โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชียงใหม่ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกบ้านหลัง 4 ทุ่ม

มุมข่าว

อัพเดต 10 พ.ค. 2567 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2567 เวลา 14.00 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เชียงใหม่ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกบ้านหลัง 4 ทุ่ม

จากสถานการณ์วัยรุ่นตั้งแก๊งตระเวนออกอาละวาดก่ออาชญากรรม ทั้งชิงทรัพย์และทำร้าย สร้างความเดือดร้อนหวาดกลัวให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ต่อมา พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เผยถึงสถานการณ์นี้ว่า จากปัญหาเรื่องกลุ่มกลุ่มแก็งวัยรุ่นป่วนเมืองในพื้นที่ตำรวจภุธรภาค 5 โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หัวเมืองใหญ่ที่พบว่าปัจจุบันมีทั้งกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นชาวไทยในพื้นที่ รวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นคนต่างด้าว และคนพื้นที่สูง ที่มักจะรวมตัวกันสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งตั้งแต้ห้วงเดือนมกราคม 2567 ที่ผ่านมา

ทางสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ได้เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันจับกุม และกวาดล้างตั้งเป้าว่าจะต้องมีการจับกุมให้ได้ทุกคดีในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน รวมทั้งติดตามสืบสวนสอบสวนเพื่อหาเครือข่ายทำประวัติไว้เพื่อดำเนินการกวาดล้างครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์หน้านี้เป็นต้นไป โดยจะใช้วิธีบุกบ้าน เป็นมาตรการเชิงรุก ต่อไปตำรวจจะไม่ตั้งรับแล้ว คือจะเข้าดำเนินการกวาดล้างจับกุมไปถึงที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ที่อยู่อาศัยในลักษณะของชุมชนแออัดหรือหอพักเพื่อให้กลุ่มแก็งเหล่านี้หมดไปจากสังคม

ในขณะที่ของตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่นั้นได้นำ พ.ร.บ.คุมครองเด็กและเยาวชน มาใช้ โดยเริ่มประกาศเคอร์ฟิวเด็ก เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา ไม่ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีออกจากบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็น ซึ่งหากต้องออกมานอกบ้านก็จะต้องมีผู้ปกครองมาด้วย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบก็จะเข้าตรวจค้นตรวจสอบดูพฤติกรรม หากพบสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธ ก็จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ซึ่งก็กำชับเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิจารณญาณในการตรวจสอบ ซึ่งปกติจะพบพฤติกรรมน่าสงสัยอยู่แล้วในการที่จะออกมาจับกลุ่มกันในยามวิกาล ซึ่งไม่เป็นปกติวิสัยของเยาวชนที่ดี แม้จะไม่พบสิ่งผิดกฎหมายก็จะมีการทำประวัติไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...