โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา! SCB แจ้งงบไตรมาส 2 วันนี้ โบรกฯ บัวหลวง หั่นคำแนะนำ “ขาย” เฉือนคาดการณ์กำไรงวดปี 67-69

Share2Trade

อัพเดต 19 ก.ค. 2567 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 02.28 น. • Share2Trade

วันนี้ (19 ก.ค.67) หุ้นกลุ่มธนาคารมีกำหนดประกาศงบไตรมาส 2/67 แต่ที่น่าสนใจคือ ล่าสุด SCB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย” SCB จากหลากหลายปัจจัยรุมเร้าในปี 2567 และให้ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 100.00 บาท

จับตา! SCB แจ้งงบไตรมาส copy_0.jpg

โดยมีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567-2569 เนื่องจาก ฝ่ายวิจัยมีความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของคุณภาพสินทรัพย์ของ SCB ที่ลดลง โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อรายย่อย ดังนั้น จึงไม่คาดหวังการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2567 ในกลุ่มธนาคาร โดยชอบ BBL, KTB และ TTB
ทั้งนี้ คาดหวังการฟื้นตัวของคุณภาพสินทรัพย์ลดลงในพอร์ตสินเชื่อรายย่อยของ SCB ในครึ่งหลังของปี 2567 จากผลกระทบของหนี้ครัวเรือนที่สูงและข้อกำหนดการชำระเงินขั้นต่ำรายเดือนที่สูงขึ้นสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต สัดส่วน
สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นจาก 0.42% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2565 เป็น 0.79% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2567
นอกจากนี้ สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ของสินเชื่อรถยนต์ต่อสินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้นจาก 1.54% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2565 เป็น 2.27% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2567 และสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสินเชื่อรายย่อยต่อสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นจาก 2.3% ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2565 เป็น 2.8% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2567
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2567 SCB ประกาศว่า บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (PPV ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ SCB ถือหุ้นทั้งหมด) จะยุติการให้บริการทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชัน Robinhood ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าPPV รายงานผลขาดทุนสุทธิ 2.2 พันล้านบาทในปี 2566
โดย ณ สิ้นปี 2566 PPV มีสินทรัพย์รวม 3.5 พันล้านบาท หนี้สินรวม 797 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 2.7 พันล้านบาท SCB น่าจะบันทึกการด้อยค่าต่อ PPV ในปี2567 ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว PPV กำลังจะเลิกกิจการ
ดังนั้นจึงไม่คาดว่าจะมีการบันทึกขาดทุนเพิ่มเติมที่มีนัยสำคัญในปี 2568 (และ SCB สามารถใช้การขาดทุนที่ค้างอยู่หักภาษีในอีกห้าปีข้างหน้า)
ทั้งนี้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ลง 8% มาอยู่ที่ 4.10 หมื่นล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน เนื่องจากปรับเพิ่มอัตราการตั้งสำรองจาก 1.70% มาอยู่ที่ 1.80% นอกจากนี้ยังลดประมาณการรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมลง 4% เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ลดลง การลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ต่ำกว่าประมาณการตลาดปัจจุบัน 6% ดังนั้นจึงเห็นความเสี่ยงของการปรับลดประมาณการของตลาดในปีนี้
ขณะเดียวกันTRIS เพิ่งลดอันดับเครดิตของ EA จาก “BBB+” เป็น “BB+” (ระดับ junk) ดังนั้น EA จะประสบปัญหาในการออกหุ้นกู้ใหม่ หากธนาคารปฏิเสธที่จะให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ EA กังวลว่า EA จะสามารถชำระคืนผู้ถือหุ้นกู้สองชุดรวมมูลค่า 5.5 พันล้านบาทเมื่อครบกำหนดในเดือนส.ค.และก.ย. 2567 ได้หรือไม่
ดังนั้น EA จึงเป็นความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นสาหรับธนาคารที่ให้สินเชื่อแก่ EA (SCB เป็นเจ้าหนี้ของ EA) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่ให้แก่ EA จะถูกจัดประเภทใหม่จากขั้น 1 (ปกติ) เป็นขั้น 2 (สินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ) ในครึ่งหลังของปี 2567
อย่างไรก็ตามสินเชื่อรายย่อยมักจะฟื้นตัวช้าเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยข้อมูลในอดีตของธนาคารใหญ่สี่แห่ง (BBL, KBANK, KTB และ SCB) สำหรับปี 2557-66 ระบุว่าสินเชื่อองค์กรมักจะฟื้นตัวเร็วกว่าสินเชื่อรายย่อยเมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ในช่วงปี 2559-2560 การเติบโตของ GDP ไทยอยู่ที่ 3.4-4.2% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2557-66 ที่ 1.8%)
และอัตราการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจรวมของธนาคารใหญ่สี่แห่งในช่วงปีดังกล่าวอยู่ที่ 5.8% สูงกว่าการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยรวม 2.9% และเร็วกว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อ SME ที่เชื่องช้าเพียง 0.1% ในช่วงเดียวกัน
ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว มองว่าธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่อองค์กรสูงจะฟื้นตัวเร็วกว่าธนาคารที่เน้นสินเชื่อรายย่อยและ/หรือสินเชื่อ SME
ด้าน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาด SCB จะมีกำไรไตรมาส 2/67 ที่ 1.14 หมื่นล้านบาท ลดลง 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นแต่คาดว่าสินเชื่อที่เติบโตจะทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและทำให้กำไรเพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อน แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 122 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...