โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ 'ต่อศักดิ์ สุขวิมล' จากพนักงานบริษัทน้ำมัน สู่ ผบ.ตร.คนที่ 14

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 ก.ย 2566 เวลา 06.52 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2566 เวลา 11.32 น.

เปิดประวัติ ‘ต่อศักดิ์ สุขวิมล’ จากพนักงานบริษัทน้ำมัน สู่ ผบ.ตร.คนที่ 14

เป็นที่ชัดเจนแล้ว สำหรับตำแหน่ง ผบ.ตร.คนที่ 14 ที่ ‘บิ๊กต่อ’ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. อาวุโสลำดับที่ 4 ขึ้นเป็นผบ.ตร.คนใหม่ ตามคาด หลังจากที่ประชุม ก.ตร. ได้เลื่อนการแต่งตั้ง เพื่อรอ“เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นหัวโต๊ะเคาะ เพื่อความสง่างาม

“บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เกิด 27 มกราคม 2507 ชาวจ.เพชรบุรี เป็นน้องชาย พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง

สำเร็จการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนโยธินบูรณะ ปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สิงห์แดงรุ่น 38 จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม เข้าทำงาน เป็นพนักงานบริษัท น้ำมันคาลเท็กซ์ 7 ปี ก็ตัดสินใจลาออก เพื่อทำตามความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นตำรวจ

เริ่มเส้นทางตำรวจด้วยการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรม ผู้มีคุณวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอต.) รุ่นที่ 4 รุ่นเดียวกับ วัน อยู่บำรุง

ต่อมาในปี 2540 เริ่มต้นเป็นรองสารวัตร กองกำกับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 เป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะเข้าเรียนที่โรงเรียนสืบสวนที่วิทยาลัยการตำรวจ เรียนจบสอบได้ที่ 3 ตามกติกาผู้ที่สอบได้ที่ 1 และ 2 จะไปอยู่กองปราบฯ แต่เนื่องจากเวลานั้นคนที่ได้ที่ 1 อยู่กองปราบฯอยู่แล้ว ขณะที่คนที่ได้ที่ 2 เป็นครูอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรม ไม่มารายงานตัว ต่อศักดิ์จึงได้ย้ายจาก 191 มาเป็น รองสารวัตร อยู่ในสังกัดกองปราบปราม เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน อยู่งานแผนก 3 กอง 2 รถวิทยุ

ต่อมา ปี 2561 ขึ้นเป็นผู้บังคับการ กองบังคับการถวายความปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ คนแรก (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 และกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ตามลำดับ) , รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ต่อมาในปี 2563 ขึ้นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ปีถัดไป ขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานปราบปราม ในปี 2565 ที่ บิ๊กเด่น มอบให้ดูแลงานด้านป้องกันและปราบปราม ถือเป็นผู้อาวุโสลำดับที่ 4 น้อยที่สุดในแคนดิเดตชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนที่ 14

สำหรับผลงานที่สำคัญ คือจัดฝึกอบรม “แอคทีฟ ชูตเตอร์” ให้ความรู้ตำรวจทั้งสายงานปราบปราม-หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เกี่ยวกับการเข้าระงับเหตุ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรับมือเหตุเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเหตุกราดยิง ควบคู่กับการต่อยอดความรู้ไปยังสถานศึกษา และหน่วยงานอื่น กลายเป็นหลักสูตรที่รู้จักแพร่หลาย

นอกจากนี้ยังเป็นผู้จุดประกายนำปืน “ช็อตไฟฟ้า” ลดความสูญเสียของผู้ปฏิบัติ กระทั่งการได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ไขเรื่องอาวุธปืนหลวง ปัดฝุ่นระเบียบปืนสวัสดิการ นำ QR Code มาใช้ตรวจสอบและติดตามแก้ปัญหาลอบนำปืนหลวงออกไปขาย

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้ฉายา มือปราบสายธรรมะ และโรโบคอปสายบุญ ที่สื่อสายตำรวจตั้งให้ ด้วยบ่อยครั้ง ที่จะใช้หลักธรรมในการทำงาน และเห็นภาพ รองต่อ เดินสายปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ ทั้งยังมักปรากฏตัวในงานบุญ งานกุศล ไปจนถึงงานศพของผู้ใต้บังคับบัญชาที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้บังคับบัญชา

ครั้งหนึ่ง ระหว่างดำรงตำแหน่ง ผบก.ตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ (ยศขณะนั้น) ได้มีข่าวฮือฮา โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กว่าถูกรางวัลที่ 1 จากลอตเตอรี่ที่ซื้อไว้แจกลูกน้องช่วงตรุษจีน แต่แจกไม่หมด เลยนำมาเก็บในลิ้นชักจนลืม และนำไปซื้อร่มให้ตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวร ที่ตั้งใจมานาน

ต่อศักดิ์ เคยเปิดใจกับ “มติชน” ถึงหลักการทำงานว่า การบริหารผู้ใต้บังคับบัญชานั้น ได้เอาหลักทฤษฎีที่เรียนปริญญาโทมาปรับใช้ คือ 1.ทฤษฎีภาวะผู้นำ 2.ทฤษฎีแรงจูงใจ 3.ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์

“ต้องคิดเสมอว่าอย่าคิดว่า หลักกูมันจะใช้ได้ มันคือความรู้สึกแค่ตัวเราเพียงคนเดียว แต่หลักวิชาการนั้นได้การทำการวิจัยและการพิสูจน์ทราบแล้ว จึงนำทุกอย่างมาปรับใช้ หากเราเป็นผู้นำที่ดีก็จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาซึมซับพฤติกรรมนั้น นอกจากนี้ก็ยังทำให้ประชาชนเห็นถึงแง่มุมที่ดีของตำรวจ เสียงตำรวจเสียงเดียวมันไม่ดัง แต่เสียงของพี่น้องประชาชนดังเสมอ”

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ถือได้ว่าเป็น ว่าที่ผบ.ตร.คนใหม่ ที่ไม่ได้มาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และถือเป็นคนที่ 2 ของสิงห์แดง ที่ขึ้นผบ.ตร. ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ได้เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ (2536-2537) เป็นคนแรก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...