เปลี่ยนข่าวลือให้เป็นรัก #ซีนเอาจริง
ข้อมูลเบื้องต้น
เมื่อแฟนที่คบกันมานานกว่า 3 ปี เชื่อข่าวลือและรูปถ่ายไม่กี่รูปมากกว่าเขา คนที่ซื่อสัตย์และไม่เคยผิดสัญญากับอีกฝ่าย
ซีนเลยตัดสินใจให้อีกคนเป็นแค่ "แฟนเก่า" และทำให้ข่าวลือมั่ว ๆ นั่นเป็นจริงมันซะเลย
แต่ใครจะไปคิดว่าการที่เขาประชดชีวิตแสนบัดซบและน่าเศร้าของตัวเองในคืนวันหนึ่ง อีกคนในข่าวลือร่วม…ดันเอาจริงยิ่งกว่าเขาซะอีก
"ไงผืนป่า สนใจเปลี่ยนข่าวลือให้เป็นเรื่องจริงด้วยกันไหม"
"ด้วยความยินดีครับผม"
ซีน
สรุปคนเอาจริงคือฉันหรือนายกันแน่วะเนี่ย
ผืนป่า
ให้ตายเถอะ อยู่ดี ๆ ก็อยากมีแฟนขึ้นมาซะงั้น
คิมหันต์
ไม่มีซีนไม่ได้หรอก
น่าน
ทำไมถึงเป็นน่านไม่ได้ มันมีอะไรดีงั้นเหรอ
⚠️ คำเตือน ⚠️
นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งหมด บุคคล สถานที่หรือเรื่องราวภายในเรื่อง ล้วนถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากปลายนิ้วทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ
เนื้อเรื่องจะเน้นความสัมพันธ์เป็นหลัก ไม่ได้เน้นการเรียนหรือสภาพแวดล้อมทั่วไปเท่าไหร่ เนื้อหาไม่ยาวมากอ่านเพลิน ๆ
นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของนักเขียนนามปากกา My feline / Lazy feline แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้เลียนแบบ แก้ไข หรือดัดแปลงนะคะ!
ฝากติดตามเพจ ติ๊กต็อกและทวิตเตอร์ (ที่ตอนนี้เป็น X หอยหลอดอะไรสักอย่างนะคะ ????)
Facebook :
https://www.facebook.com/profile.php? id=100089273931293&mibextid=LQQJ4d
Tiktok :
www.tiktok.com/@mysnbooboo
Twitter :
https://twitter.com/lazyfeline00
ตอนที่ 1.1 เลิกกัน
“ก็บอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นไง”
“เหรอ แล้วมันมีภาพกอดกันออกมาได้ไงถ้าไม่ได้ทำ!”
“กอด? ถามจริงนะ เขาเรียกพยุงไหม? นี่ก็ออกมาบอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะว่ามันไม่จริง”
“พยุง? แล้วทำไมต้องพยุง ไหนบอกว่าไม่ได้ออกไปไหนไงแต่บอกว่าเมาเนี่ยนะ ใครจะไปเชื่อ!”
ซีนยืนจ้องหน้าคู่สนทนาด้วยแววตานิ่งสงบ ดวงตาคู่สวยไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่นอย่างที่ควรจะเป็นตอนทะเลาะกับ ‘แฟน’ สักนิด มันมีแต่ความเรียบเฉยและเฉยชาจนถึงที่สุด คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเป็นผู้ชายที่ตัวสูงกว่าเขาไม่มากนัก ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายมีแววเย้ยหยันและเกรี้ยวโกรธ สายตาวาวโรจน์ที่จ้องมองมาเหมือนรังเกียจเหลือแสน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงอาการคลื่นไส้จนอยากจะขย้อนสิ่งที่กินเป็นมื้อเช้าออกมา
ถ้าใส่หน้ามันได้ก็คงจะดีเหมือนกัน
“ปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้ พึ่งโทรกลับมาตอนเที่ยงเนี่ยนะไม่มีอะไร? มันไม่ได้อยู่คอนโดนั้นด้วยซ้ำ!” ‘มัน’ ที่ถูกพูดถึงคือชายหนุ่มอีกคนที่ไม่ควรจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยสักนิด คนที่หวังดีกับคนเมาแต่อยู่ ๆ ก็กลายเป็นมือที่สามไปซะอย่างนั้น ซีนได้แต่บอกกับตัวเองว่าเขาจะต้องหาโอกาสไปขอบคุณและขอโทษคนคนนั้นสักครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้
“แบตหมด เมาและก็นอนไง ตอนโทรกลับมาทำไมไม่รับสายล่ะ” ซีนมอง ‘คิมหันต์’ แฟนหนุ่มที่เขาคบมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายด้วยสายตานิ่งสนิท คนตัวเล็กกว่าพูดออกไปอย่างใจเย็นไม่มีการใส่อารมณ์ลงไปสักนิด มีแต่คนทางนั้นที่ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งจะดังขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้คนที่อยู่รอบ ๆ เริ่มหันมาสนใจพวกเขากันหมดแล้ว
ก็คนดังนี่นะ
คิมหันต์เป็นคนดัง หนุ่มหล่อ บ้านรวย เรียนเก่ง ดูเข้าถึงง่าย ยังจะมีใครไม่ชอบอีกเหรอ อีกทั้งกลุ่มของเจ้าตัวก็เหมือนรวมตัวท็อปของสาขาไว้ทั้งหมด ส่วนเขาถึงแม้จะหล่อเหมือนกันแต่ด้วยความที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเลยทำให้ไม่มีเพื่อนมากนักถ้าเทียบกับอีกคน แสงไม่ได้ส่องมาที่เขามากเท่าชายหนุ่มตรงหน้า
“ไหนบอกว่าอยู่ห้องไง ตอแหล!” คิมหันต์ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งโกรธมากเท่านั้น ชายหนุ่มไม่สนใจสักนิดว่าตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่ที่หน้าคณะ ไม่สนใจเพื่อนนักศึกษาทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่ต่างก็กำลังจับจ้องมองมาทางนี้เป็นตาเดียว เขาเสียใจ เขาโกรธ เขาสับสน ตอนที่ได้เห็นภาพถ่ายพวกนั้นเขาไม่อยากจะเชื่อมันเลยสักนิดแต่ก็ต้องเชื่อเพราะคนในภาพถ่ายคือคนรักที่คบกันมาเกือบสามปีของเขาคนนี้ ภาพที่ซีนโอบกอดกับผู้ชายอีกคนเข้าไปในคอนโด
“ตอแหล? โทษที ถ้าการที่โทรมาตอนหนึ่งทุ่มแล้วหายหัวไปเลย ไลน์ไม่ตอบแบบนี้จะให้บอกอะไรล่ะ” ชายหนุ่มที่ถูกด่าพูดสวนกลับไป
“โยนความผิดเหรอ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไปมั่วกับคนอื่นแบบนี้อะนะ!”
“ไม่เอาน่าคิม ฟังซีนพูดก่อนสิ” น้ำเสียงนุ่มหูกับสัมผัสเบา ๆ ที่แขนทำให้คิมหันต์หันไปมองข้างกายเล็กน้อย ที่ตรงนั้นมีร่างของผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งยืนอยู่และมองมาที่เขาอย่างอ่อนโยน
“น่านยังจะให้คิมฟังอะไรอีก เมื่อวานก็ไม่มาหาดันมาหาเอาวันนี้อะนะ เรื่องมันผ่านมาตั้งเป็นวัน ๆ แล้ว”
“ซีนอาจจะแฮงค์ไง ก็บอกว่าเมาไม่ใช่เหรอ ค่อย ๆ คุยกันสิ”
ซีนยืนมองผู้ชายสองคนที่พูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ใช่ มันน่าเบื่อจริง ๆ ที่ต้องมาเห็น มาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ เบื่อ เบื่อมาก ๆ เบื่อจนไม่อยากจะทน
“โทษทีนะ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของนายสักหน่อย อย่ามายุ่งดีกว่า” น้ำเสียงเรียบนิ่งของคนในบทสนทนาพูดเปรยออกมาเบา ๆ ดวงตาแวววาวมองสบกับดวงตากลมโตนั่นอย่างเหนื่อยหน่าย ซีนไม่คิดจะรักษาสีหน้าสักนิด แต่ไหนแต่ไรเขาก็เข้ากับกลุ่มเพื่อนสนิทในสาขาของแฟนหนุ่มไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ยิ่งเพื่อนที่คิดไม่ซื่อด้วยยิ่งแล้วใหญ่
ไม่จำเป็นต้องรักษาน้ำใจกันอีก
“เราก็แค่…” น่านเงียบเสียงลงและเหลือบตาไปมองทางคิมหันต์อย่างน้อยใจ
“ตลกว่ะ นี่คือท่าทางของคนที่นอกใจแฟนเหรอ ทุเรศ!” ร่างสูงไม่สามารถกักเก็บอารมณ์โทสะได้อีกต่อไป ถ้อยคำไม่น่าฟังมากมายที่ไม่เคยใช้พูดกับคนรักถูกพูดออกมาทั้งหมด คิมหันต์ไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่ามีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป
บางอย่างที่เรียกว่าความรู้สึกของใครอีกคน
“ใช่ คนที่นอกใจแฟนแม่งโคตรทุเรศเลย ทั้งทุเรศ ทั้งระยำ ทั้งบัดซบ แม่งโคตรเลวเลยใช่ปะ นี่ก็คิดเหมือนกัน” ซีนพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเสียดสีมุมปากสวยยกยิ้มขึ้นนิด ๆ ให้ความรู้สึกส่อเสียดอย่างถึงที่สุด
“…” คิมหันต์เงียบไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไร คำพูดของคนตรงหน้าเหมือนจะทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาก่อนที่จะโดนความโกรธและความผิดหวังปัดจนหายไปจากสมอง
“ทำไมต้องทำแบบนั้นวะ”
“ทำอะไร? ก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไรไง เขาแค่พยุงขึ้นไปส่งเฉย ๆ ส่วนเขาอยู่คอนโดเดียวกันไหมนี่ไม่รู้หรอก ไม่ได้รู้จักเขามาก่อน ส่วนเรื่องเมา ก็แค่ไปนั่งชิลที่ร้านตรงคอนโด เรื่องก็มีแค่นี้” ความจริงทุกอย่างถูกบอกเล่าออกไปแต่เหมือนคนที่ได้ฟังจะไม่เชื่อกันเลยสักนิด
เออ ไอ้เวรเอ๊ย ทำไมไม่เชื่อล่ะ พูดจนปากจะฉีกอยู่แล้ว ไอ้เฮงซวย! โทษค่ะ พอดีอินไปหน่อย5555555
จ๊ะเอ๋! มาอีกแล้วค่ะ เปิดเรื่องใหม่แบบสับ ๆ ทันทีที่เรื่องเก่าจบ55555 ดูไม่ออกใช่ไหมคะว่าร้อนเงิน ไม่หรอกมั้ง /เลิ่กลั่ก
เหมียนเดิมค่ะเรื่องนี้ ฟีลกู๊ดฟีลใจแต่จะเป็นสไตล์เด็กมหาลัยทั้งคู่ 20 แบบกรุบ ๆ…ที่ไม่ได้ชูเรื่องเรียน อาเมน5555 ก็แหมมมม เราอยากโฟกัสที่พระนายของเรานี่นาาาา เรื่องอ่านง่าย ๆ น่ารักกุ๊กกิ๊กสุด ๆ ไม่ยาวมากค่ะเรื่องนี้ จริง ๆ นะ ไม่ได้โกหก
เดี๋ยวเย็น ๆ มืด ๆ 1.2 จะตามมาค่ะ ชิมรางก่อนว่าลงแบบไหนคนจะเยอะ อิอิ
ฝาก #ซีนเอาจริง ไว้ในอ้อมกอดของทุกคนด้วยนะคะ รักกกกกก ????????
ฝากติดตามทวิต เฟซและก็ตต. ด้วยน้าาาา
Facebook :
https://www.facebook.com/profile.php? id=100089273931293&mibextid=LQQJ4d
Tiktok :
www.tiktok.com/@mysnbooboo
Twitter :
https://twitter.com/lazyfeline00
ตอนที่ 1.2 เลิกกัน
“คิดว่าคิมโง่เหรอ? ผืนป่ามันก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน ใครก็รู้ว่ามันกินไม่เลือก! ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่เป็นเรื่องแบบนี้หรอก ไงล่ะ ถึงใจไหม ลีลามันสมคำเล่าลือหรือเปล่า!” สายตาที่เจือความเจ็บปวดและรังเกียจเลือนรางกวาดมองไปทั่วทั้งตัวของคนที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ตั้งแต่มาถึงซีนยังไม่ได้แสดงออกอะไรมากกว่าความนิ่งที่เจ้าตัวมักแสดงออกต่อหน้าคนอื่นเสมอเลยสักครั้งเดียว
คำว่าใครก็รู้ของคิมหันต์ทำให้คิ้วของคนฟังเลิกขึ้นน้อย ๆ เพราะคำว่าใครก็รู้คงไม่ได้รวมเขาเข้าไปในนั้น
“หึ ๆ เฮ้อ พูดไปก็ไม่ฟังอยู่ดี ไว้ค่อยคุยแล้วกัน” ศีรษะได้รูปสวยส่ายเบา ๆ คนที่อยู่อีกสาขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วก็ไม่อยากจะคุยเรื่องไร้สาระนี่อีกทำท่าทางจะเดินไปอีกทาง ซีนไม่อยากคุยกับอีกคนตอนนี้ ตอนที่มีสายตามากมายจับจ้องอยู่ อย่างน้อยถ้าเขาจะจบมันก็อยากจะจบมันเงียบ ๆ แค่สองคนเท่านั้น
คิมหันต์คิ้วกระตุก ความรู้สึกโกรธที่ตอนแรกมีแค่กลาง ๆ กลับทะลุปรอทไปแล้วกับท่าทางไม่ยี่หระของอีกคน
“ดีนี่ ทำตัวร่านขนาดนี้แต่ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ไม่รู้ว่าลับหลังเอาไปแล้วกี่คน! แม่งเอ๊ย! อยากจะอ้วก!” คิมหันต์เหมือนอยากจะพูดอะไรต่อแต่ทันทีที่ได้สบตากับซีนที่จ้องมองมาด้วยสายตารังเกียจ คำพูดพวกนั้นก็เหมือนไม่สามารถเปล่งออกมาจากลำคอได้
รังเกียจ? คนที่ควรรู้สึกแบบนั้นมันคือเขาต่างหาก! ร่างสูงดวงตาแดงก่ำมองใบหน้านิ่งเฉยของคนรักอย่างกรุ่นโกรธ
“มึงหุบปากดีกว่าไอ้คิม ก่อนที่มึงจะไม่ได้พูดอีก!”
“..!!” คำพูดมึงกูที่ไม่ได้ยินจากปากของซีนตั้งแต่คบกันทำให้คิมหันต์นิ่งอึ้งไป
“กูพูดอะไรมึงก็ไม่ฟัง ไม่สนใจ กูบอกว่าไม่ได้ทำ มึงก็บอกว่ากูทำ มึงต้องการอะไรล่ะ? ความจริงจากกูหรือความจริงจากคนอื่น” ซีนก็เป็นผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาหยาบคาย เขามีนิสัยห่าม ๆ แต่กับคนคนนี้ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟน พวกเขาจะไม่พูดคำหยาบกันเป็นเรื่องปกติ พอมีใครสักคนพูดมันออกมาก็ไม่แปลกที่อีกคนจะตามไม่ทัน
“ไม่เอาน่าซีน ไม่เห็นต้องพูด…”
“มึงก็ด้วย! เสือกแม่งทุกอย่าง เรื่องของมึงก็ไม่ใช่ ไอ้เหี้ย ทำไม? แฟนคนอื่นมันเร้าใจจนทำให้มึงอยากได้จนตัวสั่นเลยใช่ไหม” น่านเบิกตากว้างกับคำพูดว่าร้ายที่ไม่เคยมีใครพูดกับเขาอย่างนี้มาก่อน
“ซีน!!! เป็นห่าอะไร! ไปพาลคนอื่นเขาทำไม นี่มันเรื่องที่มึงมีชู้ มึงเป็นคนผิดแท้ ๆ แต่กลับโยนให้คนอื่น แม่ง” คิมหันต์ก็อดไม่ได้ที่จะใช้คำหยาบตอบกลับไป ในใจของชายหนุ่มตอนนี้สั่นไหวในแบบที่ผิดปกติ สั่นไหวเหมือนเรื่องต่อจากนี้จะทำให้เขาเสียใจไปตลอดชีวิต
“ก็กูไม่ได้มีไงแต่มึงเสือกไม่เชื่อ! มันพูดอะไรล่ะ พวกเพื่อนมึงพูดอะไรมึงถึงเชื่อพวกมันมากกว่ากูอะ” ซีนรู้ดีว่าเพื่อนในกลุ่มของคิมหันต์ไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่นัก ไม่รวมกับน่านที่แสดงออกชัดเจนว่าชอบคิมหันต์มากกว่าเพื่อน รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังจะคบไว้ข้างกาย ร้องหาความจริงใจจากเขาแต่ตัวเองกลับทำไม่ได้สักอย่าง!
“มึงพาลแล้ว กูแม่งตาบอดหรือไงวะที่คบกับมึง อย่างมึงอะนะ…” คำพูดต่อจากนี้ไม่ได้ถูกพูดออกไปเพราะคนพูดเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเขาพูดคำที่ไม่น่าพูดมากที่สุดออกไปเสียแล้ว ดวงตาเบิกกว้างของคิมหันต์มองหน้าคนรักที่ยืนกำมือแน่นอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น ดวงตาคู่นั้นที่เขาชอบแสนชอบแดงก่ำและมีแต่ความเย้ยหยัน
“ฮะ ๆ ๆ นั่นสิ ตาแม่งบอดจริง ๆ แหละ” ซีนพึมพำออกมาเหมือนคุยกับตัวเอง ดวงตามองตรงไปที่ผู้ชายคนนั้น คนที่เคยดีมากกว่าใคร ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาไม่สามารถเอาคิมหันต์คนนั้นกับคิมหันต์คนนี้มารวมกันได้อีกแล้ว
“กูพอแล้ว เฮ้อ ควรจะพอตั้งนานแล้ว ดันทุรังฉิบหาย ฮะ ๆ อยากจะจบกันแบบสวย ๆ? ชิ สวยบ้านมึงอะ ใครจะทำได้วะ”
“…อะไร ซีน หมายถึงอะไร” เสียงที่ถามออกไปสั่นไหวจนรู้สึกได้ คิมหันต์รู้สึกลำคอของเขาแห้งผาก ลมหายใจหอบกระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่อาจควบคุม หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นแรงขึ้นจนเหมือนมันจะระเบิดออก นี่ไม่ใช่ความตื่นเต้น แต่มันคือความกลัว ความกลัวที่เขาไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน ขายาวก้าวไปทางคนรักสองสามก้าวอย่างอดไม่ได้
“พอแล้วก็คือพอกับมึงแล้วไง มึงก็ต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอถึงไม่ฟังห่าอะไรที่กูพูดเลยสักอย่าง” ซีนเหลือบมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งก็รู้สึกว่าตอนนี้ควรไปสักที ก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้
“…ซีน…”
เจ้าของชื่อชี้นิ้วเข้าหาตัวเองและชี้นิ้วไปที่คนตัวสูงกว่าที่ตอนนี้แข็งเป็นหินไปแล้ว เน้นคำพูดช้า ๆ ชัด ๆ ทีละคำอย่างหนักแน่น
“เลิกกัน กู กับ มึง เลิกกันตั้งแต่วันนี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก พอใจยังอะ” เสียงสูดลมหายใจของคนที่ค่อยใส่ใจอยู่รอบ ๆ เป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่ในตอนนี้ ดวงตาทั้งสองคู่สอดประสานแต่ความรู้สึกกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คู่หนึ่งนิ่งเฉย เย็นชา เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ อีกคู่หนึ่งตื่นตระหนก ไม่อยากจะเชื่อและมึนงง
“ในเมื่อไม่เชื่อก็จบแบบนี้แหละ บาย” ขาเรียวหยุดชะงักในท่ากำลังเดินก่อนจะผินหน้ามามองคนตัวเล็กข้าง ๆ ‘แฟนเก่า’ ที่แทบจะเก็บกดความดีใจของตัวเองไว้ไม่ไหว
“อ๋อ อย่าลืมไปแก้บนล่ะ คงบนไว้หลายที่สินะ ส่วนผู้ชายคนนี้อะ ยกให้ไม่คิดตังค์เลยสักบาทเดียว หึ” พูดจบก็เดินแยกไปอีกทางไม่หันกลับมาสนใจคนที่อยู่ตรงลานกว้างนั่นเลยสักนิด ดึงตัวเองออกไปจากเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง ทั้งแฟนเก่า ทั้งคนที่ชอบแฟนเก่า ทั้งผู้คนมากมายที่ ‘ใส่ใจ’ อยู่รอบ ๆ ต่างก็ถูกทิ้งให้ทำได้เพียงแค่จ้องมองแผ่นหลังตั้งตรงนี้ไปจนสุดสายตา
จากไปแบบไร้เยื่อใยจนใครก็คาดไม่ถึง
นี่แหนะ! เธอเลือกเองจ้าาา อย่ามาพ้อว้อแพ้แว้ขอร้องงงงง หึ! ลูกชั้นทนมานานแล้ว! อยากได้นักเหรอ เอาไปสิ ยกให้! เดี๋ยวๆ เอเนอร์จี้ต้องแรงเบอร์นี้เลยไหม5555555555 เปิดมาก็โสดค่ะ โสดรอพระเอกสุดๆ
นิยายเรื่องนี้มี 20 กว่าตอนค่ะ ไม่เยอะเท่าไหร่ อ่านง่ายเหมียนเดิมมม
ตอนที่ 2.1 คนเมา
*ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้
ซีนยืนจ้องเขม็งเข้าไปในตู้กดน้ำอย่างงุนงงก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกรุ่นโกรธ นิ้วเรียวสวยจิ้มนิ้วลงไปที่ปุ่มเลือกน้ำซ้ำ ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรออกมาเหมือนเดิมก็ตาม
“เหี้ยไรวะเนี่ย มึงโกงตังค์กูอ๋อ!” น้ำเสียงแหบแห้งยานคางของคนเมาพูดออกมาอย่างหาเรื่อง ดวงตาคู่สวยถลึงมองตู้กดน้ำอย่างดุร้ายเหมือนมันเป็นศัตรูคู่อาฆาต ร่างกายสมส่วนซวนเซไปมาหลายครั้งเหมือนอยากจะลงไปนอนที่พื้นให้ได้ จนคนที่มองอยู่นานแล้วอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยพยุงก่อนที่จะได้เห็นภาพคนหัวแตกต่อหน้าต่อตา
“เอ้า ๆ เดี๋ยวก็ล้มหรอก” น้ำเสียงทุ้มต่ำไม่คุ้นเคยที่ดังขึ้นใกล้ ๆ ทำให้ซีนหยุดชะงักก่อนจะเงยหน้ามองคนที่เข้ามาจับแขนของเขาอยู่เล็กน้อยด้วยดวงตาพร่ามัว สิ่งที่ได้เห็นเป็นอย่างแรกไม่ใช่ใบหน้าของอีกฝ่ายแต่เป็นสีผมที่ช่างสะดุดตาซะเหลือเกินนั่นต่างหาก
สีม่วง
เออ สวยว่ะ
“ใครวะ” ขมวดคิ้วถามออกไปด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร
“คนผ่านมาเฉย ๆ นี่แหละ ดึกขนาดนี้แล้วมาเสียงดังอะไรเนี่ย” ‘ผืนป่า’ พูดกลั้วหัวเราะออกมา น้ำเสียงขี้เล่นนั่นไม่ได้มีแววตำหนิอย่างคำที่บอกแต่กลับฟังคล้ายขบขันซะด้วยซ้ำ ดูท่าทางนักเลงนั่นสิ ยืนยังจะไม่ไหวเลยแท้ ๆ
“ดูดิ ๆ มันโกงอะ หยอดตังค์แล้วตั้งหลายครั้งแต่กดไม่ออก ไอ้เวร” คนเมาถือโอกาสฟ้องร้องทันทีลืมไปแล้วว่าตัวเองไม่รู้จักคนเขามาก่อน ซีนมองใบหน้าอันเลือนรางของคนข้างกายอย่างสังเกต ต่อให้จะเมาอยู่ก็รู้ว่าหล่อแน่นอนเพราะความหล่อมันทะลุความเมาเข้ามากระแทกตาไงล่ะ ตัวสูงกว่าเขาหลายเซนติเมตรแถมยังหนากว่า จิ๊ ๆ คนดังแน่เลย
ซีนไม่คิดว่าเรื่องที่เขาคิดเล่น ๆ ตอนเมาจะเป็นเรื่องจริงเพราะคนที่อยู่กับเขาตอนนี้ดันเป็นคนดังจริง ๆ
“มันโกงที่ไหนเล่า มันก็คืนตังค์ออกมาอยู่เนี่ย” คนมาใหม่ชี้ในช่องทอนเหรียญที่ตอนนี้มีเหรียญนอนแอ้งแม้งอยู่หลายสิบบาท แล้วเป็นคนเมาแบบไหน ทำไมเลือกเหรียญเยอะขนาดนี้วะเนี่ย
“งั้นมันก็พัง มันกดไม่ออกทั้ง ๆ ที่มีน้ำ!” ซีนร้องทวงความยุติธรรมให้ตัวเองอย่างไม่ยินยอม ถ้ามันคืนเงินเขาแล้วแสดงว่าตู้มันต้องพังแน่นอน! หลอกให้เขาไปแลกเหรียญมาตั้งหลายบาท ดูซิ เต็มไปหมด
คนเมาคาดโทษตู้กดน้ำในใจอย่างชั่วร้าย เดี๋ยวเจอเลย!
“ก็กดผิดอันอะ อันนี้มันมีแต่ปุ่มที่นายกดอะมันคนละปุ่ม มานี่ ดู” คนตัวสูงส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยใจ ชายหนุ่มคิดว่าคงต้องช่วยคืนความยุติธรรมให้เจ้าตู้ที่น่าสงสารนี่สักหน่อยแล้ว แถมยังได้ช่วยคนเมาที่พอมีสติ (นิดหน่อย) คนนี้ให้ได้ดื่มเครื่องดื่มที่เจ้าตัวปรารถนาอีก เรานี่มันคนดีจริง ๆ
“จริงอะ” ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อยของคนเมาขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบแก้มไปกับตู้กดน้ำเพราะทรงตัวไม่ค่อยอยู่ ดีที่คนข้างกายคล้ายจะรู้ล่วงหน้าจึงยึดจับไหล่ไว้ไม่ให้เสียหลักลงไป
“จริงดิ จะโกหกทำไม อันนี้ใช่ไหมที่อยากกิน ดู” เอาเหรียญที่ได้จากช่องทอนเงินใส่ลงไปอีกครั้ง นิ้วยาวกดจิ้มเบา ๆ ที่ปุ่มสีเขียวตรงหน้า
~~แกร๊ก~~
เสียงบางอย่างร่วงลงมากระทบกับโลหะทำให้ซีนอ้าปากหวอ ชายหนุ่มที่สติไม่เต็มร้อยยืนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อกี้กดอยู่ตั้งนานไม่ออกที่แท้กดผิดปุ่มเหรอเนี่ย…
“ฮะ ๆ นี่ไง ออกมาแล้ว” ผืนป่าหัวเราะกับท่าทางของอีกคนจนแทบทนไม่ไหว มือใหญ่แข็งแรงล้วงหยิบกระป๋องน้ำอัดลมมาโบกตรงหน้าคนที่เหมือนจะเอ๋อไปแล้ว
“เออว่ะ ได้จริงด้วย” มือของคนเมาเอื้อมไปหยิบน้ำอัดลมเจ้าปัญหาและจ้องมองมันเหมือนยังคงสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงกดผิดอยู่ตั้งนาน
“อยู่คอนโดนี้เหรอ ไป เดี๋ยวไปส่งที่ห้อง” พลเมืองดีที่รู้สึกว่าช่วยแล้วก็ควรจะช่วยให้สุดทางเอ่ยปากถามออกมา แต่คราวนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ กลับเหมือนเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาของอีกฝ่ายตวัดมามองกันคล้ายจับผิด
“นายล่ะ อยู่ที่นี่เหรอไม่เคยเห็นเลย เอาคีย์การ์ด อึก มาดู” พูดไปด้วยสะอึกไปด้วยแต่ก็ไม่ลืมความปลอดภัยของเพื่อนบ้านร่วมคอนโดหรือของตัวเอง เป็นโจรหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่ามาเนียนนะเว้ย!
“เฮ้ย มันเมามีคุณภาพว่ะ ไม่ได้อยู่นี่หรอกแต่วันนี้มานอนที่นี่ คอนโดเพื่อนน่ะ” หยิบคีย์การ์ดในกระเป๋ากางเกงมาให้คนตรงหน้าดู ผืนป่ารู้สึกตลกอย่างถึงที่สุด ทั้ง ๆ ที่เมาจนไม่สามารถกดน้ำได้แต่กลับสามารถถามเรื่องสำคัญแบบนี้ออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ใครวะเนี่ยไม่เคยเห็นเลย
ร่างสูงของหนุ่มนิเทศกวาดสายตามองทั่วร่างกายของคนเมาเหมือนจะเก็บข้อมูล คนคนนี้เป็นผู้ชายที่รูปร่างดีที่เดียว ผอมแต่ไม่ได้ผอมบาง มีกล้ามเนื้อน้อย ๆ พอให้รู้ว่าแข็งแรงสุขภาพดีและไม่ได้ดูอ่อนแออะไร แค่จะผอมเพรียวกว่าคนรอบตัวเขาเท่านั้น แขนที่จับอยู่นี้ก็มีกล้ามเนื้อพอดีกำลังสวยไม่มีไขมันส่วนเกินให้ความรู้สึกที่ดีทีเดียวเวลาจับ ส่วนสูงน่าจะไม่ถึง 180 เซนติเมตรแต่คงใกล้เคียง แต่งกายด้วยชุดง่าย ๆ เสื้อยืดสีขาวตัวหลวมกับกางเกงยีนสีซีดแต่กลับดูดี ใบหน้าเรียวหล่อเหลาแบบขาวใสถึงตอนนี้มันจะแดงระเรื่อทำให้เจ้าตัวดูน่ารักมากกว่าหล่อก็ตาม แต่ถ้าในสถานการณ์ปกติคงเป็นผู้ชายที่หล่อหน้าตาดีคนหนึ่งแน่นอน ดวงตาหรี่ปรือคู่สวยนั่นสะดุดตาชายหนุ่มเป็นพิเศษมันแวววาววิบวับต่อให้จะเมาอยู่ก็ยังดูออก จมูกโด่งพอดีรับกับรูปหน้าและก็ริมฝีปากบาง ๆ สีอ่อน อืม ถูกใจอยู่เหมือนกันนะเนี่ย
เป็นเอ็นดูคนเมา55555 นี่คือเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ซีนจะเลิกกับไอ้นั่นนะคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีภาพและข่าวลือแบบนั้นออกมาและ…ใช่ค่ะ พระเอกออกแล้ว ออกมาเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือคนอยากกินน้ำอัดลม5555555555 ตู้กดน้ำบอก ฉันผิดตรงไหน ฉันทำหน้าที่ของฉันมาอย่างดีตลอด แต่เธอกดผิดเอง ฟ้องร้อง ต้องฟ้องร้องเท่านั้น!
กดใจ คอมเมนต์ให้กันด้วยน้าาาา ไปเล่นแท็กที่ทวิต? ได้ค่ะ #ซีนเองจริง
Facebook :
https://www.facebook.com/profile.php? id=100089273931293&mibextid=LQQJ4d
Tiktok :
www.tiktok.com/@mysnbooboo
Twitter :
https://twitter.com/lazyfeline00