โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มช. เปิดตัว “builds” โปรแกรมปั้นสตาร์ทอัพจากนักศึกษาแบบครบวงจร ที่แรกในประเทศ

Dek-D.com

เผยแพร่ 16 ส.ค. 2566 เวลา 04.45 น. • DEK-D.com
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดตัว โปรแกรม builds (CMU Startup & Entrepreneurial Platform)

มช. เขย่าวงการสตาร์ทอัพไทย เปิดตัว “builds” โปรแกรมปั้นสตาร์ทอัพจากนักศึกษาแบบครบวงจร ที่แรกในประเทศ พร้อมผสานความร่วมมือในการให้ความรู้ผ่าน LiVE Platfom ของตลาดหลักทรัพย์ ตั้งเป้าดันนักศึกษา 4,200 ราย สร้างธุรกิจจริงระหว่างเรียน

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดตัว โปรแกรม builds (CMU Startup & Entrepreneurial Platform) เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผู้ประกอบการ (Entrepreneurial University)โดย ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม โดยหนึ่งในเป้าหมายของมหาวิทยาลัย คือการสร้างผลกระทบทางเศษฐกิจของประเทศไทย 60,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 ปีโดยก้าวสำคัญในการทำเป้าหมายให้สำเร็จ คือ ความมุ่งมั่นในการผลักดันสตาร์ทอัพ ที่มีรากฐานจากงานวิจัยในมหาวิทยาลัย โดยเปิดโอกาสให้ นักศึกษาได้นำงานวิจัยหรือเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยมาสร้างเป็นธุรกิจผ่านการ Spin-off ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดการจ้างงาน การสร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือของประเทศไทย

อธิการบดี มช. ได้ให้เหตุผลสำคัญ 4 ประการ ในการผลักดันให้นักศึกษาได้เรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ในการเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยได้แก่

1. ช่วยสร้างทักษะของผู้ประกอบการที่จำเป็นในอนาคตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยจะมีทักษะความรู้เชิงลึกในด้านความเป็นผู้ประกอบการ ที่จะช่วยให้สามารถนำความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือการบริหารจัดการ

2. เพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ Tech Spin-off จาก มช.โดยการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและงานวิจัย ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยมาสร้างธุรกิจในรูปแบบของสตาร์ทอัพ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตและสามารถที่สร้างมูลค่าสูงได้

3. เกิดการจ้างงานทักษะสูงในพื้นที่มากขึ้นโดยเฉพาะการจ้างงาน เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม โปรแกรมเมอร์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะสร้างโอกาสโดยการเพิ่มศักยภาพและทักษะแล้ว ยังช่วยให้มีงานรองรับในภูมิภาค ทำให้มีโอกาสทำงานในภูมิลำเนา โดยไม่ต้องจากครอบครัวไปทำงานที่ส่วนกลางหรือในเมืองหลวงเพียงอย่างเดียว

4. เป็นเครื่องมือช่วยเร่งการแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่น การผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเร่งการแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่น ทำให้เกิดธุรกิจ การจ้างงาน การสร้างรายได้ ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้านการบริหารนวัตกรรม กล่าวว่าการเปิดตัวโปรแกรม builds ซึ่งเป็นโปรแกรมการสร้างสตาร์ทอัพและความเป็นผู้ประกอบการให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวันนี้ มุ่งหวังที่จะสร้างกลไกการสนับสนุนและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพและความเป็นผู้ประกอบการของนักศึกษาอย่างครบวงจรโดยโปรแกรม builds จะมีการทำงานผ่าน 5 องค์ประกอบอันได้แก่1. Entrepreneurial course plug inการจัดทำหลักสูตรผู้ประกอบการ ที่เป็นวิชาสำหรับนักศึกษาทุกคนสามารถเข้าถึงได้2. Education sandboxการสร้างธุรกิจและสามารถแลกเป็นหน่วยกิตสำหรับการจบการศึกษาได้ 3. Incubation programโปรแกรมการบ่มเพาะและการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ 4. Startup clubคอมมูนิตี้ของการสร้างสตาร์ทอัพจากนักศึกษาในหลากหลายคณะ เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ และเฟ้นหาเพื่อนร่วมทีมในการจัดตั้งบริษัท 5. Financial support mechanismกลไกการสนับสนุนเงินลงทุนในการสร้างธุรกิจ โดยองค์ประกอบทั้ง 5 จะเป็นกลไกสำคัญที่จะสนับสนุนให้นักศึกษาทุกชั้นปีสามารถ จัดตั้งและดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพควบคู่ไปกับการเรียนแบบปกติอย่างราบรื่น

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของโปรแกรม builds คือ ความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการนำหลักสูตรออนไลน์ของ LiVE Platform มาใช้ให้ความรู้กับนักศึกษา และเมื่อนักศึกษาเรียนหลักสูตรที่ถูกคัดเลือกมาจนจบจะสามารถนำไปนับเป็นหน่วยกิตได้ ซึ่ง มช. ถือเป็นมหาลัยวิทยาลัยแรกในประเทศไทยที่นำเอาหลักสูตรออนไลน์ของ LiVE Platform มาผนวกร่วมกับวิชาในมหาวิทยาลัยจนได้หน่วยกิตในการสำเร็จการศึกษา นอกจากนั้นในปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป จะมีการกำหนดให้ความรู้ด้านผู้ประกอบการเป็นความรู้พื้นฐานทั่วไปที่นักศึกษา มช. ทุกคนต้องเรียนรู้ อีกทั้งจะมีการผลักดันให้เกิดวิชาโท (Minor) ด้านความเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มรูปแบบ

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล กล่าวว่า ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การผลักดันมหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผู้ประกอบการนั้น นอกจากจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้แก่มหาวิทยาลัย สร้างทักษะและองค์ความรู้ให้กับนักศึกษาในด้านการเป็นผู้ประกอบการ ยังเป็นการสร้างรายได้ พัฒนาเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมอย่างแท้จริงทั้งนี้ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายและความท้าท้ายว่า ภายในปี 2569 โปรแกรม builds จะสามารถสร้างนักศึกษาที่สนใจการสร้างสตาร์ทอัพ และความเป็นผู้ประกอบการได้มากกว่า 4,200 คนเกิดทีมนักศึกษาที่เริ่มสร้างสรรค์ไอเดียธุรกิจไม่น้อยกว่า 600 ทีม นำไปสู่การตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพไม่น้อยกว่า 240 บริษัท เกิดการจ้างงานทักษะสูงในพื้นที่มากกว่า 3,600 ตำแหน่ง สร้างรายได้มากกว่า 4,500 ล้านบาท และทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือเติบโตขึ้นอีกราว 8,100 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...