โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[จบ]ย้อนไปยุค 70 เป็นสาวสุดสวยให้อดีตสามีเสียดายเล่น

นิยาย Dek-D

อัพเดต 15 พ.ค. 2567 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 03.21 น. • enjoybook
เหวินหน่วนตายเพราะถูกสามีและเพื่อนสนิทหักหลัง และเธอก็ได้ย้อนกลับมาในวันที่มีนัดดูตัวกับ ‘ว่าที่สามี’ อย่างลู่กัวจื่อ ..และถ้าเธอยังต้องแต่งกับเขาอีก เธอขอโกนหัวแล้วเข้าไปอยู่ในวัดตลอดชีวิตเสียยังดีกว

ข้อมูลเบื้องต้น

เหวินหน่วนตายเพราะถูกสามีและเพื่อนสนิทหักหลัง และเธอก็ได้ย้อนกลับมาในวันที่มีนัดดูตัวกับ ‘ว่าที่สามี’ อย่างลู่กัวจื่อ ..และถ้าเธอยังต้องแต่งกับเขาอีก เธอขอโกนหัวแล้วเข้าไปอยู่ในวัดตลอดชีวิตเสียยังดีกว

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
เผยแพร่ครั้งแรกใน SHANGHAI SEVENCAT CULTURE MEDIA CO., LTD.
การแปลนี้จัดร่วมกับ SHANGHAI SEVENCAT CULTURE MEDIA CO., LTD.
ลิขสิทธิ์แปลไทย ⓒ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็นจอยบุ๊ค
---------------------------------------
นิยายแปลเรื่อง ย้อนไปยุค 70 เป็นสาวสุดสวยให้อดีตสามีเสียดายเล่น
ผู้แต่ง : 羽霓裳 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook

เรื่องย่อ : เหวินหน่วนถูกผู้เป็นสามีหักหลังไปคบชู้กับเพื่อนสนิทของเธอ ลูกของสามีที่เธอเลี้ยงมาก็ละทิ้งเธอ เหวินหน่วนเจ็บใจมากจึงเข้าไปทำร้ายหญิงชู้แต่สามีกลับปกป้องอีกฝ่าย และมาทำร้ายเธอจนตายแทน… ก่อนที่เธอจะตายคนที่เธอเห็นเป็นคนสุดท้ายกลับไม่ใช่ผู้เป็นสามี แต่เป็นลู่จินฉวนผู้เป็น ‘อาเล็ก’ ของสามีเธอ แต่ไม่รู้เพราะอะไรเหวินหน่วนจึงได้ย้อนกลับมาในวันที่จะต้องไปดูตัวกับอดีตสามีอย่างลู่กัวจื่อพอดี ถ้า ครั้งนี้ยังมีชะตากรรมต้องแต่งกับลู่กัวจื่ออีกครั้ง …เธอขอโกนหัวแล้วเข้าไปอยู่ในวัดตลอดชีวิตเสียยังดีกว่า!!

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

บทที่ 1 ความตายก็เพียงพอแล้ว!

บทที่ 1 ความตายก็เพียงพอแล้ว!
"เหวินหน่วน เรื่องนี้จะมาโทษกัวจื่อไม่ได้นะ ใครจะคิดล่ะว่า เธอแต่งงานเข้าตระกูลลู่มาตั้งหลายปี แต่สุดท้ายกลับไม่มีลูกสักที” ผู้หญิงคนนั้นลูบท้องที่ยังไม่ป่องมากนักพลางเอ่ยต่อ "กัวจื่อกับฉันรักกันจริง ๆ"
เหวินหน่วนอ้าปากค้าง ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้

หญิงสาวส่ายหน้าอย่างแรง
ไม่ มันต้องไม่ใช่แบบนี้
ตอนเธอแต่งงานกับลู่กัวจื่อ เป็นการแต่งงานครั้งที่สองของเขา ไม่นานหลังจากแต่งงานเธอก็ตั้งท้อง ทว่าลู่กัวจื่อกลับบอกเธอว่า อดีตภรรยาของเขาเสียชีวิตเพราะการคลอดบุตรยาก เขาไม่ต้องการสูญเสียภรรยาไปกับการต้องคลอดบุตรยากอีกแล้ว
"เหวินหน่วน ผมรักคุณมาก ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ” ชายคนนั้นคุกเข่าต่อหน้าเธอ พรั่งพรูถ้อยคำที่เต็มไปด้วยอารมณ์ลึกซึ้งเสน่หาออกมา ราวกับว่าความรักเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
เธอรู้สึกประทับใจกับคําพูดของสามีมาก มากจนยินยอมทำแท้งเด็กในท้องแล้วเลี้ยงดูลูก ๆ ของลู่กัวจื่อที่เกิดกับภรรยาเก่าแทน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเธอเริ่มต้นด้วยการตั้งแผงลอย ในที่สุดก็ได้เปิดสาขาย่อยไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังเลี้ยงลูกทั้งสองคนเป็นอย่างดีจนพวกเขาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยตามที่หวัง
นึกถึงเรื่องนี้แล้ว เหวินหน่วนก็เบือนสายตาไปอีกด้านหนึ่ง
"น้าเหวิน คุณรักเรามากนี่นา คุณอยากให้เราโดนดูถูกใช่ไหม” ลูกสาวของลู่กัวจื่อเอ่ย "คุณเรียนไม่จบประถมด้วยซ้ำ แต่น้าเหยียนหนี่น่ะได้เรียนที่มหาลัยจริงจัง"

ยิ่งพูด ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งสูงส่ง ไม่เหมือนเหวินหน่วนที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาปของเศษเงินต่ำต้อย
เหวินหน่วนอยากจะบอกว่าที่เหยียนหนี่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกรรมกร ชาวนา และทหารได้เพราะเธอยอมลาออกแล้วมอบเงินจากการตั้งแผงลอยหนึ่งเดือนให้เป็นของขวัญ

เหวินหน่วนกระวนกระวายใจ มองไปที่ลูกชายที่ตนเลี้ยงดูมา แต่ก็เห็นเพียงใบหน้าไม่สบอารมณ์ของเขา

"คุณยังจะพูดมากอยู่อีก พ่อสัญญาว่าจะให้บ้านหลังเก่าก็มากพอแล้ว"
ไอ้เนรคุณ!
เหวินหน่วนปิดหน้า หลั่งน้ำตาออกมา
ทั้งที่ทุ่มเททั้งกายทั้งใจให้พวกเขามาตลอดหลายปี แต่ลูกเนรคุณสองตัวนี้กลับไม่เคยเรียกเธอว่า 'แม่' เอาแต่เรียก 'น้าเหวิน' อยู่แบบนั้น
น้าเหวินบ้าอะไร!
แม้ว่าเหวินหน่วนจะไม่ชอบ พวกเขาก็ไม่เคยเรียกชื่ออื่นให้ได้ยิน
เธอนี่โง่เหลือเกิน
ขนาดลูกในไส้ยังอกตัญญูได้ แล้วลูกนอกไส้จะเหลืออะไร
"เหวินหน่วน" ลู่กัวจื่อขยับแว่นตาบนจมูก "ผมไม่มีความรู้สึกต่อคุณอีกต่อไปแล้ว หากคุณยังทําแบบนี้ มีแต่จะทำให้ตัวเองอับอาย เด็ก ๆ จะรำคาญคุณเอาเสียเปล่า ๆ"
"ไม่ต้องกังวลหรอก" ลู่กัวจื่อกล่าวต่อ "ตราบใดที่คุณสัญญาว่าจะหย่า นอกจากให้บ้านหลังเก่าแล้ว ผมจะให้เงินเพิ่มด้วย"
"ฉันทํางานอย่างหนักกว่าจะตั้งบริษัทนั้นได้…" เหวินหน่วนกล่าวอย่างไม่พอใจ
“บริษัท?” ก่อนที่เธอจะพูดจบ ลู่กัวจื่อก็ขัดจังหวะ “เหวินหน่วน อย่าโลภไปหน่อยเลย ผมคือผู้จัดการใหญ่ของบริษัท คุณคิดว่าคนที่ไม่รู้อะไรเลยแบบคุณเป็นคนทำให้บริษัทประสบความสำเร็จได้เหรอ”
ใช่เขาโกหกเธอมาตั้งแต่แรก
เขาบอกเธอว่าคนไม่มีการศึกษาอย่างเธอเป็นผู้จัดการใหญ่ไปก็โดนหัวเราะเยาะเอาเปล่า ๆ เธอจึงถอยไปบริหารอยู่ด้านหลังอย่างเงียบ ๆ
"นี่เงินของคุณ" เขาเอ่ยเสียงหงุดหงิด ก่อนจะดึงธนบัตรออกจากกระเป๋าเงินแล้วปาไปที่หน้าของเหวินหน่วน "เอาไปซะ"
ธนบัตรแฉลบผ่านผิวหน้าเหวินหน่วน แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย
หญิงสาวยืนมองเดรัจฉานทั้งสามตรงหน้าด้วยสายตาไร้ความรู้สึก
"จะหย่าก็หย่าซะ” เหวินหน่วนได้ยินเสียงแหบแห้งของตนเปล่งออกมาชัดเจน "แค่เอาสูตรอาหารของคุณปู่ฉันคืนมา"
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ปู่ของเธอทิ้งเธอไป โจวย่าหนีบอกว่าเธออยากจะจดสูตรอาหารจากคําพูดของเธอ เธออนุญาตเพราะเธอไว้ใจอีกฝ่ายมาก
"สูตรอะไร?” โจวย่าหนีส่ายหัว "มีที่ไหนกัน"
ไอ้พวกชาติหมาเอ๊ย!
นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ปู่ของฉันทิ้งไว้ให้ เหวินหน่วนมองไปที่โจวย่าหนีด้วยดวงตาแดงก่ำ "เอาคืนมา"
"พี่กัวจื่อ” โจวย่าหนีพูดอย่างฉุนเฉียว "ดูสิคะ ทำตาแข็งเชียว"
"นังเลวนี่" ลู่กัวจื่อหมดความอดทน ตบเหวินหน่วนไปฉาดหนึ่ง "ใบหย่าก็แค่เศษกระดาษ รีบเซ็นซะ"
"รีบไปเถอะค่ะ" ลูกสาวลู่กัวจื่อคุ้นเคยกับนิสัยพ่อของเธอดี เธอกระทืบเท้าปึงปัง "คุณอากับคุณปู่จะกลับมาวันนี้ หนูจะไปกินข้าวด้วย"
อากับปู่?
ผู้ชายพวกนั้นจะกลับมา?
"ดี” เหวินหน่วนเช็ดคราบเลือดตรงมุมปาก เดินไปที่โต๊ะกาแฟด้วยความยากลําบาก หยิบปากกาด้วยมือที่สั่นเทาแล้วเซ็นชื่อลงไป
โจวย่าหนียิ้มกระหยิ่มใจ
ทว่าวินาทีถัดมา เหวินหน่วนก็คว้าขวดแก้วบนโต๊ะกาแฟ ฟาดโครมเข้าที่ศีรษะของโจวย่าหนีที่อยู่ข้างหลัง
"ตายซะเถอะ” เธอจ้องมองโจวย่าหนีผู้เคยเป็นเพื่อนสนิทของเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ
โจวย่าหนีเป็นเพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่เด็กแท้ ๆ แต่กลับมาแทงกันด้านหลัง!
น่าเสียดายที่ไม่ได้ฟาดเข้าที่ศีรษะ แต่เป็นแค่ที่หน้าแทน
"กรี๊ด! เลือด! เลือดไหล!” ลูกสาวลู่กัวจื่อกรีดร้อง
"เหวินหน่วน ใจเย็น!" ลู่กัวจื่อเข้าไปขวาง "ถ้า…ถ้าอยากได้เงินผมก็จะให้"
ลู่กัวจื่อพูดพลางมองไปที่ลูกชาย "รีบไปเอามาสิ!"
ทว่าต่อมา ลู่กัวจื่อและลูกชายก็เข้าไปรั้งตัวเหวินหน่วนไว้

"ลู่กัวจื่อ ไอ้สารเลว ฉันจะฆ่าคุณ…" ดวงตาสีแดงก่ำเหวินหน่วนลุกโชนด้วยความโกรธ "แกมันเนรคุณ!"
"อย่าบังคับฉันให้ทำแบบนี้เลย" ลู่กัวจื่อโกรธจัด บีบคอเหวินหน่วนแน่นแล้วคํารามออกมา "ถ้าเธอจะฆ่าฉัน ฉันจะฆ่าเธอก่อน"
"อึก…" เหวินหน่วนหายใจไม่ออก ลู่กัวจื่อยิ่งเพิ่มแรงตามฤทธิ์แอลกอฮอล์
เสียงในหัวลู่กัวจื่อกระหน่ำร้องให้ฆ่าผู้หญิงคนนี้เสีย และบริษัทจะได้ตกเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
เขาลงแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เหวินหน่วนหายใจไม่ออก ใบหน้าพลันซีดเผือก
ไม่ได้ จะมาตายแบบนี้ไม่ได้!
เหวินหน่วนหยิบเศษแก้วที่แตกไปเมื่อครู่นี้ได้ เธอกวาดมือไปข้างหน้าด้วยพละกำลังทั้งหมด
"นังเวร!” หูของลู่กัวจื่อถูกเศษแก้วบาดเข้าเต็ม ๆ
เขาตบหน้าเหวินหน่วน กระชากผมของเธอแล้วกระแทกกับพื้น
หลายปีที่ผ่านมา เหวินหน่วนถูกเขาทุบตีแบบนี้มาตลอด ในอดีตเธอทนได้ แต่คราวนี้เธอไม่ยอมอีกแล้ว
เวลาคนเราอารมณ์โกรธพุ่งทะลักย่อมน่ากลัว เมื่อเหวินหน่วนดิ้นหลุด เธอก็กำเศษแก้วไว้ในมือ แทงไปที่ตาของลู่กัวจื่อเต็มแรง

เสียงคํารามอันแสนเจ็บปวดดังลั่น
เหวินหน่วนสะใจแล้ว เธอเองก็สู้เขาได้
รอยยิ้มที่หายไปนานปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหวินหน่วน
ทว่าต่อมา ร่างของเธอก็ถูกลู่กัวจื่อโยนออกไป กระแทกเข้ากับโต๊ะกาแฟที่ทำจากหินอ่อน
"หึ!"

นั่นเป็นเสียงสุดท้าย เสียงของลูกสาวลู่กัวจื่อ

….
ดวงตาของเหวินหน่วนพร่ามัว มองไม่เห็นอะไรอีก รู้สึกแค่ว่ามีคนกำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ
ริมฝีปากของเธอแสบร้อน ปวดร้าวไปทั่วร่างกาย
"เหวินหน่วน” เสียงแหบแห้งและรีบร้อนดังขึ้น
เขาใช้ท่อนแขนอันแข็งแกร่งกอดเธอไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นพร่า "เกิดอะไรขึ้น? ฉัน… ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล"
นี่เป็นครั้งแรกที่เหวินหน่วนเห็นเขาแล้วรู้สึกสับสน
เธอมองไปตามเสียงของเขา "ฉันเซ็นใบหย่าแล้ว"
ไม่ว่าเหวินหน่วนเปล่งคำใดออกมา คราบเลือดก็ไหลลงมาที่มุมปาก
มือของชายคนนั้นสั่น พยายามหยุดเลือดของเธอ แต่แล้วเขาก็ได้ยินเธอหัวเราะ พึมพําว่า "ฉัน…ไม่รู้จะทำอะไรกับเขาแล้ว ลู่จินฉวน"
เนื่องจากความสัมพันธ์ของเขากับลู่กัวจื่อ เธอจึงเรียกชายผู้นี้ว่า 'อาเล็ก' เสมอ
ในตระกูลลู่ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ให้ความอบอุ่นกับเธอ
"ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล" ลู่จินฉวนมองหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา
"ไม่มีประโยชน์หรอก คุณฟังฉัน…” เหวินหน่วนส่ายหัวอย่างอ่อนแรง "ช่วยฉันเอาสูตรอาหารของคุณปู่คืนมา แล้วก็…"
เธอชะงักค้างอยู่นาน ก่อนจะเค้นพลังทั้งหมดชี้ไปที่ท้องฟ้า "ได้โปรด… อย่าฝังฉันไว้กับตระกูลลู่…"
"ลู่จินฉวน หิมะตกล่ะ…” เธอเอ่ยเสียงกระท่อนกระแท่น "วันนี้… ฉันจะสังเวยตนเอง"
วันที่ยี่สิบสามเดือนสิบสอง วันเซ่นไหว้ส่งเทพเจ้าเตา…
เสียงของเด็ก ๆ ร้องเพลงกล่อมเด็กดังคลอหูราวกับได้ย้อนกลับไปในวัยเด็ก
ชาตินี้ เหวินหน่วนไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง เธอได้อะไรคืนมาบ้างหลังรับใช้เดรัจฉานพวกนั้น
ตอนนี้เธอพร้อมจะตายแล้วหรือ?
ถ้าได้ลากคนพวกนั้นลงนรกได้ก็คงดี
หากได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอก็อยากใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและอิสระ

ท้องฟ้ายังคงโปรยปรายหิมะลงมา…

บทที่ 2 ท้าทายอํานาจ

บทที่ 2 ท้าทายอํานาจ
เหวินหน่วนคิดว่าตนตายไปแล้ว แต่ใครจะคิดว่าวิญญาณของเธอที่ควรลอยขึ้นไปบนฟ้า กลับกลายเป็นว่าเธอกำลังยืนมองเด็กชายคนหนึ่งไหว้เทพเจ้าเตาอยู่…
หลังจากได้เห็นอาหารชวนน้ำลายสอของร้านอาหารต่าง ๆ หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น
เป็นอย่างนี้เรื่อยมาทุกปี แต่ใครจะรู้ในวันที่ยี่สิบสามของเดือนสิบสอง วันพวกเธอต้องขึ้นไปบนศาลเจ้าเพื่ออธิษฐานต่อจักรพรรดิหยกเกี่ยวกับความดีความชั่วของทุกครอบครัวในปีนี้ เธอจะได้กลับมาเกิดใหม่อย่างอธิบายไม่ได้
เหวินหน่วนมองไปที่ปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง
วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 1976
วันนี้เป็นวันนอกปีของปฏิทินจันทรคติที่แต่ละครอบครัวจะเซ่นไว้เทพเจ้าเตา และก็เป็นวันที่เธอได้พบกับลู่กัวจื่อในวันดูตัวอีกด้วย
"เหวินหน่วน ฟังแม่นะ" เสียงของหวังเซียนฮัวผู้เป็นมารดาของเธอดังก้องอยู่ในหู "แม้ว่าลู่กัวจื่อจะมีลูกแล้ว แต่พวกเขายังเด็ก เขาล้วนรักคนที่เลี้ยงดูเขามา"
"เขายังเป็นถึงผู้อํานวยการโรงงานปูนซีเมนต์ หากลูกได้เป็นภรรยาเขา เดินไปที่ไหนก็จะไม่มีใครดูถูกลูก"
"แม่ขอพูดทำร้ายจิตใจลูกสักหน่อย” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขยับหวังเซียนฮัวก็ถอนหายใจและพูดต่อว่า "แม่รู้ว่าตงหมิงเป็นชายหนุ่มที่ดี แต่ครอบครัวของเขายากจนเกินไปและมีพี่น้องหลายคน อย่าแม้แต่จะคิดเรื่องของเขา พ่อของลูกไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน"
เหวินหน่วนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง
นี่คือสิ่งที่แม่ของเธอพูดในชาติที่แล้ว เมื่อเธอรู้ว่าตนจะต้องไปดูตัวกับคนที่คิดจะแต่งงานครั้งที่สองตอนนั้นเธอรู้สึกไม่เต็มใจ
ชีวิตนี้ผู้หญิงจะแต่งงานกับใครก็ต้องดูพื้นฐานครอบครัว
ชายที่แต่งงานครั้งที่สองเป็นดั่งสมบัติล้ำค่า และเมื่อยิ่งอายุมากขึ้นประสบการณ์ก็เยอะตามเช่นนี้ถึงจะดีเพราะอีกฝ่ายรู้วิธีที่จะรักผู้อื่นแล้ว

พี่น้องในครอบครัวของตงหมิงยากจนมาก พวกเขาต้องลำบากขึ้นอีกมากหากคิดเรื่องแต่งงาน
คำพูดของผู้เป็นแม่ดูเหมือนว่าจะคิดถึงเธอ แต่ในความเป็นจริงมันเป็นเพียงเพราะสถานะของลู่กัวจื่อไม่ธรรมดา ครอบครัวจะอยู่ดีมีสุข จากนั้นพวกเขาก็คงให้อีกฝ่ายฝากงานให้เหวินเชี่ยงในโรงงานปูนซีเมนต์
มุมปากของเธออดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะเย้ยขึ้นมา "หนูไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพี่ตงหมิง แม่อย่าเอาเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้"
"เหวินหน่วน" หวังเซียนฮัวเห็นว่าในที่สุดเธอก็มีปฏิกิริยา จึงหัวเราะออกมาในที่สุด "แม่รู้ แม่รู้ ช่วงนี้ลูกเหนื่อยเกินไป แม่จะไปทำไข่ตุ๋นให้ ลูกรีบทำความสะอาดด้วยล่ะ แล้วค่อยตามพ่อของลูกไป"
ในชีวิตก่อนหน้านี้ เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหวินหน่วนไม่ยอมให้แม่ทำไข่ตุ๋นให้เธอ
ด้วยสภาพที่บ้านไม่ค่อยดีนัก น้องชายของเธอและลู่กัวจื่อมักจะได้กินไข่อยู่เสมอ แต่เพื่อชื่อเสียงของอีกฝ่ายจึงต้องแสร้งทำเป็นว่าพวกเขาทำงานเหนื่อยเกินไปเลยอยากกินเพียงเมนูง่าย ๆ
แต่ในครอบครัวนี้ คนที่ทํางานเหนื่อยที่สุดคือเหวินหน่วน
แต่ครั้งนี้เธอไม่มีความคิดที่จะหยุดอีกฝ่าย
ในเมื่ออยากกินไข่ตุ๋น ก็ต้องทำมันด้วยตัวเอง
เหวินหน่วนเป็นคนทางเหนือ แต่มีกลับมีรูปลักษณ์งดงามดั่งหญิงสาวที่มาจากทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซีอีกทั้งรูปร่างของเธอก็ดีมาก ในส่วนที่ควรมีเยอะก็มีเยอะ ในส่วนที่ควรมีน้อยก็มีน้อย
ในชีวิตที่แล้วของเธอ โจวย่าหนีมักจะพูดถึงรูปร่างของเธอเสมอว่า เธอหน้าตาน่าเกลียดคล้ายจิ้งจอก โดยเฉพาะหน้าอกของเธออวบอ้วนเกินไปจนไม่น่ามอง
เพราะคำพูดของอีกฝ่าย เธอจึงมีเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีสีเทาดำทั้งยังตัวใหญ่มากเมื่อเธอใส่มันยิ่งทำให้เธอดูอ้วนและดูแก่มาก
อืม โจวย่าหนีอิจฉาเธอนี่เอง
ในชีวิตนี้เธอต้องสวยจนโจวย่าหนีอิจฉาเธอมากกว่าเดิม!
เหวินหน่วนทำตามที่ตนคิดทันที หญิงสาวมองไปที่กระจกจากนั้นจึงมัดรวบผมของเธอขึ้น พร้อมทั้งเอาหน้าม้าหนาเตอะของเธอขึ้นไปด้วย ภาพในกระจกเผยให้เห็นหน้าฝากที่สวยงามของเธอ
หญิงสาวในกระจกมีใบหน้าที่สวยราวกับลูกพีชผลสีชมพู โดยเฉพาะดวงตาคมโตที่ใสกระจ่างราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
เธอเอื้อมมือไปแตะไฝสีแดงจาง ๆ ที่มุมตาของเธอ
สวยงามนัก!
เหวินหน่วนยิ้มอย่างโง่เขลาให้ผู้หญิงในกระจก เธอเริ่มร้องไห้ทั้งที่ยังยิ้มอยู่
ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเธอ ตอนที่เธอกำลังจะเสียชีวิต เธอคิดในใจว่าถ้าเธอสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง เธอจะต้องมีชีวิตที่ดีเพื่อตัวเอง
"จะร้องไห้เพื่ออะไร?” เธอยิ้มอีกครั้งและเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเธอ "ฉันควรจะมีความสุขสิ"
หญิงสาวขมวดคิ้วเหลือบมองชุดสีดําบนร่างกายของเธอ หยิบตะกร้าเข็มออกมาและเก็บส่วนเอวที่หลวมโพล่งให้พอดีกับร่างกายของเธอ
ทันทีที่ทำเสร็จหวังเซียนฮัวก็ผลักประตูถือชามเดินเข้ามา และเมื่อเธอห็นเหวินหน่วนเธอก็ตะลึงไปก่อนจะยิ้มและพูดว่า "รีบกินไข่ตุ๋นสิ แม่ใส่ดีน้ำตาลลงไปด้วย เพิ่มรสหวานได้เป็นอย่างดี"
ในเวลานี้ น้ำตาลทรายขาวมีราคาแพงมาก หลายครอบครัวไม่สามารถซื้อมันได้ พวกเขาจึงซื้อดีน้ำตาลเล็กน้อยกลับมาแทน ดีน้ำตาลหนึ่งเม็ดทําให้ไข่ตุ๋นชามใหญ่หวานได้
เมื่อเห็นรอยยิ้มอิ่มเอมใจของหวังเซียนฮัว เหวินหน่วนไม่ได้พูดอะไร เธอหยิบชามและเริ่มกินทันที
ตั้งแต่เธอกลับมาที่นี่ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เธอแทบจะหิวตายอยู่แล้ว
หญิงสาวกินเสร็จก็เช็ดปาก เธอวางชามทิ้งไว้อย่างไม่สนใจ
หวังเซียนฮัวรู้สึกเสมอว่าลูกสาวคนโตวันนี้แปลกไปเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่สามารถพูดได้ว่าอีกฝ่ายแปลกไปอย่างไร เมื่อเห็นว่าเธอกินเสร็จแล้วเธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า "เร็วเข้า พ่อของลูกยังรออยู่ข้างนอก"
วันนี้เป็นเหวินเฟิงฉีพ่อของเธอที่พาเธอไปดูตัว
ฟังดูเหมือนการดูตัว แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้ต่างจากการพาลูกสาวไปขาย
"เข้าใจแล้ว” เหวินหน่วนสวมชุดสีดําที่เธอเพิ่งแก้ไขมันไปเมื่อครู่ มันไม่ได้หลวมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มันพอดีกับเอวของเธอ แต่มันก็ไม่ได้ดูดีขนาดนั้น
ใส่ไปก่อนแล้วกัน
ด้วยความสามารถของเธอ ในอนาคตเธอจะต้องมีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง ในนั้นต้องมีเสื้อผ้าที่สวยงามเรียงรายเต็มไปหมด เธอจะสวมใส่พวกมันไม่ซ้ำกันสักวันเลย

เมื่อหญิงสาวเดินออกไป เธอไม่คาดคิดว่าเธอจะเห็นโจวย่าหนียืนอยู่ลานบ้านและคุยกับเหวินเฟิงฉีอยู่
หญิงสาวรำพึงในใจว่าถ้าคนที่ไม่รู้คงคิดว่าโจวย่าหนีเป็นลูกสาวของเหวินเฟิงฉีเสียเอง
ในชีวิตก่อนหน้านี้โจวย่าหนีก็เป็นแบบนี้ มักจะมาที่บ้านของเธอและเหวินเฟิงฉีก็ดีกับโจวย่าหนีมากมาโดยตลอด และที่เธอได้เป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเหวินเฟิงฉี
หญิงสาวรู้สึกว่าเหวินเฟิงฉีดีกับโจวย่าหนีเกินไป ดีกว่าลูกสาวสองคนของเขาเสียอีก
บางครั้งเหวินหน่วนสงสัยว่าทั้งสองครอบครัวสลับลูกกันหรือเปล่า หรือแท้จริงแล้วโจวย่าหนีเป็นลูกสาวของเหวินเฟิงฉีจริง ๆ
แต่ต่อมาไม่นานหลังจากที่หวังเซียนฮัวล้มป่วยและเสียชีวิต เหวินเฟิงฉีแต่งงานกับและแม่ม่ายกัวอันฉินซึ่งเป็นแม่ของโจวย่าหนี
ประกอบกับข่าวซุบซิบในหมู่บ้าน เหวินหน่วนก็ได้รู้ว่าเหวินเฟิงฉีมีความสัมพันธุ์กับกัวอันฉินมานานมากแล้ว
"เหวินหน่วน" เมื่อเห็นเธอออกมา โจวย่าหนีก็เข้ามาหาหญิงสาวอย่างมีความสุข อีกฝ่ายพยายามเข้ามาจับมือเหวินหน่วนและหญิงก็หลบอย่างแนบเนียน "ฉันได้ยินมาว่าวันนี้เธอกําลังจะไปดูตัว สุดยอด เธอกำลังจะเป็นได้เป็นภรรยาของผู้อำนวยการในอนาคต" "
"หืม?” โจวย่าหนีเอียงศีรษะและมองเธอด้วยรอยยิ้ม "ทําไมวันนี้เธอถึงมัดผมล่ะ?"
"ทำไมหรอ?” เหวินหน่วนเหลือบมองเธอช้า ๆ
ศัตรูในชีวิตก่อนหน้านี้ของเธออยู่ตรงหน้า พลางนึกถึงในสิ่งที่อีกฝ่ายทำกับเธอ หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ต้องกังวล
พวกที่ทำร้ายเธอ เธอจะตามล้างแค้นคืนทีละคน
"ไม่มีอะไรหรอก…แค่รู้สึกว่ามันไม่สุภาพไปหน่อยหรือเปล่า?” โจวย่าหนีพูดอย่างลังเล "ไม่ต้องเอาคำพูดของฉันมาคิดหรอก แต่ว่าเสื้อผ้าของเธอวันนี้ไม่ตัวเล็กไปหน่อยเหรอ"
"ก็แค่ปรับเปลี่ยนมันนิดหน่อย” เหวินหน่วนยิ้มและพูดว่า "มันไม่สวยเหรอ?"
โจวโจวย่าหนีอึกอักก่อนจะมองไปที่เหวินเฟิงฉี
"วันนี้ฉันคงจะไม่ได้ทำงานถ้ายังไม่ไปกันอีก" เหวินเฟิงฉีพูดอย่างใจร้อน เขาไพล่มือไปด้านหลัง "รีบไปได้แล้วเดี๋ยวจะสายมากไปกว่านี้”
"ลุงเฟิงฉี อย่าโกรธเลยนะคะ ทำไมคุณไม่ขอให้เธอแต่งตัวดี ๆ ล่ะ” โจวย่าหนีพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ผมทรงเดิมของเธอก็ดีอยู่แล้วแท้ ๆ "
"ไม่จำเป็น” แน่นอนว่าเหวินหน่วนไม่ได้สนใจว่าโจวย่าหนีจะอิจฉาเธอมากแค่ไหนก็ตาม
"ถ้าไม่อยากเปลี่ยน ก็ไม่ต้องเปลี่ยน รีบไปกันเถอะ" เหวินเฟิงฉีมองไปที่ลูกสาวของตัวเองอย่างไม่พอใจ "ฉันบอกแกแล้วว่าการดูตัวในวันนี้ต้องสมบูรณ์แบบ และตระกูลเหวินของฉันไม่ต้องการคนเกียจคร้าน"
"อย่าคิดว่าถ้าแกเอะอะทุกย่างก้าว แล้วจะทำให้ฉันยกเลิกการดูตัวครั้งนี้ได้” เหวินเฟิงฉี กล่าวขณะที่เขาเดินไปข้างหน้าด้วยมือไขว้กันที่ด้านหลังของเขา
"ฉันไม่ไป” ในขณะที่เขากําลังจะไปที่ประตู จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเหวินหน่วนที่ดังมาจากข้างหลัง "แม้ว่าฉันต้องโกนหัวและเข้าไปอยู่ในวัดตลอดชีวิต ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับลู่กัวจื่อ"
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะโกนหัวและไปที่วัดเพื่อเป็นพี่สะใภ้เพราะไม่ใช่สังคมแบบแต่ก่อนแล้ว
คําพูดของเหวินหน่วนทําให้เหวินเฟิงฉีโกรธหนักขึ้นไปอีก
นี่เป็นความท้าทายต่ออํานาจปิตาธิปไตยของเขา
"แกพูดว่าอะไรนะ!"

บทที่ 3 ฉันจะได้พบเขาเร็ว ๆ นี้

บทที่ 3 ฉันจะได้พบเขาเร็ว ๆ นี้
หากคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ยังคงเป็นคนขี้อายและอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อน เธอต้องหวาดกลัวกับใบหน้าอันดำมืดของเหวินเฟิงฉีในขณะนี้แน่
แต่เธอไม่ใช่เหวินหน่วนผู้อ่อนแอและถูกรังแกง่าย ๆ เช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว
เธอคนเก่าได้ตายไปและเธอคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมา
"ฉันบอกว่าฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับลู่กัวจือ” เหวินหน่วนพูดซ้ำอีกครั้ง
"แกนี่มัน! ได้! วันนี้ฉันจะตีแกให้ตาย” เหวินเฟิงฉีพูดพลางหยิบไม้ที่อยู่บริเวณลานบ้านขึ้นมาเพื่อทุบตีเธอ

"อย่า!" หวังเซียนฮัวรีบหยุดผู้เป็นสามีและพูดกับเหวินหน่วนว่า "ทําไมลูกถึงได้ดื้อแบบนี้? เร็วเข้า รีบยอมรับความผิดกับพ่อเร็วลูก"
เหวินหน่วนยิ้มบาง ๆ หวังเซียนฮัวและเหวินเฟิงฉีก็เป็นเช่นนี้ คนหนึ่งร้องหน้าแดงและคนหนึ่งร้องหน้าเสีย
ให้เธอยอมรับมัน?
เธอจะไม่รับรู้ถึงมันอีก
มันจะไม่เหมือนเมื่อก่อนเหวินเฟิงฉีจะตีเธอไม่ได้อีกแล้ว
เหวินเฟิงฉีโมโหจนหัวเกือบระเบิดกับท่าทีของเหวินหน่วน เขาผลักหวังเซียนฮัวออกไปและหยิบไม้เข้าไปตีเหวินหน่วน
"อ๊ะ! ลุงเฟิงฉี ทําไมลุงถึงตีฉันละ" โจวย่าหนีคลุมแขนพร้อมกับร้องไห้ออกมา "แขน…แขนของฉัน"
"หนี่จือ ลุงไม่ได้ตั้งใจจะตีเธอ" เหวินเฟิงฉีรีบโบกมือไปมาอย่างเร่งรีบ พลางจ้องมองไปที่เหวินหน่วนอีกครั้ง
"แกออกมา แกกล้ามากนะที่เข้าไปซ่อนอยู่หลังเพื่อนรักแก นังเด็กสารเลว!"
โจวย่าหนีได้เป็นหนี่จือ ส่วนตัวเธอกลายเป็นนังเด็กสารเลวไปเสียอย่างนั้น
หากเธอคือเด็กสารเลว เหวินเฟิงฉีก็เป็นสารเลวตัวพ่อแล้ว
"เหวินหน่วนของฉัน" คุณย่าตาบอดฟังการเคลื่อนไหวและคลําทางออกมาว่า “ลูกห้ามตีเธอนะ"
"คุณย่า” นัยน์ตาของหญิงสาวร้อนผ่าว “อย่าเข้ามาค่ะ คุณย่าระวังใต้ฝ่าเท้าด้วย"
ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเธอ เมื่อเธอกําลังจะแต่งงานกับลู่กัวจื่อ คนเดียวที่คัดค้านเรื่องนี้คือคุณย่าของเธอ แต่ตอนนั้นเธอเต็มใจแต่งกับอีกฝ่าย หญิงชราไม่พูดอะไรอีกทำเพียงกอดเธอและร้องไห้ออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"การเป็นแม่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย"
ในวันที่เธอแต่งงาน คุณย่าของเธอยัดสูตรอาหารที่ปู่ของเธอทิ้งไว้ให้อย่างเงียบ ๆ เธอบอกว่าให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน และบอกให้เธอซ่อนมันไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้ลูกสะใภ้ของเธอรู้
แต่เธอไม่ฟังคำคุณย่า ลู่กัวจื่อไม่เพียงรู้สูตรอาหารนั่นเท่านั้น แต่เธอยังถูกโจวย่าหนีหลอกอีกด้วย
เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ เหวินหน่วนก็รีบวิ่งไปช่วยคุณย่าของเธอ แต่ในขณะนั้นเอง เหวินเฟิงฉีก็คว้าตัวเธอไว้
"รีบตามฉันมา"
ถ้ายังไม่ไปตอนนี้พวกเขาก็จะสายแล้ว
เขาใช้ความพยายามอย่างมากที่จะให้อีกฝ่ายเห็นด้วยกับการดูตัววันนี้ เหวินหน่วนต้องแต่งงานกับตระกูลลู่ ให้ได้
ถึงลู่กัวจื่อจะเป็นหม้าย แต่เขาก็ยังอายุไม่มาก ตอนนี้เขาเป็นถึงผู้อํานวยการโรงงานปูนซีเมนต์ และในอนาคตเขาจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เขาสามารถทำให้ตระกูลเหวินดีขึ้นได้เพียงแค่สะบัดมือเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ลู่จินฉวน อาของลู่กัวจื่อยังมีอายุน้อย แม้ว่าตนจะไม่เคยพบอีกฝ่ายมาก่อน แต่ชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังเอามาก ๆ
ตราบใดที่เหวินเชี่ยงสามารถเข้าไปทำงานในโรงงานปูนซีเมนต์ที่มีพี่เขยเป็นเจ้านายและมีญาติที่มีอำนาจอย่างลู่จินฉวน เขาก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่าลูกชายของเขาจะไม่มีงานทำและหาภรรยาไม่ได้”
เหวินหน่วนอ้าปากค้าง แขนของเธอกำลังจะถูกอีกฝ่ายฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
"ฉันไม่ไป” เธอผละออกจากมือของเหวินเฟิงฉี "การเป็นแม่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย และฉันไม่สนใจที่จะเป็นแม่เลี้ยงให้ลูกคนอื่น"
ในชีวิตก่อนหน้านี้ เธอดีกับสัตว์ร้ายตัวน้อยสองตัวนั้นอย่างสุดหัวใจ แต่เธอได้อะไรกลับมาบ้าง?
"ตอนนี้คือสังคมยุคใหม่แล้ว เขาไม่ใช้การแต่งงานแบบคลุมถงชนอีกแล้ว ถ้าพ่อยังกล้าบังคับฉัน ฉันจะไปที่เทศบาลเพื่อฟ้องร้องพ่อ" เหวินหน่วนพูดอย่างเย็นชา
"ก็เอาสิ” เหวินเฟิงฉีตบหน้าหญิงสาว "ฟ้องฉันเหรอ? เอาเลย ฉันให้แกฟ้อง "
ใบหน้าของเหวินหน่วนเปลี่ยนเป็นสีแดงและบวมอย่างรวดเร็ว
"คุณจะตีหน้าลูกไม่ได้นะ" หวังเซียนฮัวพูดอย่างกังวล
ทุกคนในครอบครัวต้องอาศัยของฉันในการดูตัว ถ้าเหตุการณ์นี้ทำให้การดูตัวล้มเหลวล่ะ?
เหวินเฟิงฉีเริ่มรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตน ทำไมเขาถึงมีความมั่นใจว่าลู่กัวจื่อจะชอบเหวินหน่วน? เมื่อกี้มันก็แค่การอุ่นหน้าให้ร้อนไม่ใช่หรือไง?
หากพูดถึงเด็กสาวที่มีบุคลิกและนิสัยดีก็คงมีอีกมาก แต่ในสิบลี้แปดหมู่บ้านลูกสาวของเขาต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ แน่นอน
"นี่เหรอลูกสาวแสนดีที่คุณเลี้ยงมา" เหวินเฟิงฉีส่งความโกรธของเขาไปยังหวังเซียนฮัว หลังจากตะโกนใส่เธอ เขาก็พยายามระงับความโกรธของเขาและพูดกับเหวินหน่วนว่า "ฉันเป็นพ่อของแก ทำไมฉันจะสั่งสอนแกบ้างไม่ได้ แกอย่าพูดให้มากความนัก "
"ย่าหนีรู้ความมากกว่าแก เมื่อกี้เธอบอกฉันว่า เธออิจฉาแกที่มีพ่ออย่างฉันคอยจัดการเรื่องแต่งงานให้”
เหวินเฟิงฉีกล่าว
ที่จริงแล้วเขาต้องการแนะนําโจวย่าหนี แต่ติดปัญหาที่โจวย่าหนีหน้าตาไม่ดีเท่าเหวินหน่วน และชื่อเสียงก็มีไม่มากเท่าอีกฝ่าย

เขาไม่รู้ว่าดวงตาของผู้หญิงขี้นินทาในหมู่บ้านนั้นมืดบอดหรืออย่างไร ถึงได้มองไม่เห็นผู้หญิงที่ดีอย่างโจวย่าหนี
"พอเถอะเหวินหน่วน" โจวย่าหนีมองเหวินเฟิงฉีด้วยความอิจฉาและพูดว่า "ลุงเฟิงฉีทําทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของเธอถ้าฉันมีพ่อแบบนี้คงดีไม่น้อย"
เหวินเฟิงฉีรู้สึกเสียใจอยู่พักหนึ่ง
เธอช่างเป็นเด็กดี
"เยี่ยมเลย" เหวินหน่วนพูดด้วยรอยยิ้ม "ในเมื่อเธออิจฉาฉันนัก ก็ไปดูตัวแทนฉันเสียสิ"
โจวย่าหนีคิดถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่สามารถทำได้
"ฉันเห็นว่าแกเกิดมาพร้อมกับพร แต่แกใช้พรพวกนั้นไม่เป็น" เหวินเฟิงฉีพูดพร้อมวางมือบนสะโพก "แม้ว่าลู่กัวจื่อจะหย่าร้าง แต่เขาก็เป็นถึงผู้อำนวยการ ถ้าแกแต่งงานกับเขา แกจะเป็นถึงภรรยาของผุู้อำนวยการ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้า เมื่อออกไปข้างนอก ทุกคนต่างนับหน้าถือตาแก?"
"สำหรับลูกน้อยสองคนของเขา แกก็แค่ให้ขนมพวกเขาบ้าง" เหวินเฟิงฉีพูดอย่างอดทน "ในอนาคตถึงแกไม่ได้ตัดสินใจเรื่องใหญ่ แต่เรื่องเล็ก ๆ ภายในบ้านล้วนเป็นแกที่ตัดสินใจไม่ใช่หรือไง?"
เขาสงสัยว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีหรอกหรือ
ไร้เสียงตอบกลับจากเหวินหน่วน
พวกเขาเกลี้ยกล่อมเธอไปก็เท่านั้น ในชีวิตก่อนเธอถูกโน้มน้าวมามากเกินไปแล้ว ชีวิตนี้เธอจะไม่เลี้ยงเด็กเนรคุณสองตัวนั่นอีก เธอจะเลี้ยงเพียงแมวและสุนัขเท่านั้น
"แกได้ยินที่ฉันพูดไหม” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบ เหวินเฟิงฉีก็โกรธขึ้นมาอีกครั้ง เขาเคาะไม้ลงบนพื้นสองสามครั้ง "จะยืนทื่ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม รีบใช้น้ำแข็งประคบใบหน้าซะ แล้วรีบออกไปกับฉัน"
"ฉันบอกพ่อแล้วว่าฉันไม่ไป” เหวินหน่วนกำมือแน่น
เธอบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอเกิดใหม่แล้วไม่จำเป็นต้องกลัวอีกฝ่ายอีกต่อไปแล้ว
ถึงอย่างนั้น ท่าทางโกรธจัดของเหวินเฟิงฉีในตอนนี้ ก็ยังคงทําให้เธอหวาดกลัว

อาจเป็นเพราะร่างกายนี้จำความหวาดกลัวตลอดสองชั่วอายุคนได้
"นังสารเลว แกต้องการจะต่อต้านฉันจริง ๆ ใช่ไหม” ความโกรธของเหวินเฟิงฉีพุ่งสูงขึ้น เขาพุ่งตัวไปเพื่อจะใช้ไม้ทุบตีอีกฝ่าย

เหวินเฟิงฉีเป็นคนเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรเขาก็จะทุบตีมันทั้งหมด
พี่น้องสามคนในครอบครัวถูกทุบตีเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเมื่อเด็ก ๆ เติบโตขึ้น จํานวนการทุบตีก็ลดลง หรืออาจเป็นเพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการแบกรับมันไว้ เหวินเฟิงฉีทำทุกอย่างที่เขาพูด แต่ถ้าไม่มีใครไปยั่วยุเขา เขาก็จะเป็นเพียงพ่อธรรมดาคนหนึ่ง
โดยเฉพาะเหวินหน่วน เธอไม่เคยทะเลาะกับเหวินเฟิงฉีมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก
นี่เป็นครั้งแรก
เหวินหน่วนหลบหนีได้สองครั้ง แต่เหวินเฟิงฉีเป็นผู้ใหญ่ แถมยังโกรธอีกด้วย ไม้ของเขาตีโดนเธออย่างกับมันเองก็มีตา
เหวินหน่วนก็ไม่ได้ซ่อนตัวอีกต่อไป เธอนั่งยอง ๆ บนพื้นและปกป้องศีรษะของเธอเอาไว้
ลานบ้านมีเสียงดัง มีคนจํานวนมากเฝ้าดูอยู่ที่หน้าประตู
แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปหยุดเหวินเฟิงฉี
ไม่มีเหตุผลอื่นใด เหวินเฟิงฉียังมีชื่อเล่นในหมู่บ้านที่เรียกกันว่า

'คนคลั่ง'
ใครก็ตามที่มีปัญหากับเขา เขาจะเล่นงานเหมือนคนคลั่ง ไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายไปอย่างเด็ดขาด
ในอดีตเมื่อคนในหมู่บ้านเห็นเขาทุบตีเด็ก พวกเขาจะเข้าไปห้าม แต่ใครจะรู้ว่าเหวินเฟิงฉีไม่ยอมหยุด ซ้ำยังทุบตีแรงขึ้นกว่าเดิม
เขารู้สึกว่ายังมีเด็กสองสามคนที่ทําให้เขาอับอายได้
"คุณจะทําอะไร?” ชายหนุ่มมองไปที่ลานบ้านของตระกูลเหวินพร้อมกำหมัดแน่น กําลังจะรีบวิ่งเข้ามา แต่ถูกแม่ที่อยู่ข้างหลังของเขาหยุดเอาไว้ "เขาเป็นคนคลั่ง ถ้าลูกเข้าไปห้าม มีแต่จะทำให้เหวินหน่วนถูกทุบตีหนักขึ้น"
"ตงจือฟังแม่ ปล่อยเรื่องนี้ไปเถอะ” หลิวซิ่วเอ๋อถอนหายใจ "เหวินหน่วนเป็นผู้หญิงที่ดี แต่…แม่คิดว่าเธออาจไม่ใช่คนที่ฟ้าส่งมาให้ลูก"
"แต่ถ้าปล่อยไว้ เขาต้องฆ่าเธอแน่" จู้ตงหมิงดึงมือแม่ออกไป
"อืม…" ในขณะที่มือเรียวหยุดไม้ของเหวินเฟิงฉี ชายคนนั้นพูดด้วยโทนเสียงต่ำและเย็นชาว่า "การทุบตีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย"
เสียงนี้!

เหวินหน่วนไม่คาดคิดว่าจะได้พบเขาเร็วขนาดนี้หลังจากเกิดใหม่

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...