วงเงิน 6,200 ล้านบาท หน่วยงานราชการที่มีลูกจ้าง 4,111 ราย วงเงิน 27 ล้านบาท และหนี้สะสมจากภาครัฐในอดีตอีกกว่า 48,000 ล้านบาท ขอย้ำว่า การ“ตัดหนี้สูญ” ตามระเบียบข้อ 26 เป็นเพียงกระบวนการ“รับรู้ทางบัญชี” เพื่อให้งบการเงินสะท้อนความเป็นจริงในกรณีที่ลูกหนี้ไม่มีตัวตนแล้ว เช่น ล้มละลาย เลิกกิจการ หรือสาบสูญ
แต่ในทางปฏิบัติ “หนี้ยังไม่หายไปไหน” เจ้าพนักงานยังคงมีหน้าที่ติดตาม ทวงถาม และสืบทรัพย์บังคับคดีอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดอายุความ 10 ปี หากพบว่าลูกหนี้มีการซุกซ่อนทรัพย์สินหรือกลับมาประกอบกิจการใหม่ภายใต้นอมินี ประกันสังคมจะเข้าอายัดทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ในส่วนของมาตรการบังคับใช้กฎหมาย นายจตุรงค์ ยอมรับว่า ต้องใช้หลักนิติศาสตร์ควบคู่กับรัฐศาสตร์ เนื่องจากบริบทของลูกหนี้แต่ละกลุ่มมีความเปราะบางต่างกัน เช่น กรณีสถานประกอบการประเภทโรงเรียนเอกชนเกือบ 1,000 แห่ง หรือโรงพยาบาลที่ค้างชำระ
หากประกันสังคมใช้อำนาจสั่งอายัดบัญชีเงินฝากทั้งหมดเพื่อชำระหนี้ทันที จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อส่วนรวม เช่น โรงเรียนจะไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน หรือโรงพยาบาลอาจขาดสภาพคล่องในการจัดซื้อเวชภัณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นายจตุรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในส่วนของภาคเอกชนที่ยังดำเนินกิจการอยู่ สปส. มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้และการผ่อนชำระมากกว่าการบีบให้ล้มละลาย หาก สปส. ใช้วิธียึดเครื่องจักรหรือสั่งปิดกิจการ ลูกจ้างในระบบจะตกงานทันที ซึ่งจะส่งผลเสียย้อนกลับมาที่กองทุนประกันสังคมเอง เนื่องจากต้องควักเงินจ่ายชดเชยกรณีว่างงานในอัตราสูงถึง 60% ของค่าจ้าง สูงสุด 9,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงกว่าเงินสมทบที่ค้างชำระเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับกลยุทธ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประกันสังคมสามารถเรียกเก็บหนี้คืนจากทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานราชการได้แล้วกว่า 12,500 ล้านบาท โดยเฉพาะหนี้จากหน่วยงานรัฐที่มักติดขัดเรื่องกระบวนการงบประมาณประจำปี ซึ่งต้องรอการเบิกจ่ายตามรอบของกรมบัญชีกลางยืนยันว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบพัสดุและการงบประมาณอย่างโปร่งใส เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนและเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปธ.ทวงหนี้ประกันสังคม แจงไม่ใช้ไม้แข็งทวงหนี้ เหตุห่วงกระทบลูกจ้าง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th