โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฮูหยินแสนร้ายของท่านแม่ทัพ [ มี E-Book ]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 พ.ย. 2566 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2566 เวลา 10.09 น. • สตรีไร้เงา
เกิดใหม่ทั้งทีไยนางต้องมาเกิดในร่างของคุณหนูจิตใจดีมีเมตตาที่มีสามีแล้วด้วย เจ้าของร่างเดิมขอให้นางพลิกชะตาชีวิตตน ได้ !!! นางร้ายอย่างนางจะตามคิดบัญชีกับคนที่คิดร้ายให้หมดเลยคอยดู

ข้อมูลเบื้องต้น

‘ไป๋หยู่ถง’ หญิงสาวร่างบางแข็งแกร่ง เป็นสายลับยอดฝีมือทำงานให้กับองค์กรใต้ดิน หยู่ถงมักจะฝันถึงผู้หญิงใส่ชุดโบราณทุกครั้งที่ทำภาระกิจเสี่ยงอันตรายกลับมา ภาพในความฝันจะเป็นภาพเดิมอยู่ซ้ำๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็มีหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับหยู่ถงไม่มีผิด จะต่างก็แค่ตรงนิสัยที่ไม่เด็ดเดี่ยว ปากร้าย จิตใจโหดเหี้ยมเหมือนหล่อน

วันหนึ่ง หยู่ถงได้รับภาระกิจจากองค์กรให้ไปตามสืบที่เก็บซ่อนของหยกโบราณราคาหลายหมื่นล้าน แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น องค์กรคิดที่จะหักหลังสั่งคนให้มาตามเก็บหล่อน หยู่ถงวิ่งหนีสุดชีวิต ไม่มีทางรอดจึงยอมกระโดดตึกปริดชีพตัวเอง หล่อนจะไม่ยอมตายด้วยน้ำมือของศัตรู

ฟ้าเหมือนจะเล่นตลกกับหยู่ถง ให้หล่อนมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้แสนดีที่ถูกกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา ที่น่าขัน หล่อนคือฮูหยินของแม่ทัพจอมเย็นชาที่ชาวบ้านเลื่องลือกันว่าเป็นแม่ทัพที่โหดเหี้ยมที่สุดในแคว้น … ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ได้เกิดใหม่ทั้งที หล่อนจะขอคิดบัญชีกับคนที่คิดร้ายกับตนให้สาสม

แท้งบุตร

… ยอดบนหอคอย …

หญิงสาวสวมชุดสีดำมิดชิด ปกปิดใบหน้าเรียวสวยบุกเข้าไปสถานที่ที่มีความปลอดภัยแน่นหนา ภาระกิจในครั้งนี้ของหล่อนคือแจ้งพิกัดหยกโบราณที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลล่าร์ให้กับองค์กรลับใต้ดิน

ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเจาะระบบระหัสความปลอดภัยเข้าไปข้างในได้อย่างไม่ต้องสงสัย ดวงตาคู่สวยค่อยๆ มองสำรวจดูรอบๆ ห้องนิรภัยว่ามีบางอย่างผิดแปลกไปหรือไม่ เห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เท้าเล็กจึงค่อยๆ เดินตรงไปที่ตู้กระจกที่อยู่ตรงหน้า

หล่อนจ้องมองหยกสีเขียวขุ่นเล็กๆ ที่อยู่ใต้กระจกนั้น แววตาถึงกับเป็นประกายทันที ก่อนที่จะแจ้งพิกัดให้กับองค์กรทราบ หล่อนได้ทำการขโมยหยกนั่นออกมาก่อนจะวางหยกปลอม ที่ได้ให้น้องชายทำขึ้นมาใหม่ไว้แทนที่

“ไม่คิดว่าหยกเล็กๆ แค่นี้จะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านนะเนี่ย เฮ้อ ~ รวยแล้วเรา”

หล่อนจ้องมองดูหยกก่อนจะเก็บหยกนั้นไว้ในถุงมือแล้วกดปุ่มส่งสัญญาณเตือนแจ้งพิกัดให้องค์กรทราบตำแหน่งที่อยู่ … ไม่นาน คนขององค์กรก็บุกเข้ามา แต่ที่น่าแปลกไม่ใช่คนขององค์กรชุดเดิม

“ฉันมาเอาหยกกลับไปให้ท่านเผิง” ชายร่างกำยำ หน้าตาคมเข้มเอ่ยขึ้นเดินถือปืนมาหยุดอยู่ตรงหน้าหล่อน

“นายเป็นใคร? ท่านเผิงไม่ได้บอกฉันนิว่าจะให้ทีมใหม่มารับหยกแทน”

ดวงตากลมโตจ้องมองชายร่างกำยำที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไอสังหาร ดวงตาคู่สวยมองผ่านคนชุดดำนั่นอย่างละเอียด ในหัวเกิดความสงสัยขึ้น แต่ก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด องค์กรส่งคนมากำจัดตน !!!

ปัง ปัง ปัง !!! มือเล็กหยิบปืนคาดอยู่ที่เอวขึ้นมาก่อนจะยิงใส่กลุ่มชุดดำที่อยู่ตรงหน้า มือข้างช้ายแย่งปืนจากชายร่างกำยำมาแล้ววิ่งออกไปจากที่ตรงนั้น

ลูกน้องของชายร่างกำยำเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามมาติดๆ ระหว่างที่วิ่งหนีเอาตัวรอดอยู่นั้น หล่อนก็ได้หยิบเอาหยกขึ้นมาแล้วซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย ที่ที่มีเพียงน้องชายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้

แต่ … โชคกลับไม่เข้าข้าง หล่อนวิ่งมาเจอทางตัน ข้างหน้าคือหอคอยชั้นบนสุด ข้างล่างคือถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งผ่านไปมา หากร่วงตกลงไปศพคงไม่สวยเป็นแน่

“หยู่ถง !!! เธอหนีไม่รอดหรอก!!! ยอมตายซะดีๆ !!! ไม่ว่ายังไงท่านเผิงก็ไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่!!!”

ชายร่างกำยำคนนั้นที่พึ่งวิ่งมาถึงเป็นคนเอ่ยขึ้น หล่อนทำงานให้กับองค์กรมานานสิบกว่าปี สิ่งที่ได้รับกลับคือการหักหลัง เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้หล่อนตกใจเลยแม้แต่น้อย เพราะหยู่ถงรู้แผนการของท่านเผิงก่อนแล้ว

“เหอะ !!! ฉันไม่ยอมตายด้วยน้ำมือของพวกแกหรอก!!! แกคิดเหรอว่าหยกที่พวกแกตามหาคือหยกจริงๆ น่ะ ต่อให้ฉันตายไป!!! พวกแกก็จะไม่มีวันรู้ว่าหยกจริงๆ อยู่ที่ไหน!!!”

สิ้นประโยค หยู่ถงก็กระโดดจากหอคอยลงไป หล่อนเลือกที่จะปลิดชีพตัวเองลงตรงนี้ ในเมื่อองค์กรไม่ต้องการตนแล้ว หากอยู่ไปชีวิตของตนก็จะไม่มีวันสงบสุข หากชาติหน้ามีจริงขอให้ตนได้เกิดในครอบครัวที่ดี มีชีวิตดีๆ ที่ไม่ต้องไปเข่นฆ่าใครอีก

ทว่า … เมื่อร่างของหยู่ถงกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้น ก็มีหญิงสาวคนนึงสวมชุดโบราณเหมือนที่หล่อนมักจะฝันถึงปรากฎอยู่ตรงหน้า ภาพในความฝันพรั่งพรูเข้ามาในหัวไม่หยุด

“ข้าฝากให้เจ้าดูแลคนรักของข้าให้ดีด้วย”

“ชะตาชีวิตข้าสิ้นแล้ว ข้าไม่อาจกลับไปได้อีกแล้ว”

“และนี่คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้เจ้า เปลี่ยนชะตาชีวิตข้าทีเถิด”

ผู้หญิงคนนั้นสวมแหวนในมือให้หยู่ถง แล้วภาพก็ค่อยๆ เลือนหายไป … ทำไมคำพูดคำจาของผู้หญิงคนนั้นถึงได้แปลกๆ นะ ตนกำลังจะตายอย่างงั้นเหรอ ? แล้วผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใครกัน ทำไมหน้าตาถึงได้เหมือนหล่อนเช่นนั้น? ก่อนที่หยู่ถงจะหมดสติไปก็เห็นแสงสว่างจากฟากฟ้าส่องลงมาที่ตน แล้วหล่อนก็ไม่รับรู้ถึงอะไรอีกเลย

… ชายแดนแคว้นหยงชิงและแคว้นเหออัน …

ศึกสงครามระหว่างสองแคว้นหยงชิงและแคว้นเหออันที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น มีบุรุษผู้นึงร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้ม กำลังมีสีหน้าที่เคร่งเครียด สามวันแล้วที่เขาข่มตาหลับไม่ลง สถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้เขาจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไรดี

“ท่านแม่ทัพขอรับ สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้วขอรับ เหออันสูญเสียกองกำลังทหารไปกว่าห้าพันนาย ถือว่าเป็นข่าวดีของวันนี้ขอรับ”

ลู่หานคนสนิทของ ‘เฉิ่นมู่หยาง’ ที่คอยติดตามเขามานานหลายปี เดินเข้ามารายงานถึงสถานการณ์ที่อยู่เขตชายแดน หากเป็นอย่างที่ลู่หานบอกกับตน อีกไม่นานพวกเขาก็จะรู้ได้ว่าฝ่ายใดจะได้ชัยชนะกลับไป

“อย่างนั้นหรือ?! ดี ~ ดีเยี่ยม ~ ใช้กลยุทธ์เดิมที่บุกโจมตีในวันแรก”

“ขอรับ มีข่าวที่จวนเฉิ่นส่งมาขอรับ ฮูหยินถูกวางยาพิษจนแท้งบุตร ตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤตขอรับ”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ?!!! หยู่ถงแท้งอย่างนั้นหรือ?!!!”

เรื่องนี้ทำให้มู่หยางถึงกับแน่นิ่งไป นางตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือ? ไยตนถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน หนึ่งเดือนแล้วที่เขานำทัพออกรบไม่ได้ส่งข่าวให้นางรู้เลย แม้ว่าจะเป็นสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ แต่นางก็คือผู้หญิงที่เขารักที่สุด

ท่านพ่อของนางคือแม่ทัพผู้เก่งกาจที่เสียสละชีวิตในศึกครานั้นเมื่อแปดปีก่อน นางต้องทนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากที่ท้ายจวน เมื่อคราที่มู่หยางได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพนำทัพออกศึกกวาดล้างกลุ่มโจรได้สร้างผลงานอันใหญ่หลวง มู่หยางจึงขอให้ฮ่องเต้มอบสมรสพระราชทานให้แก่ตนได้แต่งงานกับนาง เพียงเพราะเขาอยากจะช่วยให้นางหลุดพ้นจากชีวิตที่ลำบากที่ท้ายจวนนั่น

สามปีที่ใช้ชีวิตครองคู่อยู่ด้วยกันมา นางไม่เคยทำให้เขาต้องลำบากใจเลยสักครั้ง นางเป็นสตรีจิตใจดี มีคุณธรรม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ … นางกลับจิตใจดีเกินไปจนทำให้มู่หยางรู้สึกเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย แต่งงานสามปี มู่หยางมีเวลาให้นางนับครั้งได้ เรื่องที่นางตั้งครรภ์เขาไม่รู้เลยจริงๆ

“องค์ชายหวังจิ้งเสด็จมาหรือยัง ? ”

“องค์ชายกำลังเดินทางมาขอรับ”

“เตรียมม้า ข้าจะกลับไปที่เมืองเจ้อเจียง” มู่หยางเอ่ยเสียงเข้มก่อนจะเดินกลับไปที่พักของตน

สถานการณ์เริ่มดีขึ้น องค์ชายหวังจิ้งกำลังเสด็จมาที่นี่ ไม่มีอะไรให้เขาต้องเป็นกังวล ภายในใจมู่หยางตอนนี้เป็นห่วงสตรีที่กำลังอยู่ที่จวนยิ่ง ฝีมือผู้ใดกันที่คิดจะกำจัดนาง !!!

… ที่จวนสกุลเฉิ่น …

หญิงสาวร่างผอมบาง ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งกร้าน กำลังนอนไร้สติอยู่บนเตียงไม้ใหญ่ กลิ่นสมุนไพรปกคลุมทั่วทั้งห้อง เหล่าสาวใช้เดินถือถังน้ำเดินเข้าออกไม่หยุด มีเพียงสตรีนางนึงที่ยืนอยู่ไม่ไกล ผุดยิ้มที่มุมปากแสนจะชั่วร้าย

กลิ่นสมุนไพรฉุนแตะจมูก เปลือกตากลมโตค่อยๆ ขยับ ความรู้สึกแรกคือปวดระบมไปทั่วทั้งร่างกาย หยู่ถงพยายามลืมตาสำรวจดูรอบๆ ห้อง เปลือกตาคู่สวยขยับอยู่หลายครั้งจึงคุ้นชินกับแสงสว่างที่ส่องมา ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้หยู่ถงขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย ศรีษะปวดอย่างรุนแรง มือเล็กกุมขมับแน่นด้วยความเจ็บปวด

“โอ้ยยยยย” หยู่ถงร้องโอดโอยอย่างทรมาน ร่างกายช่วงล่างปวดแทบจะระเบิดออกมาได้

“ฮูหยินฟื้นแล้วเหรอเจ้าคะ ? บ่าวเป็นห่วงแทบแย่”

มีหญิงสาวอายุราวๆ สิบห้าหนาวถืออะไรบางอย่างอยู่ในมือรีบวิ่งมาดูอาการของหยู่ถงด้วยความเป็นห่วง อาการปวดศรีษะของนางรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความจำในอดีตผุดขึ้นในหัวนางไม่หยุด

‘คุณหนู ทำอย่างนั้นจะดีหรือเจ้าคะ เกิดแม่ทัพมู่หยางรู้เข้าจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ? ’

‘เจ้ากลัวอย่างนั้นหรือ?!!! นังหยู่ถงโง่จะตายจะรู้ได้อย่างไร?!!! จะให้นางตั้งครรภ์ไม่ได้!!!’

กว่าอาการปวดศรีษะจะหายไป ทำให้หยู่ถงแทบจะหมดสติอีกครั้ง นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เตียง สายตากวาดมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้ง

‘เดี๋ยวนะ นี่ฉันกำลังอยู่ที่ไหน อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนอื่นน่ะ ไม่ๆ มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงสิ แล้ว … ภาพที่ผุดมาในหัวฉันเมื่อกี้คือความจำของเจ้าของร่างเดิมเหรอ? ’

คิดได้เช่นนั้น หยู่ถงจึงรีบลุกจากเตียงทันที พึ่งจะก้าวขาลงจากเตียงก็ต้องล้มพับไปที่พื้น ร่างกายปวดระบมไปหมด โลหิตเริ่มไหลออกมาจากระหว่างขาเรียวสวย

“เรื่องบ้าอะไรเนี่ย !!!”

“ฮูหยินเจ้าคะ ระวังเจ้าค่ะ ร่างกายฮูหยินยังไม่แข็งแรง หมอสั่งห้ามไม่ให้ฮูหยินขยับไปไหนนะเจ้าคะ ? ”

เนี่ยนจินพยุงร่างบางกลับไปนอนพักที่เตียงเหมือนเดิม หยู่ถงจ้องหน้าเนี่ยนจินอย่างงงๆ พยายามนึกคิดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จะร้องก็ร้องไม่ออก หยู่ถงมองลงไปที่ระหว่างขาของตนอีกครั้ง

‘ฉันมาอยู่ในร่างผู้หญิงที่มีสามีแล้วอย่างงั้นเหรอ แล้วมาอยู่ในร่างผู้หญิงที่กำลังท้องเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว … ไม่สิ แท้งลูกแล้ว!!! ชิบหายแล้วไง’

“ฮูหยินสูญเสียเลือดไปมากต้องพักรักษาตัวนะเจ้าคะ บ่าวดีใจยิ่งที่ฮูหยินไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

“เอ่อคือ … เจ้าชื่อเนี่ยนจินใช่ไหม ? ”

“ใช่เจ้าค่ะ ฮูหยินจำบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะ ? ” เนี่ยนจินทำหน้าเศร้าๆ หยู่ถงถึงกับทำตัวไม่ถูก นางเกลียดผู้หญิงที่ทำตัวอ่อนแอและทำตัวน่ารักที่สุดเลย

“ไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าไปเอากระจกมาให้ข้าที” เนี่ยนจินรีบเดินไปเอากระจกมาให้นาง

หยู่ถงเห็นหน้าตัวเองในกระจกถึงกับอึ้ง ผู้หญิงในกระจกหน้าเหมือนตนยิ่ง สวยหวาน ปากเล็กบาง ผิวพรรณผ่องใส ดวงตากลมโตขนตางอนงาม นางงดงามราวกับเทพธิดาลงมาจุติ ที่น่าแปลก ไยถึงมีคนคิดที่จะทำร้ายนางกันนะ แล้วผู้หญิงที่นางเห็นในความฝันคือใครกัน

“เนี่ยนจิน ผู้หญิงที่ชื่อชินอี้เป็นผู้ใดกัน ? ก่อนที่ข้าจะมีอาการเช่นนี้ สาวใช้ของชินอี้เป็นคนนำแกงบำรุงมาให้ข้าใช่หรือไม่? ”

“ฮูหยิน คุณหนูชินอี้คือพี่สาวของฮูหยินเจ้าค่ะ ฮูหยินให้คุณหนูใหญ่เข้ามาอยู่ในจวนนี้ด้วยเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องแกงบำรุงอะไรนั่นบ่าวไม่รู้จริงๆ เจ้าค่ะ ฮูหยินทานแกงนั่นหรือเจ้าคะ ? ”

หยู่ถงเริ่มจะเข้าใจเรื่องราวของเจ้าของร่างเดิมขึ้นมาหน่อยแล้ว ที่เจ้าของร่างเดิมต้องมามีสภาพเช่นนี้ ต้องมีคนคิดร้ายเป็นแน่ แล้วเจ้าของร่างเดิมก็คือผู้หญิงที่นางเห็นก่อนที่นางจะสิ้นใจตาย … หากเป็นอย่างที่นางคิดจริง การเกิดใหม่ในครานี้ นางจะต้องพลิกชะตาชีวิตของเจ้าของร่างเดิม ผู้ใดคิดร้ายกับนาง นางจะเอาคืนอย่างสาสม หยู่ถงไม่สนว่าเดิมทีเจ้าของร่างเดิมเป็นผู้หญิงอย่างไร ในเมื่อนางเกิดใหม่มาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางก็จะเป็นผู้หญิงในแบบของตน

นางร้ายจะต้องสวยไว้ก่อน

เนี่ยนจินออกไปเตรียมยาและน้ำอุ่นมาให้หยู่ถง ระหว่างที่รอ หยู่ถงก็ได้นึกถึงความทรงจำเก่าๆ ของเจ้าของร่างเดิม แต่ที่น่าแปลก ในความทรงจำนั่นไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสามีของเจ้าของร่างเดิมเลยแม้แต่น้อย ยิ่งพยายามนึกคิด ศรีษะก็ยิ่งปวด ไม่อยากจะบังคับตัวเองอีก หยู่ถงจึงเดินไปหยิบเอากระดาษใบนึงมาแล้วจดยาสมุนไพรรักษาร่างกายไว้ให้เนี่ยนจินออกไปซื้อมาให้ตน

โชคดี เมื่อนางอยู่ในยุคก่อน นางได้เรียนรู้ยาสมุนไพรจากท่านปู่ หากพูดให้ถูกคือนางคลุกคลีกับยาสมุนไพรตั้งแต่เด็ก นางปรุงยารักษาโรคได้ ที่สำคัญนางเชี่ยวชาญปรุงยาพิษที่สุด ที่นางต้องมาเป็นสายลับและต้องรับงานสังหารพวกคนเลวก็เพราะนางอยากจะแก้แค้นให้กับพ่อแม่

พ่อกับแม่ถูกฆ่าตายเมื่อคราที่เดินทางไปคุยธุระกิจที่ต่างประเทศ นางกับน้องชายต้องกลายมาเป็นคนเร่ร่อน หากนางไม่ผันตัวทำให้มือตัวเองต้องเปื้อนเลือด ชีวิตของน้องชายต้องจบลงเป็นแน่ เกิดใหม่ในครานี้นางจะไม่เชื่อใจใครง่ายๆ อีก ยิ่งในยุคโบราณต้องยิ่งระวังตัวให้มาก ในยุคนี้เต็มไปด้วยเล่ห์กลอุบาย

เนี่ยนจินเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยยากลิ่นฉุนมาแต่ไกล ครานั้นนางเขียนยาเสร็จพอดี เห็นเนี่ยนจินเดินเอายามาวางไว้ข้างๆ เตียง สายตาคมจ้องมองถ้วยยาไม่ละสายตา ครู่นั้นริมฝีปากบางกระตุกยิ้มอย่างเย็นชา ในยานั่น … มียาพิษอ่อนๆผสมอยู่

“เนี่ยนจิน เจ้าไปซื้อยาตามที่ข้าจดมาให้ข้าที ต่อแต่นี้ไปข้าจะดื่มยาที่ข้าต้มเองเพียงเท่านั้น”

“แต่ ฮูหยินเจ้าคะ หมอสั่งไว้ว่าต้องดื่มยาที่หมอจัดให้เพียงเท่านั้นนะเจ้าคะ”

“อย่างนั้นหรือ ? หากข้าเป็นอะไรไป เจ้าจะรับผิดชอบหรืออย่างไร? ไปซื้อยาตามที่ข้าจดมาให้ข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะจับยาพวกนี้กรอกปากเจ้าเสีย!!!”

หยู่ถงขึงตาใส่ ทำให้เนี่ยนจินถึงกับกลัว ฮูหยินไม่เคยดุด่าต่อว่าตนเช่นนี้มาก่อน ไยครานี้ฮูหยินถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ แววตา กิริยาทีท่าต่างไม่เหมือนฮูหยินคนเดิม

“เจ้าค่ะฮูหยิน” เนี่ยนจินหยิบเอากระดาษที่นางยื่นให้แล้วรีบวิ่งออกจากจวนไปทันที คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเนี่ยนจิน ฮูหยินเป็นเช่นนี้ไม่ดีหรอกหรือ ทุกคนในจวนจะได้ไม่กล้ากลั่นแกล้งฮูหยินอีกต่อไป

เมื่อเห็นเนี่ยนจินออกไปแล้ว หยู่ถงจึงลุกขึ้นเดินสำรวจรอบๆ ห้อง ทว่าครู่นั้น นางก็ได้กลิ่นแปลกๆ จากสมุนไพรชนิดนึง เดินตามกลิ่นนั้นไปก็เห็นรากสมุนไพรนั้นอยู่ในซอกหลืบหลบตาคน ไม่คิดอะไรมาก หยู่ถงจึงหยิบเอารากสมุนไพรนั้นขึ้นมาดมดู

“หึ รากเกออย่างนั้นเหรอ ? ดูท่าแล้วฉันจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ง่ายแล้วสิ”

รากเกอคือยาพิษที่ไม่ได้ออกฤทธิ์เห็นผลในทันที แต่หากสูดดมกลิ่นของมันทุกวันจะทำให้ร่างกายอ่อนแอจนไม่อาจสามารถลุกเดินได้ หยู่ถงเก็บเอารากเกอไปทิ้งก่อนจะเดินกลับเข้ามาเปลี่ยนอาภรณ์แล้วนั่งไปที่โต๊ะเครื่องแป้งแต่งหน้าให้ตัวเองดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย นางรู้ว่าอีกไม่นานคนที่คิดร้ายกับนางในจวนนี้คงจะรู้ว่านางฟื้นขึ้นมาแล้ว คนๆ นั้นจะต้องมาหานางที่จวนเพื่อดูให้เห็นกับตาเป็นแน่ … หากเป็นดั่งที่นางคิดจริง นางก็จะขอแต่งตัวสวยๆ รอต้อนรับแล้วกัน

… จวนที่พักของชินอี้ …

ชินอี้กำลังนั่งส่องกระจกดูเงาตัวเองอย่างมีความสุข สุดท้ายแผนการที่ตนวางไว้ก็สำเร็จเสียที นางกำจัดขวากหนามชิ้นใหญ่ไปได้ ต่อแต่นี้ไป นางก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยที่ไม่มีขวากหนามค่อยทิ่มแทงหัวใจของตน

‘ไป๋ชินอี้’ คือบุตสาวคนโตของท่านแม่ทัพ ‘ไป๋หรานเทียน’ นางมีน้องสาวต่างมารดานั่นก็คือ ‘ไป๋หยู่ถง’ ท่านแม่ต้องมาจากไปเพราะแม่ของหยู่ถง ครอบครัวของนางเคยอยู่กันอย่างมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งท่านพ่อก็ได้มาบอกกับท่านแม่ว่าคราที่ไปออกรบที่ต่างเมือง ท่านได้ทำหญิงชาวบ้านท้องและท่านพ่อก็ต้องการแต่งผู้หญิงคนนั้นเข้าจวนมา สตรีผู้นั้นก็คือแม่ของหยู่ถง

ท่านแม่รักท่านพ่อมากกว่าสิ่งใด ท่านรับความจริงนี้ไม่ได้จึงล้มป่วยนานหลายปี สุดท้ายท่านแม่ก็ต้องมาจากไป ทิ้งให้นางต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ท่านพ่อออกรบไม่มีเวลาให้นางเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่กลับมาที่จวน ท่านพ่อมักจะไปเยี่ยมหยู่ถงก่อนที่จะมาเยี่ยมตน หากมิใช่เพราะแม่ของหยู่ถง ท่านแม่ก็คงไม่ต้องจากนางไปเช่นนี้

แม่ทัพมู่หยางคือรักแรกของชินอี้ แต่หยู่ถงกลับแย่งคนรักของนางไป หยู่ถงคือมารในชีวิตของชินอี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกำจัดหยู่ถงทิ้งเสีย ตำแหน่งฮูหยินท่านแม่ทัพต้องเป็นของนางเพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม จะไม่มีวันยอมให้หยู่ถงอยู่อย่างมีความสุขเป็นแน่

“คุณหนูเจ้าคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ !!!” โม่โฉวสาวใช้คนสนิทของชินอี้วิ่งตะโกนมาแต่ไกล ได้ยินเช่นนั้นนางก็รีบลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหาโม่โฉวทันที

“มีเรื่องอันใดหรือ ? เจ้าจะเอะอะเสียงดังทำกระไร? มีกระไรก็รีบๆ บอกข้ามา”

“คุณหนูรองเจ้าค่ะ คุณหนูรอง” โม่โฉววิ่งมาเหนื่อยๆ หายใจหอบพูดไม่เป็นภาษาคน คิ้วโก่งขมวดแน่นแววตากระตุกเล็กน้อย

“นังหยู่ถงเป็นอะไร ?!!!” ชินอี้หงุดหงิดจึงเอ่ยถามออกไป ในใจแอบเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย

“คุณหนูรองฟื้นแล้วเจ้าค่ะ”

“เจ้าว่ากระไรนะ !!!” ชินอี้ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตนพึ่งจะได้ยิน ยาพิษนั่นเป็นยาพิษหายากกว่าที่นางจะหามาได้ไม่ง่ายเลย ไยนังนั่นถึงรอดมาได้

“ตอนแรกบ่าวก็ไม่เชื่อหรอกเจ้าค่ะ เมื่อครู่บ่าวเดินผ่านจวนคุณหนูรองพอดี บ่าวเห็นคุณหนูรองเดินออกมาข้างนอกบ่าวถึงรู้ว่าคุณหนูรองฟื้นแล้วเจ้าค่ะ”

“กรี๊ดดดดดด เป็นไปได้อย่างไรกัน !!!” ไฟโทสะปะทุอีกครั้ง ชินอี้กำหมัดแน่นด้วยอารมณ์โกรธแค้น หากหยู่ถงยังไม่ตาย นางกับโม่โฉวต้องเดือดร้อนเป็นแน่

“คุณหนูรองยังให้บ่าวทำความสะอาดเก็บกวาดจวนใหม่หมดด้วยนะเจ้าคะ เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ หากคุณหนูรองนำเรื่องที่บ่าวเอาแกงบำรุงไปให้ไปบอกกับแม่ทัพมู่หยาง บ่าวต้องโดนลงโทษแน่เจ้าค่ะ”

ชินอี้ได้ยินเรื่องราวที่โม่โฉวเล่ามา นางก็เกิดความสงสัยภายในใจขึ้น ไยหยู่ถงต้องสั่งให้บ่าวเก็บกวาดจวนใหม่หมดด้วย ? เพียงได้ยินเรื่องที่หยู่ถงฟื้นขึ้นมานางก็แทบจะคุมสติอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้ว ในเมื่อวางยาพิษแท้งแล้วไม่ตาย นางคงต้องใช้ยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดกำจัดหยู่ถงเสียแล้ว นางจะปล่อยให้แม่ทัพมู่หยางรู้เรื่องที่นางวางยาแท้งบุตรของเขาไม่ได้

“เจ้าไปเตรียมยาบำรุงร้อนๆ มาให้ข้าที เราจะไปเยี่ยมนังหยู่ถงกัน”

“คุณหนูเจ้าคะ อย่าบอกนะว่า …”

“เจ้ารีบไปทำตามที่ข้าบอกเสีย จะให้มู่หยางรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เข้าใจหรือไม่ ?!!!”

โม่โฉวมีสีหน้าลำบากใจอยู่ไม่น้อย เจ้านายของตนมีนิสัยเป็นอย่างไรไยตนจะไม่รู้ แต่โม่โฉวก็ไม่อาจขัดคำสั่งของชินอี้ได้ รีบเดินไปที่ครัวต้มยาบำรุงทันที

ชินอี้เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบเอาห่อกระดาษเล็กๆ ออกมา วันนี้นางจะต้องกำจัดหยู่ถงให้ตายไปจากโลกนี้ให้ได้

หยู่ถงกำลังนั่งจิบชาอ่านตำราที่หน้าจวนคุมบ่าวเก็บกวาดจวนอยู่ ครู่นั้นก็เห็นเนี่ยนจินเดินถือห่อยาที่ตนบอกให้ไปซื้อมา ทำสีหน้างงๆ มองไปที่บ่าวกำลังเก็บกวาดอยู่

“ฮูหยินเจ้าคะ ในห้องมีอะไรหรือเจ้าคะ ? ไยบ่าวถึงต้องมาทำความสะอาดล่ะเจ้าคะ? ”

มือเรียวเล็กวางจอกน้ำชาลงอย่างเบามือ ใบหน้าเรียวหันไปมองเนี่ยนจินก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งว่า

“ข้ารู้สึกว่าข้างในสกปรกมีฝุ่นเยอะ ข้าจึงบอกให้บ่าวทำความสะอาดน่ะ”

หยู่ถงยื่นมือไปหยิบเอากาชาขึ้นมารินอย่างช้าๆ สายตาแอบมองกิริยาของเนี่ยนจินอยู่เป็นระยะ ตอนนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่อยู่เคียงข้างนาง นางจะคอยสังเกตุพฤติกรรมของคนๆ นั้น เพราะว่านางไม่ไว้ใจผู้ใดอย่างไรล่ะ

“ไยฮูหยินไม่บอกบ่าวล่ะเจ้าคะ นี่ยาเจ้าค่ะ ฮูหยินจะให้บ่าวไปต้มยาให้หรือไม่เจ้าคะ ? ”

“ไม่ต้อง ยานี่ข้าต้องดื่มในตอนดึกน่ะ เจ้านำยาไปเก็บไว้เถิด เมื่อใดที่ข้าต้องการดื่มข้าจะบอกเจ้าเอง”

“แต่ว่า …” เนี่ยนจินยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงของใครบางคนเอ่ยเสียงดังมาแต่ไกล

“ถงเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้วหรือ ? ข้าดีใจยิ่งที่เห็นเจ้าไม่เป็นอะไร”

หยู่ถงหันไปดูตามทิศทางของเสียงก็เห็นหญิงสาวตัวเล็กสวมชุดสีชมพูดอ่อน หน้าตาสะสวย เดินมาพร้อมกับสาวใช้ที่ถืออะไรบางอย่างอยู่ในมือ สายตาคมดั่งเหยี่ยวมองปาดเดียวก็รู้ว่าสตรีผู้นี้ไม่ได้มาดี นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าจะมาด้วยเล่ห์กลอุบายอะไร

“ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูใหญ่มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” เนี่ยนจินเห็นโม่โฉวถือถ้วยเล็กเดินตามชินอี้มาก็อดเป็นห่วงฮูหยินของตนไม่ได้

“ข้ารู้แล้ว เจ้านำยาไปเก็บก่อนเถิด” เนี่ยนจินลุกขึ้นเดินเอายาไปเก็บ สายตาของชินอี้มองไปที่ยาที่เนี่ยนจินกำลังถือเดินเข้าไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“ถงเอ๋อร์ เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ? ข้าเสียใจด้วยนะกับเรื่อง …” ชินอี้เดินเข้าไปจับมือเล็กเบาๆ

“ไม่ต้องเล่นละครเป็นนางเอกผู้น่าสงสารต่อหน้าข้า !!!” หยู่ถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง แล้วรีบชักมือกลับทันที

ชินอี้เห็นนางกระทำเช่นนั้นก็ตกใจไม่น้อย หันไปมองหน้ากับโม่โฉวอย่างอึ้งๆ หยู่ถงหันไปสนใจกาชาที่อยู่ตรงหน้าแทน แล้วรินชายื่นให้กับชินอี้

“ไยเจ้าถึงพูดจากับข้าเช่นนั้นเล่า ข้าเป็นห่วงเจ้ามากเลยนะถงเอ๋อร์ ข้าได้ยินบ่าวบอกกับข้าว่าเจ้าฟื้นแล้ว ข้าจึงให้โม่โฉวไปต้มยาบำรุงมาให้เจ้าน่ะ”

หยู่ถงเหลือบตาไปมองถ้วยยาที่อยู่ในมือของสาวใช้ นางจึงคลี่ยิ้มบางๆ ยกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น

“อย่างนั้นหรือ ? ท่านพี่มาดีหรือมาร้ายล่ะเจ้าคะ ท่านพี่เป็นห่วงข้าจริงๆ อย่างนั้นหรือ? ”

แววตาของชินอี้กระตุกวูบ นางไม่เคยมีกิริยาเช่นนี้กับตนมาก่อน ไยนางถึงได้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ หรือว่านางรู้อะไรบางอย่างเข้า ? ชินอี้พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เห็นแววตาที่เย็นชาของหยู่ถง ชินอี้รู้สึกว่านางไม่เหมือนหยู่ถงคนเดิมเลยแม้แต่น้อย

“ไยเจ้าถึงถามข้าเช่นนั้น ? ข้าคือพี่สาวของเจ้าข้าย่อมต้องเป็นห่วงเจ้าอยู่แล้ว ไยข้าจะต้องคิดร้ายกับเจ้าด้วยเล่า เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ? ถงเอ๋อร์”

ชินอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงศร้าสร้อย มองนางด้วยแววตาที่ผิดหวัง หยู่ถงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วหันไปจ้องหน้าชินอี้ด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก

“ท่านพี่คิดอย่างไรกับข้ามีเพียงท่านพี่ที่รู้ดีกว่าผู้ใด” เอ่ยจบหยู่ถงก็หันไปมองถ้วยยาอยู่ครู่นึง ก่อนจะจับเอาถ้วยยานั่นแล้วยื่นไปตรงหน้าชินอี้

นี่แค่บทสั่งสอน

“หากท่านพี่เป็นห่วงข้าจริง ท่านพี่ก็ดื่มยานี่เองสิเจ้าคะ”

หยู่ถงจ่อถ้วยยาอยู่ตรงหน้าชินอี้ มือเล็กที่อยู่ใต้อาภรณ์สั่นระริกด้วยความกลัว สายตาเลิ่กลั่กไปมา มองโม่โฉวอยู่เป็นระยะ ชินอี้ไม่รู้ว่าทุกกิริยาของตนตกอยู่ในสายตาของหยู่ถง ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มที่มุมปาก ที่นางคิดไว้ไม่มีผิด ชินอี้ผู้นี้หวังจะวางยาพิษกำจัดตนจริงๆ ด้วย

“ได้สิ มา ข้าดื่มเอง ข้าเสียใจนะที่เจ้าไม่เชื่อใจข้า” ชินอี้หยิบเอาถ้วยยานั่นไปดื่ม หยู่ถงขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือว่าในถ้วยยานั่นจะไม่มียาพิษอยู่จริงๆ

“คุณหนูเจ้าคะ” โม่โฉวมีอาการตกใจอยู่ไม่น้อย อยากจะเข้าไปห้ามไม่ให้เจ้านายของตนดื่มยานั่นก็ไม่กล้า กลัวจะทำแผนของเจ้านายตัวเองพังไม่เป็นท่า

“ข้าดื่มแล้ว ถงเอ่อร์ ทีนี้เจ้าเชื่อใจข้าแล้วหรือยัง ? ข้าตั้งใจให้โม่โฉวต้มยาบำรุงนี้มาให้เจ้าจริงๆ นะ”

ชินอี้วางถ้วยยาไว้ตรงหน้าหยู่ถง นางหยิบถ้วยยาขึ้นมาดมดู

‘ในถ้วยยานี้ไม่มีกลิ่นของยาพิษจริงๆ ด้วย แต่คุณปู่เคยบอกว่ามันจะมียาพิษอยู่จำนวนนึงที่จะไม่มีกลิ่น ไม่มีสี บางจำพวกก็ไม่อาจใช้เข็มตรวจยาพิษได้ แววตา กิริยาของผู้หญิงคนนี้ที่มองมาปลอมมาก ไม่ได้เป็นห่วงเลยสักนิด ทางที่ดี ป้องกันตัวเองไว้ดีที่สุด’

ชินอี้จ้องมองพฤกรรมแปลกๆ ของหยู่ถงไม่ละสายตา ในใจแอบสงสัยอยู่ไม่น้อยกับทีท่าเปลี่ยนไปของนาง มือเล็กวางถ้วยยาบำรุงลงไปที่โต๊ะเหมือนเดิมก่อนจะลุกขึ้นแล้วเอ่ยกับชินอี้ว่า

“อย่างที่ท่านพี่รู้ ข้าพึ่งผ่านความเป็นความตายมา ก่อนที่ข้าจะเป็นเช่นนี้ ข้าจำได้ว่าโม่โฉวสาวใช้ของท่านพี่เป็นคนนำแกงบำรุงมาให้ข้า”

โม่โฉวได้ยินเช่นนั้นถึงกับสะดุ้งโหยง ร่างกายสั่นกลัว ส่วนชินอี้ก็ตกใจไม่น้อย แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“ถงเอ๋อร์ เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว โม่โฉวคือสาวใช้คนสนิทของข้าที่คอยติดตามข้ามานาน นางรักเจ้าเหมือนอย่างที่ข้ารัก นางจะทำเช่นนั้นกับเจ้าได้อย่างไรกัน ? ”

หยู่ถงคลี่ยิ้มบางๆ แล้วหันไปมองที่หน้าจวน สายตามองบ่าวที่กำลังเก็บกวาดจวนอยู่อย่างใจเย็น

“อย่างนั้นหรือ ? ข้าอยากจะรู้เสียจริงว่าโม่โฉวนำแกงนั้นจากที่ใดมาให้ข้าดื่ม? ”

โม่โฉวรีบหันไปมองหน้าชินอี้ทันที ชินอี้จ้องหน้าโมโฉวเขม็งเหมือนเป็นการบอกว่าจะอ้างเหตุผลอย่างไรก็รีบๆ พูดไป หยู่ถงเห็นพวกเขาเลิ่กลั่กอยู่นานจึงเอ่ยขึ้นว่า

“โม่โฉว ที่เจ้าบอกข้าไม่ได้เพราะว่าแกงนั่นเจ้าเป็นคนต้มมาให้ข้าใช่หรือไม่ ? หากเจ้ายอมบอกความจริงกับข้า ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้า? ”

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าว …”

“ถงเอ๋อร์ โม่โฉวเป็นเพียงบ่าวไพร่มิอาจรู้เรื่องได้ เจ้าอย่าถือสาหาความนางเลย ในจวนนี้มีบ่าวตั้งมากมายมิรู้ได้ว่าเป็นผู้ใดที่อยากจะวางยาเจ้า”

ชินอี้รีบพูดแทรกทันที เท้าเล็กเตะโม่โฉวเบาๆ ก่อนจะส่งสัญญาณบอกให้โม่โฉวรีบปลีกตัวออกไปจากที่นี่ หากนางไม่มีหลักฐานก็ไม่อาจเอาผิดพวกเขาได้ นางพึ่งจะทะลุมาอยู่ในร่างนี้ด้วย ยังไม่รู้ว่าในจวนนี้มีผู้ใดบ้างนอกจากพวกเขาสองคน ข่มขวัญให้พวกเขากลัวนางเป็นการดีที่สุด

“คุณหนูรองเจ้าคะ บ่าวแค่ทำตามหน้าที่เจ้าค่ะ วันนั้นมีคนให้บ่าวนำยามาให้คุณหนูรอง บ่าวไม่เคยคิดร้ายกับคุณหนูรองเลยนะเจ้าคะ”

“อย่างนั้นหรือ ? เฮ้อ ~ เจ้าเล่นบทละครผู้น่าสงสารไม่เนียนเลยนะ ถ้าอย่างนั้นเจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนบอกให้เจ้านำยามาให้ข้า? ”

บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ชินอี้พยายามข่มอารมณ์โกรธไว้สุดฤทธิ์ ดูเหมือนหยู่ถงจะพยายามจับผิดตนให้ได้สินะ นางจะไม่ยอมให้โม่โฉวยอมรับผิดเป็นแน่

“ถงเอ๋อร์ ข้าผิดเองที่สอนบ่าวไม่ดี โม่โฉวก็แค่เป็นห่วงเจ้า …”

“พอๆ!!! ท่านพี่อย่ามาเสแสร้งทำตัวเป็นพี่สาวที่แสนดีต่อหน้าข้า!!!”

หยู่ถงไม่อาจทนเห็นพวกเขาสองคนเล่นบทผู้น่าสงสารต่อหน้าตนได้อีก รีบๆ จบเรื่องนี้จะดีที่สุดเพราะนางเริ่มรู้สึกว่าร่างกายจะไม่ค่อยดีแล้ว อาการแท้งช่างทรมานเสียจริง

“โม่โฉว มาตรงหน้าข้ามา” หยู่ถงเอ่ยเรียกโม่โฉวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น โม่โฉวมองหน้าชินอี้ก่อนจะเดินเข้าไปหาหยู่ถงอย่างกลัวๆ

เพลียะ !!! เพลียะ!!! ฝ่ามือเล็กตบไปที่ใบหน้าของโม่โฉวอย่างแรง รอยฝ่ามือแดงประทับอยู่บนแก้มทั้งสองข้าง ชินอี้ถึงกับอ้าปากค้างกับการกระทำเมื่อครู่ของนาง บ่าวที่กำลังเก็บกวาดจวนอยู่ก็ตกใจอยู่ไม่น้อย เนี่ยนจินที่พึ่งเดินกลับมาเห็นภาพเมื่อครู่ก็อึ้งไปหลายวิ หยู่ถงหยิบเอาผ้าบางใต้อาภรณ์ออกมาเช็ดมือเรียวของตนก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“นี่แค่สั่งสอนเจ้าเท่านั้น!!! เจ้ากล้าโกหกข้า!!! ตบแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับเจ้า!!!”

“ถงเอ๋อร์ ~”

“ท่านพี่ก็เหมือนกัน!!! หากไม่อยากถูกตบ ก็เงียบปากไว้แล้วเดินสวยๆ กลับจวนไปซะ!!! ข้าไม่ใช่หยู่ถงคนเดิมในเมื่อก่อนอีกแล้ว!!! ท่านพี่อย่าคิดร้ายกับข้าเลย!!!”

สายตาคมจ้องหน้าชินอี้อย่างเอาเรื่อง โม่โฉวได้แต่กุมหน้าน้ำตาตกในยืนอยู่ข้างๆ ชินอี้ ท่าทางของนางช่างน่ากลัวเสียจริง ชินอี้เห็นเช่นนั้นได้แต่ข่มอารมณ์ไว้แล้วรีบเดินกลับไปที่จวนของตน … เห็นพวกเขาทั้งสองเดินออกไป หยู่ถงจึงได้เรียกเนี่ยนจินที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกมา

“เจ้าไม่ต้องหลบแล้ว ออกมาเถิด” เนี่ยนจินเดินออกมาอย่างสั่นๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าฮูหยินของตนเสียด้วยซ้ำ

“ฮูหยินเจ้าคะ”

“เมื่อครู่เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ ? เจ้าคือสาวใช้คอยรับใช้ข้างกายข้า หากเจ้าคิดที่จะทรยศข้า เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? ”

เนี่ยนจินไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูด หยู่ถงนั่งลงไปเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ เนี่ยนจินจิบชาอย่างสบายใจ นางรู้ว่าคนอย่างชินอี้คงไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้แน่ เมื่อครู่เป็นเพียงแค่เตือน หากชินอี้ยังไม่ยอมนางก็เตรียมแผนไว้รับมือแล้วเช่นกัน

“ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพมู่หยางกำลังเดินทางกลับมาเจ้าค่ะ”

คิ้วคู่สวยขมวดเล็กน้อย แม่ทัพมู่หยางอย่างนั้นหรือ ? เขาเป็นผู้ใดกัน? หยู่ถงหันไปมองเนี่ยนจินเหมือนอยากจะถามออกไป แต่แล้วนางก็ต้องหยุดความคิดนั้นไว้ หากเกิดนางถาม เนี่ยนจินต้องสงสัยเป็นแน่ว่านางไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม

“อืม แล้วอย่างไร ? เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย? ” หยู่ถงเปลี่ยนจากถามตรงๆ เป็นถามแบบอ้อมๆ แทน เหล่าสาวใช้จะเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับเจ้านายของตนที่สุด หากถามเช่นนั้นพวกเขาจะไม่สงสัยเลย

“ฮูหยินยังโกรธท่านแม่ทัพอยู่หรือเจ้าคะ ? ท่านแม่ทัพรักฮูหยินมากเลยนะเจ้าคะ หากท่านแม่ทัพรู้ว่าบ่าวดูแลฮูหยินไม่ดีจนต้องแท้งบุตร ท่านแม่ทัพต้องลงโทษบ่าวเป็นแน่เจ้าค่ะ”

หยู่ถงหยุดชะงักกลางอากาศไปครู่นึง รักอย่างนั้นหรือ ? อย่าบอกนะว่าท่านแม่ทัพอะไรนั่นคือสามีของเจ้าของร่างเดิมน่ะ หากเขากลับมาที่นี่จริงนางจะทำอย่างไรกัน? ในความจำของนางไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป มีข้าอยู่ทั้งคนเจ้าจะกลัวกระไร ? ”

“แต่ว่าฮูหยินเจ้าคะ”

“ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้าพยุงข้าเข้าไปพักที” หยู่ถงลุกขึ้น เนี่ยนจินก็รีบวิ่งมาประครองนางทันที

ร่างบางเดินอย่างยากลำบาก นางไม่คิดเลยว่าเมื่อร่างกายโดนยาพิษจะปวดทรมานถึงเพียงนี้ เนี่ยนจินพยุงนางเดินไปพักที่เตียง สายตาของหยู่ถงเฝ้าดูบ่าวคนอื่นๆ ไม่ละสายตา ทว่าสายตาของนางก็สะดุดเข้ากับสาวใช้นางนึงที่ทำตัวไม่ปกติ สายตาเลิ่กลั่กแอบมองมาที่นางอยู่เป็นระยะ ทีท่าแบบนั้นคือคนที่กำลังทำอะไรผิดอยู่

“สาวใช้คนนั้นน่ะ มาหาข้าหน่อยสิ” หยู่ถงกวักมือเรียกสาวใช้คนนั้นมา ทุกคนต่างมองมาที่นางกันหมด เนี่ยนจินมองหน้าหยู่ถงด้วยความสงสัย

“เจ้าจะเดินมาหาข้าดีๆ หรือจะให้ข้าไปลากเจ้ามา !!!”

บ่าวคนอื่นๆ ที่กำลังทำความสะอาดอยู่ถึงกับกลัวไม่มีผู้ใดกล้าปริปากพูดเลยสักคน สาวใช้คนนั้นรีบเดินมาคุกเข่าลงตรงหน้านางทันที หยู่ถงมองสำรวจสาวใช้คนนั้นตั้งแต่ศรีษะจรดเท้าก่อนจะหันไปยิ้มให้กับเนี่ยนจิน

“เนี่ยนจิน !!! ค้นตัวนาง!!! ส่วนคนอื่นๆ ออกไปให้หมด!!!”

สาวใช้คนนั้นได้ยินถึงกับหน้าถอดสี ไม่รู้ว่าตัวเองทำพลาดหรืออย่างไร ไยฮูหยินถึงให้เนี่ยนจินมาค้นตัวตน สาวใช้คนนั้นรีบถอยห่างทันที

“ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวทำผิดอะไรหรือเจ้าคะ ? ไยถึงให้เนี่ยนจินค้นตัวบ่าวล่ะเจ้าคะ? ”

สาวใช้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ในใจแอบกลัวนางอยู่ไม่น้อย หยู่ถงไม่สนใจพยายามหยันร่างอันบอบบางของนางลุกขึ้นนั่ง เห็นเนี่ยนจินไม่ยอมขยับนางก็ได้หันไปจ้องหน้าเนี่ยนจินอย่างเคืองๆ

“เจ้าอยากรู้ว่าเจ้าทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ ?!!!เดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้!!! ไปค้นตัวนาง!!!”

เนี่ยนจินรีบเดินไปค้นตัวสาวใช้คนนั้นทันที สาวใช้มีทีท่าขัดขืนเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารของหยู่ถงที่มองมาจึงยอมให้เนี่ยนจินค้นตัวแต่โดยดี ในตัวของสาวใช้ผู้นั้นมีรากเกอที่ยังไม่ได้ซ่อนไว้ตามชอกมุมต่างๆ ภายในห้องนี้อยู่ เนี่ยนจินหยิบเอารากเกอมาให้นาง สีหน้าของสาวใช้ผู้นั้นถึงกับซีดเผือด

“ทีนี้เจ้ารู้แล้วหรือยัง ? หากเจ้ายอมบอกความจริงกับข้า ข้าจะไม่ลงโทษเจ้า”

“บ่าว … บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินโปรดให้อภัย”

“ข้าอยากรู้ความจริงเพียงเท่านั้น ผู้ใดสั่งให้เจ้านำรากเกอมาไว้ที่จวนของข้า ? ”

“คือว่า …” เห็นสาวใช้ไม่ยอมปริปากบอกความจริงกับตน หยู่ถงจึงได้หันไปบอกให้เนี่ยนจินจุดเทียนมาหนึ่งเล่มให้ตน

“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าพิษของรากเกอรุนแรงอย่างไรเมื่อสูดดมในระยะใกล้ๆ หากเจ้าไม่อยากจบชีวิตลงตรงนี้ก็รีบบอกข้ามา”

หยู่ถงหยิบเอาผ้าบางมาสองผืนแล้วยื่นให้เนี่ยนจินไปหนึ่งผืน นางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าสาวใช้คนนั้นก่อนจะเผารากเกออยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่รากเกอด้วยแววตาที่เย็นชา นางไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย คนที่คิดร้ายกับนาง นางไม่ปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว

“ฮูหยินเจ้าคะ แค่กๆ ” สาวใช้คนนั้นเริ่มจะหายใจติดขัด ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนลาง ร่างกายอ่อนแรง

“หากเจ้ายอมบอกความจริงข้ามา ข้าจะไม่ลงโทษเจ้า ข้าจะให้โอกาสเจ้าแก้ตัวมาเป็นสาวใช้ของข้า ถ้าหากเจ้าไม่ยอมบอกความจริงกับข้า ข้าจะทรมานเจ้าให้ตายอย่างช้าๆ ”

หยู่ถงจ่อรากเกอเข้าไปใกล้ตรงจมูกของสาวใช้คนนั้น เห็นสีหน้าไม่ค่อยดี นางจึงหันไปบอกให้เนี่ยนจินหยิบเอารากเกอมาให้นางอีกอัน

“บ่าวบอกแล้วเจ้าค่ะ” ริมฝีปากบางผุดยิ้มแล้วลุกขึ้นกลับไปนั่งสง่าอยู่บนเตียง

“ว่าอย่างไร ผู้ใดเป็นคนสั่งให้เจ้านำยาพิษเหล่านี้มาไว้ในจวนของข้า ? ”

“คุณหนูลู่จื้อเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้อยากจะทำเลยนะเจ้าคะ คุณหนูลู่จื้อให้คนจับครอบครัวบ่าวไปขังไว้ บ่าวถึงต้องทำเช่นนี้เจ้าค่ะ ฮูหยินโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย”

หยู่ถงหันไปมองหน้าเนี่ยนจินอย่างงงๆ ไม่ได้มีเพียงพี่สาวของนางสินะที่คิดร้ายกับนาง ยังมีอีกตัวละครที่โผล่มา ดูท่าแล้วชีวิตที่เหลือของนางอยู่ที่นี่คงไม่สงบเสียแล้ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...