รัชกาลที่ 5 เสด็จเมืองตราด หลังฝรั่งเศสยอมคืนให้สยาม ครั้งนั้นรับสั่งว่าอย่างไร?
เปิดเหตุการณ์ รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เมืองตราด หลังฝรั่งเศสยอมคืนให้สยาม ครั้งนั้นรับสั่งว่าอย่างไร?
วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส จบลงที่สยามต้องยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส ทั้งฝรั่งเศสยังยึดเมืองจันทบุรีและตราดเอาไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม มีการทำสนธิสัญญาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 (นับ พ.ศ. แบบเก่า) โดยฝรั่งเศสยอมคืนเมืองจันทบุรีและตราดให้สยาม แลกกับการที่สยามยกเมืองพระตะบอง ศรีโสภณ และเสียมราฐ ให้ฝรั่งเศส กำหนดการทำพิธีรับมอบที่จังหวัดตราด ในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 ห่างจากวันตกลงทำสนธิสัญญาราว 4 เดือน
ช่วงที่มีการรับมอบดินแดนที่ตราด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงอยู่ระหว่างเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ทั้งด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อทรงรักษาพระพลานามัย และเพื่อทรงลงนามในหนังสือสัญญาดังกล่าวกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส ปรากฏใน “จดหมายเหตุประกอบเรื่องไกลบ้าน” โดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตอนหนึ่งว่า
“ในเวลาเมื่อก่อนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปยุโรปนั้น รัฐบาลไทยกับรัฐบาลฝรั่งเศสปรึกษาหาทางที่จะปรองดองระงับเหตุบาดหมางกันมาแต่ก่อน ด้วยเรื่องคนในบังคับฝรั่งเศส และเรื่องเขตแดน ได้ตกลงทำหนังสือสัญญากันเมื่อวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทรศก 125
ฝ่ายไทยยอมยกเมืองพระตะบอง เมืองเสียมราฐ และเมืองศรีโสภณ อันเป็นหัวเมืองเขมรให้แก่ฝรั่งเศส ฝ่ายฝรั่งเศสยอมให้คนชาวตะวันออกในบังคับฝรั่งเศสอยู่ในอำนาจศาลไทย และยอมคืนเมืองตราดให้แก่ไทยกับทั้งยอมถอนทหารที่ได้มาตั้งอยู่ในเมืองจันทบุรีถึง 12 ปีนั้นกลับไปไม่ล่วงล้ำเกี่ยวข้อง แดนไทยดังแต่ก่อน หนังสือสัญญานี้ได้รับอนุมัติในปาลิเมนต์ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ร.ศ. 126”
รัชกาลที่ 5 ทรงยินดีอย่างยิ่งที่สยามได้จันทบุรีและตราดกลับคืน จึงทรงมีพระราชประสงค์จะเสด็จฯ เยี่ยมเยือนชาวเมืองตราด และเสด็จฯ ต่อไปยังเมืองจันทบุรีในคราวเดียวกัน
ดังพระราชหัตถเลขา ที่ทรงมีถึงสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า
“ความคิดจรูญ (พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร-ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์) มาต่อไปอีกว่าควรจะไปเมืองตราศ ความคิดเขากัดแก้มเข้าทีมาก จึงเหนพร้อมกันว่าเข้าทีดีนัก ลงมือร่างโทรเลขแต่ปาริศจะมาส่งถึงเธอที่นี่
ฉันเหนอยู่ว่าคงจะเปนความลำบากชิงกันกับการรับรองที่กรุงให้เธอพว้าพวัง แต่ไม่ควรจะให้เปนการปรกาศ ให้เปนแวะเยี่ยมคือขึ้นไปมีคนประชุมรับพร้อมกันแล้วสปิชอไรก็กลับเท่านั้น เหนเปนเข้าทีนักหนา เปนเราไปแลกเอาคืนมาได้ก็รีบแวะไปทีเดียว ฝรั่งเศสจะเหนเปนดิมอนสเตรชันอย่างไรก็ไม่ได้ เพราะเปนการแลกเปลี่ยนกันโดยดี เมื่อคิดเพลินไปถึงต้องแวะเกาะกรดาดเก็บหอยแลลูกกรบวย”
เรื่องรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เมืองตราด ยังปรากฏในพระราชหัตถเลขา ที่ทรงมีถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล ลงวันที่ 26 กันยายน ร.ศ. 126 (พ.ศ. 2450) ตอนหนึ่งว่า
“แลอยากจะขยับเลื่อนวันในอิตาลีให้น้อยเข้า ครั้นกะวันมีเหลือเกือบจะพอไถลไปเมืองตราดแลเมืองจันทบุรีได้ จึงได้คิดตัดอิยิปต์เข้าไป อิกตอนหนึ่งก็ได้พอดี
ความประสงค์เช่นนี้ เพื่อจะตัดเวลาที่อยู่เปล่าๆ รำคาญใจให้น้อยลง ทั้งจะได้ไปเมืองตราดให้พบกับราษฎรทันใจด้วย ได้ตอบโทรเลขชาวเมืองตราดที่มีมาเมื่อรับเมือง ว่าจะไปเยี่ยม ถ้าได้ไปเสียในเวลากลับนี้ดูราษฎรจะเปนที่ยินดีว่าพ่อรักใคร่เอื้อเฟื้อเมืองแถบนั้นไม่ได้ไปมาสิบสามสิบสี่ปีแล้ว แลไม่เคยได้รับเสมาแจกเหมือนเมืองอื่นเลย ถ้าได้ไปแจกเสมา 2 เมืองนั้นก่อนจะเปนที่พอใจ เปนอันมาก”
เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เมืองตราด
เมื่อเรือเมล์ “แซกซัน” ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งถึงปีนัง รัชกาลที่ 5 และเจ้านายหลายพระองค์ที่ตามเสด็จประพาสยุโรป ก็ทรงเปลี่ยนไปประทับยังเรือพระที่นั่งมหาจักรี เพื่อเสด็จฯ ไปยังเมืองตราดและจันทบุรี ซึ่งเมื่อถึงพื้นที่เมืองตราดแล้ว กรมทหารเรือได้จัดเรือกลไฟขนาดย่อมสำหรับประทับเข้าเมืองตราด
คราวนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำรัสแก่ข้าราชการและประชาชนที่มาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทว่า (จัดย่อหน้าใหม่โดยศิลปวัฒนธรรมออนไลน์)
“…ครั้นเมื่อเราได้รับโทรเลขจากเมืองตราดในเวลาที่เราอยู่ในประเทศยุโรป เป็นสมัยเมื่อเราได้มาอยู่รวมกันอีกจึงมีความยินดีอย่างยิ่ง มีความปรารถนาที่จะใคร่ได้มาเห็นเมืองนี้และเจ้าทั้งหลาย เพื่อจะได้ระงับความลำบากอันใดซึ่งจะเกิดขึ้นด้วยความเปลี่ยนแปลง และเพื่อจะได้ปรากฏเป็นที่มั่นใจแก่เจ้าทั้งหลายว่าการทั้งปวงจะเป็นที่มั่นคงยืนยาวสืบไป
เจ้าทั้งหลายผู้ที่ได้ละทิ้งภูมิลำเนาจะได้กลับเข้ามาสู่ถิ่นฐาน และที่ได้ละเว้นการทำมาหากินจะได้มีใจอุตสาหะทำมาหากินให้บริบูรณ์ดังแต่ก่อนและทวียิ่งขึ้น ซึ่งเจ้าทั้งหลายคิดเห็นว่าเราเหมือนบิดาที่พลัดพรากจากบุตร จึงรีบมาหานั้นเป็นความคิดอันถูกต้องแท้
ขอให้เชื่ออยู่ในใจเสมอสืบไปในเบื้องหน้าดังเช่นที่คิดเห็นในครั้งนี้ ว่าเราคงจะเป็นเหมือนบิดาของเจ้าเสมอตลอดไป ย่อมยินดีด้วยในเวลามีความสุข และจะช่วยปลดเปลื้องอันตรายในเวลามีภัยได้ทุกข์…”
ที่น่าสนใจคือ รัชกาลที่ 5 ไม่ได้เสด็จฯ เมืองตราดเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่เสด็จฯ รวมทั้งหมดถึง 12 ครั้ง สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนและความหมายในการปรากฏพระองค์ ณ ที่แห่งนั้นได้เป็นอย่างดี
อ่านเพิ่มเติม :
- ทำไมรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ “เกาะช้าง” ถึง 12 ครั้ง ประหนึ่ง Brand Ambassador
- “ตราด” ชื่อนี้มาจากไหน เมืองตราดพบในบันทึกตั้งแต่เมื่อใด
- ย้อนดูบ้านเมือง “ตราด” ในอดีต มี “อ.เกาะช้าง” ที่ไม่ได้อยู่เกาะช้าง ฯลฯ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ยุวดี ศิริ. “พระราชดำรัสในรัชกาลที่ 5 เมื่อฝรั่งเศสยอมทำสัญญาคืน ‘ตราด’ ให้สยาม”. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม เดือนพฤศจิกายน 2549.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 มิถุนายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัชกาลที่ 5 เสด็จเมืองตราด หลังฝรั่งเศสยอมคืนให้สยาม ครั้งนั้นรับสั่งว่าอย่างไร?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com