โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Microcontroller คืออะไร? MCU มีส่วนประกอบอะไร ? นำไปใช้กับอะไรบ้าง ?

Thaiware

อัพเดต 30 พ.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • Cocothedog
Microcontroller หรือ MCU คืออะไร? อธิบายความหมาย ส่วนประกอบ หลักการทำงาน และประเภทของ MCU หรือไมโครคอนโทรลเลอร์ รวมถึงเปรียบเทียบ ESP32 กับ Arduino ให้ดูกัน

Microcontroller คืออะไร? MCU มีส่วนประกอบอะไร ? นำไปใช้กับอะไรบ้าง ?

ปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตเรามาก ๆ ภายในระบบของมันจะมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตัวหนึ่งที่สำคัญมาก มักมีอยู่ในแกดเจ็ต, เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือในเครื่องจักร นั่นก็คือไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า MCU มันมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ อยู่มากมาย และรันอยู่ในหลายวงการเลยทีเดียว

ในบทความนี้ผมจะพาทุกคนมารู้จักกับ ไมโครคอนโทรลเลอร์, ประเภทของไมโครคอนโทรลเลอร์ และการเลือกไมโครคอนโทรลเลอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานกันครับ

เนื้อหาภายในบทความ

  • ไมโครคอนโทรลเลอร์ คืออะไร ?
    (What is a Microcontroller ?)
  • ไมโครคอนโทรเลอร์ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ?
    (What are the components of Microcontroller ?)
  • ไมโครคอนโทรลเลอร์ มีชนิดใดบ้าง ?
    (How many types of Microcontroller ?)
  • ไมโครคอนโทรลเลอร์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ อะไรได้บ้าง ?
    (What can Microcontroller be applied to ?)
  • Arduino หรือ ESP32 เลือกใช้ตัวไหนดี ?
    (Which one is better between Arduino and ESP32 ?)

ไมโครคอนโทรลเลอร์ คืออะไร ? (What is a Microcontroller ?)

ไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกฝังอยู่ในระบบ มันมีหน้าประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากส่วนต่อพ่วงอินพุต/เอาต์พุต (Input / Output: I/O) โดยใช้ความสามารถจาก หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่อยู่บน แผงวงจรหลัก (Mainboard) นั่นเองครับ ในส่วนของข้อมูลต่าง ๆ ที่ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้รับจะถูกเก็บเอาไว้ในหน่วยความจำชั่วคราว ซึ่งเป็นส่วนที่ CPU เข้ามาดึงข้อมูลคำสั่งต่าง ๆ สำหรับนำไปใช้ถอดรหัสประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ที่เข้ามา แล้วจึงใช้ส่วน I/O สำหรับสั่งการตามคำสั่งที่ได้รับ

ตัวอย่างเช่นในรถยนต์หนึ่งคัน จะประกอบด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์หลายตัว เพื่อใช้งานในแต่ละระบบ เช่น ระบบเบรค ABS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction-Control System), ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ฯลฯ ซึ่งบาง MCU อาจจะไปเชื่อมต่อกับระบบควบคุมที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็สามารถมารถเชื่อมต่อหากันได้ด้วย I/O ของแต่ละ MCU นั่นเองครับ

ไมโครคอนโทรเลอร์ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ? (What are the components of Microcontroller ?)

CPU (หน่วยประมวลผลกลาง)

เปรียบเป็นดั่งสมองของอุปกรณ์เลยก็ว่าได้ ซึ่งส่วนนี้ทำหน้าที่ในการประมวล และตอบสนองต่อข้อมูลค่าสั่งต่าง ๆ ที่สั่งการทำงานของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางคณิตศาสตร์, ทางตรรกศาสตร์, หลัก Logic และสั่งการ I/O ของระบบ รวมทั้งทำหน้าที่ควบคุมการเชื่อมต่อถ่ายโอนข้อมูลคำสั่งระหว่างอุปกรณ์ด้วย

Memory (หน่วยความจำ)

ส่วนนี้ทำหน้าที่สำหรับเก็บข้อมูลของไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ได้รับจากส่วนต่อเชื่อม และใช้เป็นส่วนตอบสนองต่อคำสั่งที่ได้ถูกโปรแกรมแล้วจึงส่งออกแสดงผลในส่วนอื่น โดยในไมโครคอนโทรลเลอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทได้แก่

  • Program Memory (หน่วยความจำสำหรับโปรแกรม) : ทำหน้าที่เก็บข้อมูลชนิดถาวร (Long-term) เกี่ยวกับคำสั่งสำหรับฮาร์ดแวร์ของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยจะใช้หน่วยความจำแบบ Non-volatile memory นั่นหมายความว่ามันสามารถเก็บข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้านั่นเองครับ
  • Data Memory (หน่วยความจำสำหรับข้อมูล) : ส่วนนี้ใช้ในการเก็บข้อมูลชั่วคราว ในช่วงที่ข้อมูลกำลังถูกปฏิบัติการ เนื่องจากมีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูง แต่จะเป็นหน่วยความจำแบบ Volatile memory ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการเก็บข้อมูล

I/O Peripherals (ส่วนเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ต่อพ่วง)

ทำหน้าที่ในการเป็นจุดเชื่อมต่อ สำหรับอุปกรณ์ทั้งในส่วนการรับข้อมูลเข้า (Input) และส่วนส่งข้อมูลออก (Output) ในฝั่งของ Input ทำหน้าที่ในการรับข้อมูล และส่งข้อมูลไปยังหน่วยประมวลผลในรูปแบบของเลขฐานสอง (Binary) หลังจากนั้นหน่วยประมวลผลจะส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ผ่านทาง Output เพื่อให้อุปกรณ์ที่ต่อเชื่อมอยู่ทำงานตามคำสั่งนั่นเองครับ

โดยที่กล่าวมาข้างต้นคือ ส่วนประกอบหลักที่สำคัญครับ แต่มันยังอาจมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ถูกนำมาใช้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นส่วนประกอบหลัก ประกอบไปด้วย

  • Analog to Digital Converter (ADC) : ส่วนนี้เป็นวงจรภายในสำหรับแปลงสัญญาณอนาล็อกให้เป็นดิจิทัล
  • Digital to Analog Converter (DAC) : ส่วนนี้จะทำงานในทางตรงข้ามกับ ADC โดยจะแปลงสัญญาณจากดิจิทัลให้เป็นอนาล็อกครับ
  • System Bus : ส่วนนี้จะเป็นเหมือนกระดูกสันหลังทำหน้าที่เป็นเส้นทางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
  • Serial Port : ส่วนนี้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ I/O ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์คล้าย ๆ USB เพียงแต่มีหลักการส่งข้อมูล และเข้ารหัสที่ต่างกันนั่นเองครับ
Microcontroller คืออะไร? MCU มีส่วนประกอบอะไร ? นำไปใช้กับอะไรบ้าง ?

ภาพจาก : https://www.electronicshub.org/microcontrollers-basics-structure-applications

ไมโครคอนโทรลเลอร์ มีชนิดใดบ้าง ? (How many types of Microcontroller ?)

โดยทั่วไปแล้วไมโครคอนโทรลเลอร์หลัก ๆ จะมี Intel MCS-51 ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากไมโครคอนโทรลเลอร์รุ่น 8051 ซึ่งเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ตัวแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในปี ค.ศ. 1985 (พ.ศ. 2528) ชนิดต่อไปเป็น AVR ไมโครคอนโทรลเลอร์ถูกพัฒนาโดย Atmel ในปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) และอีกชนิดที่เป็นที่นิยมคือ PIC จากบริษัท Microchip และยังมีระบบ RISC ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM อีกมากมาย ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีความแตกต่างกันในเชิงของระบบปฏิบัติการ และสถาปัตยกรรมที่นำมาใช้สร้างตัวชิปนั่นเองครับ

ไมโครคอนโทรลเลอร์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ อะไรได้บ้าง ? (What can Microcontroller be applied to ?)

ไมโครคอนโทรลเลอร์ถูกนำเอาไปประยุกต์ใช้งานหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสำหรับอุตสาหกรรม, ใช้งานตามบ้านเรือน, สร้างระบบอัตโนมัติ และที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันคืองาน Internet of Thing (IoT) โดยใช้สำหรับควบคุม หรือสังเกตการณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ระยะไกลผ่านอินเทอร์เน็ต และบอร์ดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้ใช้งานคือ Arduino และ ESP ทั้งสองล้วนเป็นเจ้าตลาดในการผลิตไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็ก ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักศึกษาหรือ
ผู้ใช้งานสร้าง D.I.Y โปรเจกต์สำหรับศึกษาหรือพัฒนาความรู้ด้านระบบควบคุมซึ่งในบทความนี้ผมจะยกตัวอย่างบอร์ด 2 ตัวนั่นคือ Arduino และESP32 ที่เป็นที่นิยมนั่นเองครับ

Arduino

Arduino เป็นบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ชนิดที่เป็นแผงวงจรสำหรับผู้พัฒนาที่ เปิดเผยซอร์สโค้ด (Open-source) (Open-Source Development Board) ครับสามารถนำมาใช้ในการสร้างระบบสมองกลฝังตัว ทำอุปกรณ์สวมใส่ ทำแกดเจ็ตอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในงานหุ่นยนต์ และสามารถใช้ในงาน IoT ได้เช่นกันครับ

ซี่งเจ้าตัว Arduino นั้นก็มีหลากหลายรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ หรือมอเตอร์ต่าง ๆได้อย่างง่ายดาย โดยมีทั้ง Analog และ Digital Pin สำหรับรับ Input หรือ Output ข้อมูลออกทำให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์หลายประเภทนั่นเองครับ

Microcontroller คืออะไร? MCU มีส่วนประกอบอะไร ? นำไปใช้กับอะไรบ้าง ?

ภาพจาก : https://www.elprocus.com/difference-between-esp32-vs-arduino/

ESP32

เป็นบอร์ดที่มีไวไฟ และบลูทูธติดในตัวบอร์ดมาเลยครับ มีราคาที่ถูกกว่า Arduino ซึ่งเป็นบอร์ดที่ได้รับความนิยมในงาน IoT เป็นอย่างมากเนื่องจากการที่มีระบบไร้สาย (Wireless Technology) นั่นเองครับ มีหน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมกับ SoC (System on Chip) สามารถใช้งานในช่วงอุณหภูมิที่ต่ำถึง -40 - 125 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว

Microcontroller คืออะไร? MCU มีส่วนประกอบอะไร ? นำไปใช้กับอะไรบ้าง ?

ภาพจาก : https://www.elprocus.com/difference-between-esp32-vs-arduino/

Arduino หรือ ESP32 เลือกใช้ตัวไหนดี ? (Which one is better between Arduino and ESP32 ?)

ทั้งสองบอร์ดนี้ ล้วนเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ที่มีประสิทธิภาพ และเป็นที่นิยมทั้งคู่สามารถทำงานในลักษณะงานที่คล้ายกันได้แต่ก็ยังมีความต่างกันในส่วนของการโปรแกรม, ฮาร์ดแวร์ และความสามารถในการประมวลผล

ในส่วนของ ESP32 นั้นเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในงาน IoT เนื่องด้วยประสิทธิภาพที่สูง ความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ซึ่งต่างจาก Arduino ที่เหมาะสำหรับการนำเอาไปใช้ในโปรเจกต์ที่ไม่ซับซ้อนมากนัก เหมาะสำหรับใช้ในงาน D.I.Y สำหรับการศึกษา ดังนั้น Arduino จึงเหมาะกับผู้ที่นำมาใช้ศึกษาหรือเป็นงานอดิเรกนั่นเองครับ

ดังนั้นแล้ว หากผู้ใช้ต้องการทำงานประเภท IoT จึงควรเลือกเป็น ESP32 และหากต้องการสร้างโปรเจกต์ควบคุมหลากหลาย ต่อไฟเลี้ยงใช้งานง่าย ๆ สามารถใช้ PWM (Pulse Width Modulation) ได้ โปรแกรมสั่งงานง่าย ๆไม่ซับซ้อนก็ควรเลือกใช้เป็น Arduino จึงจะเหมาะสมที่สุดนั่นเองครับ

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...