โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทย ยันคลิปเสียง “ประกาศศักดา” เป็นเสียงจริง ไม่ใช่ AI จี้ กกต. เร่งสอบ ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

The Better

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 04.55 น. • THE BETTER
เพื่อไทย แถลงโต้คลิปเสียง “ประกาศศักดา” อ้างเป็น AI  ย้ำคลิปข่มขู่โยงงบประมาณพื้นที่กาญจนบุรีเป็นเสียงบุคคลจริงระดับ “บิ๊ก” ส่งเรื่องให้ กกต. ไต่สวนทันที เตือนอาจลุกลามถึงขั้นยุบพรรค

พรรคเพื่อไทยแถลงข่าวกรณีคลิปเสียงปริศนา “ประกาศศักดา” ซึ่งมีลักษณะข่มขู่และอ้างอิทธิพลด้านงบประมาณในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ภายหลังคู่กรณีอ้างว่าเป็นเสียงที่สร้างจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยยืนยันชัดเจนว่าเป็นเสียงจริง พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง

การแถลงข่าวนำโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 5 และ “สจ.ตูน” นายอานนท์ ถนอม ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นผู้บันทึกคลิปเสียงดังกล่าว ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน

นายอานนท์ยืนยันว่าเป็นผู้บันทึกเสียงคลิปดังกล่าวด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะอยู่กับอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีการโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยในลักษณะชักชวนปนข่มขู่ และมีการเอ่ยชื่อบุคคลอย่างชัดเจน จึงยืนยันได้ว่าเป็นเสียงของบุคคลจริงระดับ “บิ๊ก” ไม่ใช่เสียงจาก AI แต่อย่างใด ทั้งนี้สาเหตุที่ตัดสินใจบันทึกเสียงไว้ เนื่องจากในพื้นที่มีข่าวลือเกี่ยวกับการคุกคามทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันตัวเองและใช้เป็นหลักฐานในอนาคต

ด้านนายพนม โพธิ์แก้ว ระบุว่า เนื้อหาในคลิปส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบรรยากาศการเลือกตั้งและคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย โดยมีการกล่าวอ้างว่าหากประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยจะต้องไปเป็นฝ่ายค้านและไม่ได้รับงบประมาณพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการใช้ถ้อยคำรุนแรงพาดพิงพรรคการเมืองอื่นว่า “ใจดำ” ซึ่งสร้างความสับสนและความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก พร้อมชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73

ขณะที่นายชูศักดิ์กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีมติส่งเรื่องดังกล่าวให้ กกต. ดำเนินการไต่สวนสอบสวนโดยทันที พร้อมย้ำว่าหากพรรคต้นสังกัดของเจ้าของเสียงรับรู้พฤติกรรมดังกล่าวแต่ไม่ดำเนินการระงับหรือแก้ไข อาจมีความผิดเชื่อมโยงไปถึงขั้นรุนแรงตามกระบวนการกฎหมาย รวมถึงการยุบพรรคในอนาคตได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...