โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้าก็ร้ายเช่นนี้

นิยาย Dek-D

อัพเดต 09 ธ.ค. 2566 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2566 เวลา 11.43 น. • เสี่ยวลี่_Chenworld
หากวันใดคุณชายคิดตบแต่งฮูหยิน วันนั้นซิ่งหลิงจะจากไปไม่ให้คุณชายต้องหมองใจ

ข้อมูลเบื้องต้น

ซิ่งหลิง

'ไม่ว่าตบตีหรือด่าทอ ซิ่งหลิงล้วนกล้าทำทั้งสิ้น'

จิ้งเส้าหวง

'บุรุษเช่นข้ามีไม่มาก หากหาได้ดีกว่าข้าก็นับเป็นวาสนา ไปเสียเถิด'

นางร้ายกาจ ส่วนเขาเจ้าเล่ห์

นางรังเกียจเขา แต่รักก้อนตำลึงทองที่เขามี

ส่วนเขาก็รังเกียจนาง แต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่เขาชอบพอ…

นางเรียนรู้ได้หนึ่งอย่างไม่ว่าจะไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติก่อนสิ่งที่สำคัญที่สุดล้วนเป็นเงินทอง

ต่อให้นางต้องตบตีผู้อื่นเพื่อเงินทอง นางก็จะทำ!

ต่อให้นางต้องคลานเข่าก้มเก็บเงินทอง นางก็จะทำ!

ต่อให้ต้องทอดกายขายเรือนร่าง นางก็จะทำ!

ทว่ามีสิ่งเดียวที่นางยึดถือเอาไว้ไม่ยอมปล่อยวาง ต่อให้จะต้องสูญเสียเงินทองเป็นตั้งตรงหน้าก็จะไม่ขัดหลักการของตนเอง

'ตัวข้าถือคติไม่แย่งชิงของผู้ใดและผู้อื่นก็ไม่อาจแย่งชิงของของข้า แน่นอนว่า…รวมถึงคนด้วยเจ้าค่ะ'

แจ้งเรื่องการติดเหรียญ

หลังจากตอนที่ 30 เป็นต้นไปจะเริ่มติดเหรียญล่วงหน้าในราคา 4 เหรียญนะคะ อ่านฟรี 3 วัน หลังจากนั้นจะติดเหรียญถาวรในราคา 8 เหรียญค่ะ ทั้งนี้เพื่อเฉลี่ยราคาตอนให้เท่ากับอีบุ๊ก

แต่หากท่านใดไม่สะดวกเรื่องจุ๊กจิ๊กจุ๊กใจ อ่านยาวๆ กลับมาอ่านซ้ำๆ ก็ตำอีบุ๊กได้เลยจ้ะ (3 เล่มจบ)

อีบุ๊กออกครบทั้งสามเล่มแล้วน้าา

สำหรับนักอ่านที่กลัวพลาดตอนอ่านฟรี ไรท์ได้ลงรูปในอัลบั้มระบบหลังบ้านไว้แล้วนะคะ จะมีวันที่เผยแพร่ วันที่อ่านฟรี ไปจนถึงวันที่ติดเหรียญ สามารถดูในเพจ โรงน้ำชาสกุลเฉิน หรือกดลิ้งก์ได้เลยนะคะ https://www.facebook.com/Chenchenworld/

ทั้งเว็ป readawrite และเว็ป dek-d มีกำหนดการลงเหมือนกันค่า

ปล.ปกติแล้วจะเปิดเผยแพร่วันเว้นวัน ติดตอนอ่านล่วงหน้า 5 วัน และอ่านฟรี 3 วัน ถ้าตอนไหนมีกำหนดต่างออกไปก็ต้องขออภัยในความอ๋องๆ เอ๋อๆ ด้วยนะคะ พอดีว่าตอนเยอะมากๆ อาจจะเกิดความตาลายขึ้น ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่า

ข้าก็ร้ายเช่นนี้มีสามเล่มจบนะคะ

เล่มที่่ 1 เปิดให้อ่านฟรีจ้า ไปโหลดกันได้เลยน้า

เล่มนี้จะประกอบด้วย บทที่ 1-26

ข้าก็ร้ายเช่นนี้ เล่ม 2

เล่มนี้จะประกอบด้วย บทที่ 27-55

มีโปร 199 บาท หากซื้อผ่านหน้าเว็ปไซต์หรือในระบบแอนดรอยจะถูกกว่า IOS นะคะ

ข้าก็ร้ายเช่นนี้ เล่ม 3 (จบ)

ประกอบด้วย บทที่ 56-79 (จบ) + (ตอนพิเศษ 3 ตอน)

มีโปร 199 บาทเช่นกันจ้า ถ้าซื้อผ่านหน้าเว็ปและระบบแอนดรอยจะถูกกว่า IOS นะคะ

คำชี้แจง

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจิตนาการ ไม่อ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ หากพบข้อผิดพลาดใดๆ สามารถแจ้งเข้ามาได้เลยนะคะ

บทที่ 1 คืนแรก 1.1

บทที่ 1

คืนแรก

หนึ่งฟู่ หนึ่งอี้และสองจิ้ง ทั้งสี่คือแซ่ของตระกูลคหบดีใหญ่กุมบังเหียนการค้ากว่าครึ่งในแผ่นดิน สี่ตระกูลไม่นับว่าเป็นคู่แข่งทางการค้าที่ชิงชังดุเดือด มีกิจการร้านค้าร่วมกันอยู่ไม่น้อย ตระกูลทั้งสี่รู้ตัวดีว่ามีสายตามากมายคอยจ้องจับผิด ฝ่ามือเดียวไม่อาจปัดป้องภัยร้ายที่โถมเข้าหาแต่หากมีมืออีกหลายคู่ร่วมช่วยเหลือเกื้อกูลก็สามารถฝ่าฟันอันตรายที่แฝงทั้งในที่ลับและที่แจ้งได้

จิ้งเส้าหวงผู้สืบทอดสายตระกูลจิ้งเพียงหนึ่งเดียว ผู้เป็นหนึ่งในสองจิ้งที่ถูกเรียกขาน สองจิ้งกล่าวผิวเผินฟังดูเป็นหนึ่งเดียวแต่ความหมายกลับต่างกันสิ้น จิ้งเส้าหวงผู้นี้อยู่ในตระกูลจิ้งอันหมายถึงสะอาดและบริสุทธิ์ แท้จริงแล้วตระกูลจิ้งก็หาได้สะอาดบริสุทธิ์เช่นความหมาย ไม่เพียงตระกูลจิ้ง ทั้งสามตระกูลก็ไม่ได้ขาวสะอาดไร้มลทิน หอคณิกา โรงพนัน เรือนค้าทาสล้วนเปิดกิจการในนามของตระกูลอย่างต่ำสองสามร้าน ซ้ำกิจการที่เกิดจากน้ำตาและความทุกข์ตรมคล้ายทำเงินได้มากเป็นพิเศษ

จิ้งเส้าหวง ผู้สืบทอดตระกูลจิ้งผู้นี้อายุยี่สิบห้าแต่ยังไม่ได้แต่งฮูหยิน ไร้ภรรยารองและอนุ ใช่ว่าเขาไม่ชมชอบเรื่องราวระหว่างบุรุษสตรี อายุเขาแม้จะไม่อยู่ในช่วงเลือดร้อนดุจเด็กน้อยที่เพิ่งได้ลิ้มรสหวานของลูกอมหรือเลือดลมพลุ่งพล่านเดือดร้อนยากระงับความกระสัน

เขาแวะเวียนไปหอคณิกาไม่ขาด ออกหมายเรียกตัวคณิกาปลิวว่อน บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนเช่นเขาไม่ชมชอบเรื่องวุ่นวายจุกจิกของเหล่าสตรี ทั้งยังไม่ชอบการผูกมัด ด้วยนิสัยเช่นนี้แล้วต่อให้แต่งฮูหยินเข้าบ้านตามคำสั่งบิดาเขาก็ยังคงไร้ภรรยารองหรืออนุเช่นเคย แวะเวียนเยี่ยมเยือนหอคณิกาจนกว่าส่วนนั้นจะใช้การไม่ได้

ซ้ำชื่อเสียงของเขาไม่ใคร่ดีนัก มองผิวเผินคล้ายบุรุษที่ใช้อวัยวะส่วนล่างใต้ผ้าคาดเอวคิดนำทางแทนสมอง แต่ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งของตระกูลจิ้งมีหรือที่จะใช่คนไร้หัวคิด

ตระกูลจิ้งมีกิจการมากมายโดดเด่นเลื่องชื่อที่สุดเป็นกิจการร้านแลกเงิน รองลงมาเป็นหอสุราและโรงเตี๊ยมตามลำดับ นอกจากนั้นยังมีร้านค้าของแห้งจำพวกต่างๆ กระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน ถือได้ว่าตระกูลจิ้งกุมชะตาเรื่องปากท้องของคนในแผ่นดินอยู่หลายส่วนก็ไม่เกินเลย

ยิ่งฤดูกาลเก็บเกี่ยวมาถึงข้าวสีเหลืองทองในทุ่งไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นาที่ตระกูลจิ้งครอบครองกว่าหลายสิบฉิ่ง [1] ในแดนเหนือถูกจัดเป็นเขตเกษตรกรรมสำคัญต้องเร่งจัดการดูแล เป็นสาเหตุให้จิ้งเส้าหวงขยับเคลื่อนจากเมืองหลวง เดินทางไปยังแดนเหนือกว่าห้าร้อยลี้เพื่อจัดการผลผลิตที่ถูกเก็บเกี่ยวเก็บรักษายังคลังสินค้าตระกูลจิ้ง ไม่ใช่เพียงข้าวเท่านั้น ยังมีธัญพืชหลากหลายชนิดที่ต้องตรวจสอบ นับจำนวนและจัดการให้รอบคอบ หากขาดไปสักนิดสักหน่อยไม่นับว่าเป็นอะไรได้ แต่หากว่าในคลังสินค้าตระกูลจิ้งมี ‘สิ่งแปลกปลอม’ เพิ่มเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

…นั่นถือเป็นเรื่องใหญ่

ทุกปีจิ้งเส้าหวงต้องตรวจดูความเรียบร้อยของคลังใหญ่ตระกูลจิ้ง การเดินทางขึ้นเหนือจึงมีแบบแผนและกำหนดการ ขบวนการเดินทางถูกตระเตรียมไว้ล่วงหน้าหลายเดือน

การเดินทางห้าร้อยลี้ใช้เวลาประมาณสิบวัน ทุกๆ สามวันจะแวะพักในเมืองใกล้เคียง รวมทั้งสิ้นประมาณครึ่งเดือนจึงจะถึงแดนเหนือ ขบวนรถม้าและเกวียนติดตามเดินทางได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค บ่าวไพร่แวะพักตามจุดพักม้าและโรงเตี๊ยมอย่างเคย เดินทางมาได้ครึ่งทางอากาศกลับแปรปรวนวิปริต เรื่องลมฟ้าดินอากาศหาใช่มนุษย์กำหนด น่าแปลกที่ในฤดูเก็บเกี่ยวมีฝนนอกฤดูหลงมาผิดจากปีก่อนๆ ทำให้พื้นดินชื้นแฉะกลายเป็นดินโคลนเปียกๆ ส่งผลให้การเดินทางล่าช้าถ่วงรั้งเสียจนจิ้งเส้าหวงหงุดหงิดรำคาญใจ

จากเมืองหลวงไปแดนเหนือมีจุดแวะพักสามแห่งที่เลื่องชื่อ แต่คนเช่นจิ้งเส้าหวงมีหรือที่จะพักในโรงเตี๊ยมเช่นคนธรรมดา สำหรับตระกูลจิ้งที่เป็นคหบดีร่ำรวยย่อมต้องเข้าพักในเรือนของตนเองเป็นธรรมดา

จิ้งเส้าหวงเดินทางหลายร้อยลี้ แม้จะอ่อนล้าจากการเดินทางแต่เขาก็ไม่ใช่บุรุษอ่อนแอที่เดินไปไหนมาไหนต้องให้คนคอยประคอง เข้าส้วมต้องให้คนคอยจับชายอาภรณ์ ทั้งยังไม่ใช่บุรุษหน้าขาวปากแดงเจ้าสําอาง การผ่อนคลายปลดปล่อยความเมื่อยล้าสำหรับจิ้งเส้าหวงจึงไม่ใช่การท่องกลอนเขียนกวี แต่เป็นการหาความสำราญจากสตรี

เรื่องนี้บ่าวรับใช้และคนสนิทต่างก็รู้ดี นี่ก็เป็นหนึ่งในแบบแผนที่จิ้งเส้าหวงทำเป็นประจำ แต่คราวนี้ออกจะแปลกไปสักหน่อยเมื่อสตรีครั้งนี้ไม่ใช่หญิงคณิกาดังที่เคย

…แต่เป็นอี้จี [2] ที่เพิ่งขายคืนแรก

พ่อบ้านประจำเรือนพักจิ้งกงขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีที่ได้ยินรายงานจากสาวใช้อาวุโส

“คุณชายมิใช่คนเรื่องมาก หากรู้ว่าสิ้นเปลืองเงินทองหลายร้อยตำลึงไปกับคืนแรกของสตรีคงไม่พอใจนัก”

รุ่งสางผ่านพ้นสตรีนางนั้นก็ต้องกลับไปที่ที่จากมา จิ้งเส้าหวงไม่เก็บสตรีเหล่านี้ร่วมเดินทางหรือรับเลี้ยงดู บ่าวไพร่สาวใช้ในตระกูลจิ้งล้วนรู้กันดี ปกติแล้วหากอี้จีขายคืนแรกถ้ามิใช่ถูกแม่เล้าบีบบังคับ พวกนางก็มักมีบุรุษในใจ รอให้ชายในดวงใจซื้อคืนแรกแล้วค่อยไถ่ตัวออกจากหอคณิการ่วมใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยกัน

“โถ่ ไม่ได้เสียเงินอะไรมากมายนัก เพิ่มเติมจากเดิมไม่กี่สิบตำลึง คณิกาคนก่อนๆ อายุมากขึ้น ไม่สดใสงดงามเช่นเดิม ยิ่งได้ยินว่าระยะนี้คุณชายอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงอยากให้คุณชายสำราญมากสักหน่อย” ตูหม่าอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม เบิกบานไม่น้อยเมื่อคิดถึงใบหน้าของอี้จีที่เพิ่งซื้อคืนแรกมา อี้จีผู้นั้นผิวพรรณเนียนละเอียด ใบหน้าก็งดงามเย้ายวน โชคดีแท้ๆ ที่ไม่มีผู้ใดแย่งชิงคนกับนาง!

ตัวนางและพ่อบ้านคอยดูแลเรือนพักจิ้งกงอันอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ปีหนึ่งมีโอกาสเพียงหนึ่งครั้งที่จะทำให้คุณชายพอใจ เมื่อโอกาสมาถึงมีหรือจะพลาดไม่เข้าประจบประแจง ถ้าคุณชายเบิกบานสำราญใจคงได้ถุงแดงกันคนละถุงสองถุง

หมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองจะไปหาสตรีงดงามหยาดเยิ้มจากที่ใดได้ทันท่วงที มีแต่ต้องส่งหมายออกงานให้แก่หอคณิกาในเมืองล่วงหน้าหลายวัน ทั้งคณิกาที่มาปรนนิบัติคุณชายก็มิใช่นางโลมชั้นล่างทั่วไป อย่างน้อยสุดก็ต้องเป็นคณิกาที่มีเรือนพักแยกเป็นสัดเป็นส่วนและมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง มิใช่หอโคมแดงทั่วไปที่บุรุษกลัดมันกักขฬะเทียวเข้าเทียวออก

พ่อบ้านได้ยินเช่นนี้แล้วก็ถอนหายใจ เอาเถอะขอเพียงคุณชายคลำดูว่าไม่มีหางก็เป็นอันใช้ได้แล้ว…

[1] 1 ฉิ่ง เท่ากับ 100 ไร่

[2] อี้จี หญิงที่ขายศิลปะไม่ได้ขายเรือนร่างเป็นหลัก

บทที่ 1 คืนแรก 1.2

บทที่ 1

คืนแรก

ท่อนขากำยำก้าวขึ้นจากอ่างไม้ หยดน้ำกลมเกลี้ยงไหลตามร่องมัดกล้ามเนื้อกระทบกับแสงเทียนจนบังเกิดประกายพราวพร่าง มือคู่ใหญ่วาดหยิบเอาอาภรณ์สีขาวบนฉากกั้นสวมอย่างขอไปที หลังจากชำระกายเสร็จสิ้น จิ้งเส้าหวงมุ่งเดินไปยังห้องนอน การเดินทางไกลทุกครั้ง นอกจากผู้คุ้มกันและคนสนิทอีกสองสามคนที่เหลือก็ล้วนเป็นเหล่าอาวุโสและบ่าวรับใช้ที่ติดตามช่วยงาน ไร้สาวใช้ส่วนตัวติดตามดังนั้นไม่ว่าจะอาบน้ำหรือแต่งตัวก็ล้วนเป็นจิ้งเส้าหวงจัดการเองทั้งหมด

เสียงเกรียวกราวของม่านกั้นห้องกระทบกับกายแกร่งกลิ่นหอมจากกำยานเผาไหม้อยู่ในกระถางปะทะจมูก แสงสลัวๆ สีส้มแดงของเทียนวูบไหวไปตามสายลมที่พัดพาเข้ามา สายตามองยังเตียงนอน ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงแม้กระนั้นยังพอมองเห็นเงาร่างของคนที่อยู่ด้านในได้เลือนราง

สำหรับเรื่องใกล้ชิดระหว่างบุรุษสตรีจิ้งเส้าหวงไม่เขินอายหรือประหม่า ฝีเท้าหนักแน่นมุ่งตรงไปยังเตียง ระหว่างนั้นก็ถอดเสื้อผ้าที่สวมคลุมไว้อย่างหมิ่นเหม่ออกจากตัว ทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี

ม่านโปร่งถูกเลิกขึ้นกลิ่นกำยานปลุกราคะเข้มข้นฉุนจมูกจนทำให้จิ้งเส้าหวงขมวดคิ้วมุ่น หรี่ตาลงกึ่งหนึ่งมองสตรีบนเตียงที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน ผมยาวดำขลับแผ่สยาย มือทั้งสองจิกดึงผ้าปูเตียงไว้แน่นจนข้อนิ้วปูดโปน บนร่างนางมีเพียงเอี๊ยมบังทรงและกางเกงขาสั้นตัวน้อยโปร่งบางเผยให้เห็นผิวพรรณขาวกระจ่างและแผ่นหลังเรียบเนียนนวลตา

จิ้งเส้าหวงยื่นมือเข้าไปใกล้ คิดพลิกตัวนางให้หงายขึ้นเพื่อยลโฉม ทว่าเมื่อสัมผัสไหล่เล็กบางเสียงอู้อี้ของสตรีบนเตียงกลับดังขึ้นเสียก่อน

“ท่าน…รูปงามหรือไม่”

“อืม”

รูปงามหรือไม่คำถามนี้จิ้งเส้าหวงตอบได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ตัวเขาจะไม่ใช่บุรุษหน้าขาวปากแดงดั่งที่สตรีอื่นชมชอบหลงใหลแต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วอัปลักษณ์หรืออุบาทว์ตายากทนมอง

แม้จะได้ยินเสียงตอบรับของเขาแต่นางก็คล้ายไม่วางใจ ผินหน้าเล็กน้อย พยายามฝืนหนังตาหนักอึ้งปรือมองผ่านเส้นผมที่ปรกใบหน้า ต้องการพิสูจน์รูปลักษณ์ของเขาด้วยตาตนเองว่าจริงเท็จมากเพียงใด แต่ก็จนใจที่เห็นเพียงเงาดำเลือนรางหน้าเตียงเท่านั้น

ในใจลอบนึกด่าท่านแม่ที่จับนางรมกำยานปลุกเร้าเสียจนสองตาพร่ามัว พิศดูเรือนกายที่แม้จะไม่เห็นชัดเจนแต่เอวสอบเข้ารูปก็ทำให้นางโล่งใจได้เปลาะหนึ่ง

อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนอัปลักษณ์หรืออ้วนฉุ คืนแรกของนางขอลิ้มรสอะไรที่เจริญตาเจริญใจสักหน่อย…

สัมผัสร้อนผ่าวและสากระคายที่หยุดนิ่งบนต้นแขนเริ่มขยับ สัมผัสนี้ทำให้ขนอ่อนทั้งหมดในร่างลุกชัน ผิวหนังเป็นตุ่มไตเหมือนหนังไก่ตอบสนองการลูบไล้ของเขาอย่างรวดเร็ว

“รมกำยานมาหนักมือเช่นนี้จะไปสำราญอะไร…”

จิ้งเส้าหวงพูดขึ้นแม้น้ำเสียงจะไม่พอใจนักแต่มือยังคงลูบผิวกายเนียนละเอียดอย่างเชื่องช้าเพลิดเพลิน ตัวนางให้สัมผัสที่ดีเรียบลื่นดุจไข่ปอก ยิ่งเห็นนางหอบหายใจหนักขึ้นจึงยื่นมือเกลี่ยเส้นผมที่ปิดบังใบหน้าทัดไว้หลังใบหูขาวสะอาด พิศดูดวงหน้าด้วยความใคร่รู้

เมฆดำผ่านพ้นจึงมองเห็นจันทร์กระจ่างนวลตาที่เปล่งแสงเรืองรอง จิ้งเส้าหวงนิ่งชะงักไปชั่วขณะ สบมองดวงตาคู่งามที่สุกสกาวราวดาราบนนภา กวาดมองใบหน้าของสตรีบนเตียงอย่างคาดไม่ถึงอยู่บ้าง

“พะ พวกเขา กลัว…กลัวข้าไม่เรียบร้อยเชื่อฟัง”

น้ำเสียงของนางขาดๆ หายๆ ตะกุกตะกักอ่อนแรง ซิ่งหลิงตอนนี้ประคองสติไม่อยู่แล้ว สัมผัสจากฝ่ามือของเขานอกจากจะสร้างความร้อนลวกในตอนแรก ตอนนี้กลับเย็นสบายทำให้ตัวนางที่ตกอยู่ในภูเขาเพลิงรู้สึกเบาสบาย พยายามเอียงใบหน้าแนบชิดกับฝ่ามือใหญ่ที่ลูบสัมผัสแก้มอย่างเผลอไผล พูดงึมงำ

“ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรนัก คืนแรกของข้าอยากให้น่าจดจำสักหน่อยก็เท่านั้นเอง”

ซิ่งหลิงที่ถูกรมยาจนตาลาย ไหนเลยจะรู้ว่าฝ่ามือที่กำลังลูบหน้านางชะงักไป ความร้อนในกายเดือดพล่านแทบจะแผดเผาตัวเองให้มอดไหม้เป็นธุลี ร่างบางบิดไปมาด้วยความทรมาน เพรียกหาความเย็นฉ่ำดับความร้อนรุ่มที่กำลังโหมกระหน่ำบ้าคลั่งอยู่ภายในกาย

ฝ่ามือเล็กบางรีบคว้าจับความเย็นสบายที่แนบอยู่ข้างแก้มอย่างโหยหา โถมรัดเหนี่ยวรั้งไว้เต็มอ้อมแขน กอดความเย็นราวกับก้อนน้ำแข็งไว้แน่น บิดตัวถูไถลเข้าหาน้ำแข็งก้อนยักษ์อย่างเลอะเลือน ยิ่งแนบชิดก็ยิ่งสบายตัวแม้จะจับได้ว่าสัมผัสเย็นๆ เริ่มขยับลูบทั่วร่างสร้างความจั๊กจี้จนนางต้องผละกายถอยออก

แต่ทว่าเมื่อห่างออกมา ความร้อนดุจเปลวเพลิงก็โหมโชนลุกไหม้ขึ้นมาอีก นางได้แต่ขยับเปะปะซุกเข้าหาความเย็นสบายเมื่อครู่อีกหน เสียงงึมงำดังขึ้นข้างหูซิ่งหลิงไม่รู้แล้วว่าคำพูดนั้นหมายถึงสิ่งใด สนใจเพียงแต่กอดความเย็นฉ่ำไว้โดยไม่ปล่อยมือ แม้อาภรณ์น้อยชิ้นถูกถอดออกแต่ซิ่งหลิงก็ไม่ได้ขัดขืนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ใช้มือและเท้ากอดเกี่ยวความเย็นไว้อย่างมุ่งมั่น

มีคราหนึ่งที่นางรู้สึกเหมือนฟ้าหมุนดินเคลื่อน โลกพลิกกลับตาลปัตร ไม่ทันได้งุนงงตั้งสติ เรียวขาของนางก็ถูกแยกออก ความจั๊กจี้นี้เกิดขึ้นอีกคราพร้อมกับความเจ็บแปลบที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนจนดึงสตินางให้กลับมาครู่หนึ่ง ดวงตาพร่าเลือนพลันเห็นสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองตรงมา แววตานี้เสมือนพยัคฆ์ล่าเหยื่อที่ถูกใจได้ไม่มีผิด

ความรู้สึกเหมือนถูกแยกร่างเบาบางลงสลับแทนที่ด้วยความจั๊กจี้และความวาบหวิวจนท้องน้อยปั่นป่วนพิกล ทำให้ซิ่งหลิงทั้งสับสนทั้งมึนงง ฤทธิ์ยาในร่างก็ไม่มีทีท่าจะบรรเทาลงแม้แต่น้อย มีแต่จะเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากนั้นนอกจากความเจ็บ ความจั๊กจี้ ความเย็นและความร้อนสุดขีด

ก็จำอะไรไม่ได้อีก…

บทที่ 2 กำเนิดจากโคลนตม 2.1

บทที่ 2

กำเนิดจากโคลนตม

ซิ่งหลิงรู้สึกตัวตื่นอีกคราในตอนรุ่งสาง กะพริบตาถะถี่พยายามขับไล่ความปวดเมื่อยและความวิงเวียน ครุ่นคิดทั้งๆ ตอนนี้ปวดหัวเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบเข้าที่ศีรษะ ตั้งสติทบทวนอยู่พักหนึ่ง จึงนึกขึ้นได้ว่านางเสียครั้งแรกไปแล้ว…

ร่างบางยันตัวลุกขึ้นจากเตียงทำให้ผ้าห่มผืนบางที่คลุมบนไหล่ลาดร่วงกองอยู่บนเตียง ผิวกายสัมผัสกับความเย็นของอากาศด้านนอกจึงทำให้นางหดตัวด้วยความเหน็บหนาว

“เข้าใจแล้วว่าไยถึงได้กลัวเจ้าไม่เรียบร้อย” จิ้งเส้าหวงพูดเสียงเรียบ ปรายตาไปยังสตรีบนเตียงที่ตื่นจากหลับใหลกำลังพยายามตั้งสติ ใบหน้างุนงงของนางผิดจากเมื่อคืนไปมาก ไม่เหมือนเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย

ซิ่งหลิงมองเขาอยู่พักหนึ่งจนสายตาพร่ามัวค่อยๆ คุ้นชิน เห็นบุรุษผู้หนึ่งเอนกายเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้ห่างออกไปไม่ไกล สายตากลับมาเป็นปกติและมีสติเต็มสิบส่วนจึงเห็นใบหน้าและรูปร่างของเขาผู้นั้น

…ไม่ผิดไปจากที่พูดเมื่อคืนเลย

ซิ่งหลิงโล่งอก ถอนใจยาวออกมาด้วยความโล่งใจประหนึ่งยกขุนเขาลูกใหญ่ออกจากอก เผยรอยยิ้มกว้างเอียงคอทักทายเขาอย่างอารมณ์ดี

“อรุณสวัสดิ์คุณชาย”

เขาเป็นบุรุษหน้าตาคมคายหล่อเหลา เรือนกายกำยำสูงโปร่งทั้งยังมีมัดกล้ามเนื้องดงามเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ นับว่าตรงตามปรารถนาของนางพอดี ซิ่งหลิงกะพริบตา ทำเป็นมองไม่เห็นรอยกัดและรอยข่วนที่กระจายทั่วผิวกายของเขา ลอบแคะปลายเล็บที่มีโลหิตติดอยู่เล็กน้อยหน้าตาเฉย

จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงหัวเราะ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ส่งเสียงตอบรับในลำคอ ท่าทีหยิ่งยโสนี้ซิ่งหลิงไม่เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตกวาดหาผู่เอ๋อร์

ปกติแล้วเหล่าคณิกาได้รับหมายให้รับงานนอกหอจะต้องมีผู้ติดตาม สาวใช้หรืออาวุโสคอยดูแลในเรื่องต่างๆ ซึ่งผู่เอ๋อร์เป็นสาวใช้ของนาง กวาดตามองจนทั่วห้องแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู่เอ๋อร์ หันไปสบตากับคนบนเก้าอี้ ร้องขอเสียงหวาน

“คุณชาย ใกล้รุ่งสางแล้วข้าน้อยไม่กล้าอยู่รบกวน ข้ามีสาวใช้นางหนึ่งติดตามมาด้วย รบกวนคุณชายอนุญาตให้นางเข้ามาช่วยข้าแต่งตัวได้หรือไม่เจ้าคะ”

“เข้ามาได้”

สิ้นเสียงของจิ้งเส้าหวง ด้านหน้าห้องก็มีการเคลื่อนไหว เห็นผู่เอ๋อร์สาวใช้ร่างใหญ่ของนางกำลังเดินปรี่เข้ามาก็สบายใจ

“แม่นางเป็นอย่างไร เจ็บหรือไม่”

ซิ่งหลิงส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้ากังวลใจของผู่เอ๋อร์ ทันทีที่ขยับตัวลุกขึ้นสองขานางพลันอ่อนแรงล้มพับกองอยู่หน้าเตียง เงยหน้ามองผู่เอ๋อร์ที่ช่วยประคองนางลุกขึ้นอย่างฉงน ในใจลอบก่นด่ายาปลุกราคะน่าตายไม่หยุด

ในยุคที่ยารักษาโรคไม่มีฉลากรับรองความปลอดภัยให้มั่นใจก็ไม่มีใครกล้ากิน นับประสาอะไรกับยาที่ใช้รักษาคนก็ไม่ใช่ วางยาคนก็ไม่เชิงกัน เมื่อวานไม่เพียงถูกจับกรอกยาทั้งยังถูกรมด้วยกำยานจนไม่ต่างจากขาหมูรมควัน!

ยาน่าตายนั่นไม่เพียงทำให้นางร้อนรุ่มถูกตกอยู่ในกองเพลิง ยังทำให้มึนเมาราวคนไร้สติ! สัมผัสแนบชิดระหว่างบุรุษสตรีก็ไม่รู้สึกแม้แต่น้อย!

กับบุรุษที่หน้าตาไม่เลว ทั้งยังมีรูปร่างชวนใจสั่นไหว นางก็อยากจะร่วมสำราญไปกับเขา

ดื่มด่ำค่ำคืนแสนหฤหรรษ์บ้าง!

“แม่นาง ใจเย็นนะเจ้าคะ กลับหอแล้วค่อยว่ากันเถอะเจ้าค่ะ…” ผู่เอ๋อร์ที่คล้ายจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ไม่สู้ดีของแม่นางคนงามจึงรีบไกล่เกลี่ยให้ใจเย็นลง ทั้งลูบทั้งปลอบ ด้วยใบหน้าใกล้จะร่ำไห้

สำหรับแม่นางซิ่งหลิงแล้วหากไม่ได้ดั่งใจอะไรล้วนกล้าทำ ตบตี หึงหวง ปาข้าวของหรืออาละวาดใหญ่โตล้วนทำจนหมดสิ้น หากไม่ติดว่านางมีฝีมือร้ายกาจ มีมารยาร้อยแปดพันเก้าที่ทำเงินให้กับหอเหม่ยเจวียนได้มากกว่าแม่นางอื่นๆ ละก็ มามาคงไม่หลับตาข้างลืมตาข้างให้แก่ความร้ายกาจของแม่นางซิ่งหลิง

ต่อให้แม่นางซิ่งหลิงจะดีเพียงไรแต่สำหรับคืนแรกของนางกลับถูกผลัดมาหลายครั้งหลายครา แม่นางซิ่งหลิงมีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว ขอให้บุรุษที่ซื้อคืนแรกของนางไปเป็นบุรุษหน้าตาไม่ขี้ริ้ว รูปร่างสมส่วนน่ามองนางก็ยินดีขายคืนแรกออกไปโดยไม่อิดออด แต่ไหนเลยจะรู้ว่าหลังจากที่มามาพยักหน้ายอมรับข้อตกลง นับแต่นั้นบุรุษหน้าตาน่ามอง รูปร่างกำยำสมส่วนก็ไม่มาเยือนที่หอเหม่ยเจวียนอีกเลย…

นานวันเข้าก็ทำให้เหล่าแม่นางคนอื่นๆ รู้สึกอึดอัดหงุดหงิดใจกันเป็นทิวแถว อารมณ์ขึ้นลงแปรปรวนยิ่งกว่าตอนระดูมา พากันแปลงกายเป็นประทัดแสนอ่อนไหว หากแตะนิดหน่อยก็ระเบิดแตกเสียงดังออกมา ทำให้หอเหม่ยเจวียนตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศในหออึมครึมเสียยิ่งกว่าก้อนเมฆทะมึนสีหม่นที่ก่อตัวก่อนพายุใหญ่โหมกระหน่ำ

จู่ๆ เหตุการณ์อาเพศที่ขึ้นในหอทำให้เหล่าแม่นางทั้งหลายพากันค้นหาสาเหตุ สืบหาต้นตอจนแทบจะพลิกกระเบื้องหลังคาหอเหม่ยเจวียน ท้ายแล้วจึงได้ความว่าเป็นเพราะความเรื่องมากของแม่นางซิ่งหลิงจึงทำให้ฟ้าดินลงโทษ! ไม่ส่งบุรุษรูปงามเข้ามาในหอเหม่ยเจวียนอีก พากันเร่งเร้าให้มามารีบขายคืนแรกของนางตัวปัญหาโดยไว

อันว่าคณิกาต้องรับมือกับแขกที่เข้ามาแวะเวียนทุกรูปแบบ ใช่ว่าพวกนางไม่เคยนอนร่วมเตียงกับคหบดีร่ำรวยมีอันจะกินรูปร่างอ้วนท้วน ปากเหม็นฟันเหลือง แต่เมื่อเป็นมนุษย์ไหนเลยจะละซึ่งกิเลสได้ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก เหล่าแม่นางในหอมีผู้ใดบ้างไม่เคยเลี้ยงดูนักแสดงงิ้วหน้าตาน่ามองสักสองสามคน…

พวกนางมีความริษยาของสตรีแฝงอยู่ลึกๆ สตรีที่เป็นอี้จีมีน้อย ยิ่งเป็นหอคณิกาที่อยู่นอกเมืองก็ยิ่งแทบจะไม่มี ส่วนมากแล้วสตรีในหอคณิการ้อยทั้งร้อยล้วนต้องขายตัว ทอดเรือนร่างให้ผู้อื่นชมดูและจับต้องง่ายดายกว่าการต้องมานั่งดีดพิณ เดินหมากหรืออ่านตำราเช่นยอดหญิง

สตรีที่ถูกขายเข้ามาส่วนมากแล้วก็เป็นลูกชาวบ้านยากจนที่ต้องขายบุตรกิน ไหนเลยจะมีน้ำอดน้ำทน พยายามฝึกเขียนตัวอักษรและอ่านตำราซับซ้อน หรือมีสายตากว้างไกลเช่นแม่นางซิ่งหลิง

จวบจนวันที่แม่นางซิ่งหลิงได้เป็นอี้จีก็เป็นประดุจหงส์ที่อยู่ในฝูงกา สง่างามและสูงส่ง ทิ้งคราบของเด็กน้อยที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในสลัม ตกต่ำไร้ค่ายิ่งกว่าสุนัขตัวหนึ่ง…

แม่นางซิ่งหลิงถือเป็นยอดปทุมที่กำเนิดจากโคลนตมอย่างแท้จริง

“มีงานนอกอีกหรือไม่ หากมีข้าจะได้แวะไป จะได้ไม่เสียเที่ยว” ผู่เอ๋อร์ที่กำลังช่วยซิ่งหลิงสวมอาภรณ์หลังฉากกั้นอย่างใจลอยพลันได้สติเมื่อได้ยินคำถาม ขบคิดเล็กน้อย กดเสียงเบา

“มีงานชมบุปผาเจ้าค่ะ ที่คฤหาสน์ตระกูลปู้”

“อืม ข้าไป ให้อาเตาไปแจ้งท่านแม่ด้วย” ซิ่งหลิงพยักหน้ารับ มือลูบรอยยับบนอาภรณ์ให้เรียบ ตรวจตราตนเองว่าเรียบร้อยดีแล้วจึงค่อยๆ จัดแต่งทรงผมอย่างใจเย็น

“แม่นางซิ่ง ท่านเพิ่งจะ…”

“ไม่ได้หนักหนา” ซิ่งหลิงส่ายหัวเล็กน้อย เห็นว่าตนเองงดงามหมดจดแล้วจึงก้าวเท้าเดินออกจากหลังฉากกั้น การก้าวเดินนี้รู้สึกปวดหน่วงและเจ็บแสบช่วงล่างอยู่บ้าง ถึงสมองจดจำเรื่องราวเมื่อคืนไม่ได้แต่ดูจากอาการของร่างกายที่กำลังร้องท้วงแล้ว

คงดุเดือดไม่ใช่เล่น…

“เงินทองแม้สำคัญแต่ร่างกายของแม่นางก็สำคัญนะเจ้าคะ”

ในจังหวะที่ซิ่งหลิงหยุดชะงักแล้วกุมท้องน้อยทำให้ผู่เอ๋อร์ที่หูตาว่องไวรีบเข้ามาประคองในทันที ซิ่งหลิงแม้คันปากอยากจะบอกผู่เอ๋อร์ว่าชาติก่อนตัวนางวิ่งรับงานมากมายก็ไม่เคยล้มหมอนนอนเสื่อ เรื่องนี้อยู่ที่พันธุกรรมของสายเลือดต่างหากเล่า!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...