ไขข้อสงสัย โดนัลด์ ทรัมป์ โดนคดีอาญา หมดสิทธิ์ลงเลือกตั้งหรือไม่ จะติดคุกหรือรอดตัว
คณะลูกขุนศาลสูงสุดรัฐนิวยอร์กมีคำตัดสินในช่วงเย็นวันที่ 30 พ.ค. หรือช่วงเช้าของวันที่ 31 พ.ค. ตามเวลาไทย ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ มีความผิดจริงในคดีปลอมแปลงเอกสารบันทึกทางธุรกิจเพื่อปกปิดการจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่ ในช่วงก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2559 รวมความผิด 34 กระทง
ด้วยเหตุนี้ นายทรัมป์จึงกลายเป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ได้ถูกตัดสินมีความผิดทางคดีอาญา ยิ่งไปกว่านั้น นายทรัมป์ยังเป็นว่าที่แคนดิเดตของพรรครีพับลิกันในการลงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567
กรณีแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้การเมืองสหรัฐเผชิญกับความวุ่นวาย ก่อนหน้าการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันในวันที่ 15-18 ก.ค. ที่เมืองมิลวอกี รัฐ วิสคอนซิน ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ว่านายทรัมป์จะได้รับการประกาศเป็นตัวตัวแทนพรรครีพับลิกันในการลงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
แต่อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมายนั้น การกระทำของนายทรัมป์หลังจากนี้เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยาก และนี่คือขั้นตอนที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
กำหนดการพิจารณาลงโทษ โดนัลด์ ทรัมป์
คณะลูกขุนได้ออกจากห้องพิจารณาคดี หลังจากมีคำตัดสิน ซึ่งนายฮวน เมอร์ชาน ผู้พิพากษาศาลสูงสุดรัฐนิวยอร์ก มีกำหนดพิจารณาตัดสินโทษในวันเดียวกัน แต่ได้ประกาศเลื่อนวันพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 11 ก.ค. เวลา 10.00 น. หรือตรงกับ 21:00 ตามเวลาไทย ก่อนหน้าการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันเพียง 4 วัน ในวันที่ และสั่งให้ยื่นญัตติภายในวันที่ 13 มิ.ย.
ทนายความของ โดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะพยายามยื่นคำร้องเลื่อนวันพิพากษาออกไปจนหลังวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งเป็นวันการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567 แต่คาดว่าผู้พิพากษาไม่น่าจะอนุมัติคำร้องเพื่อเลื่อนวันพิพากษาให้ล่าช้าออกไปโดยไม่มีเหตุอันควร
ในระหว่างรอการพิพากษา นายทรัมป์จะสามารถดำเนินการส่วนใหญ่ต่าง ๆ ได้ตามปกติ รวมถึงการให้สัมภาษณ์กับสื่อ และการเดินสายหาเสียงเลือกตั้ง นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญก็คือ การที่ลูกขุนมีคำตัดสินว่านายทรัมป์ว่ามีความผิดนั้นไม่ได้ทำเขาให้เป็น"ผู้ต้องหาในคดีอาญา" โดยทันที และจะต้องรอหลังจากผลการพิพากษาในวันที่ 11 ก.ค.
โทษที่อาจได้รับ : การจำคุกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
นายทรัมป์อาจถูกตัดสินให้จ่ายค่าปรับ จ่ายเงินชดเชย ควบคุมความประพฤติ หรืออื่น ๆ รวมถึงจำคุก ซึ่งคดีของนายทรัมป์ถือเป็นความผิดอาญาประเภท E หรือประเภทที่ 5 ซึ่งภายใต้กฎหมายรัฐนิวยอร์กแล้วนับเป็นความผิดอาญาที่มีโทษรุนแรงน้อยที่สุด และแต่ละกระทงมีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี นอกจากนี้แล้ว นายทรัมป์ยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายครั้ง รวมถึงละเมิดคำสั่งศาล ตั้งแต่คำสั่งปิดปาก การใส่ร้ายโจมตีกระบวนการศาล ผู้พิพากษา และอีกหลายประเด็น
นายทรัมป์รอดโทษจำคุกได้ด้วยหลายเงื่อนไขด้วยกัน เช่น การที่เขามีอายุ 77 ปีแล้ว และการที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ในฐานะที่เคยเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ นายทรัมป์จึงได้รับสิทธิการปกป้องจากหน่วยอารักขาประธานาธิบดีไปตลอดชีวิต ดังนั้นหากเขาได้รับโทษที่รุนแรงกว่าการปรับ เขาอาจได้รับโทษให้กักขังในบ้าน หรือเคอร์ฟิว ซึ่งจำกัดเสรีภาพในการเดินทาง
นายเมอร์ชาน ผู้พิพากษาคดีนี้ กล่าวว่า นายทรัมป์คืออดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และอาจเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ดังนั้นการพิพากษาจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องคำนึงถึงผลกระทบในวงกว้าง แต่ต่อให้นายทรัมป์ถูกตัดสินจำคุก และหากเขาชนะการเลือกตั้ง เขาก็ยังคงสามารถสาบานตนเป็นประธานาธิบดีจากในเรือนจำได้
คดีความตัดสิทธิ์การลงเลือกตั้งประธานาธิบดีหรือไม่
นายไมเคิล แบชเนอร์ ทนายจำเลยในมหานครนิวยอร์ก และ นายเบนเนตต์ เกิร์ชแมน ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายเอลิซาเบธ ฮอบ มหาวิทยาลัยเพซ กล่าวว่า แม้ว่านายทรัมป์จะมีคดีติดตัว แต่การต่อสู้ทางกฎหมายไม่สามารถขัดขวางไม่ให้นายทรัมป์ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีได้
รัฐธรรมนูญสหรัฐระบุประธานาธิบดีสหรัฐจะต้องเป็นพลเมืองสหรัฐโดยกำเนิด อายุอย่างน้อย 35 ปี อาศัยอยู่ในประเทศอย่างน้อย 14 ปี และไม่ได้กีดกันไม่ให้ผู้กระทำผิดทางอาญาในการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ไม่ว่าศาลผู้พิพากษาจะตัดสินอย่างไร นายทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน โดยจะยื่นที่ศาลตุลาการที่ 1 แขวงนิวยอร์กก่อน หากดังกล่าวยืนหยัดตามคำตัดสิน นายทรัมป์ก็อาจจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการอุทธรณ์อาจใช้เวลานานหลายเดือนหรือหลายปี แม้ว่าในท้ายที่สุดศาลอุทธรณ์จะกลับคำตัดสิน แต่นั่นอาจจะไม่เกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้งในเดือนพ.ย.
อ้างอิง : cnbc.com, reuters.com