โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บพท. สนับสนุน ม.อ.ปัตตานี จัดกิจกรรม “App Tech คนตานี เทคโนโลยีพร้อมใช้” เพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมแก้จน สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้ครัวเรือนในพื้นที่ชายแดนใต้

77kaoded

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 19.57 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 12.09 น. • 77Kaoded

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยเน้นจัดแสดงผลงานเทคโนโลยีด้านการประมง เกษตร และปศุสัตว์ ภายใต้กิจกรรม “App Tech คนตานี เทคโนโลยีพร้อมใช้” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาและการจัดการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคมจังหวัดปัตตานีปีที่ 2 มุ่งใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ลดพลังงาน และลดกำลังคนอย่างเป็นรูปธรรม โดยภายในงานมีผู้แทนภาครัฐภาคธุรกิจภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่10 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมน้ำพราว โรงแรมซีเอส ปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรมการนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ภายใต้ชื่อ “App Tech คนตานี เทคโนโลยีพร้อมใช้” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการยกระดับโมเดลแก้จนด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมในพื้นที่วิจัยเชิงยุทธศาสตร์จังหวัดปัตตานี” ปีที่ 2 ภายใต้กรอบการวิจัย SRA: การพัฒนาและยกระดับการจัดการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคมโดยมีนายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณ วีรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับ และรองศาสตราจารย์ ดร.กรรณิการ์ สหกะโรคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวหน้าโครงการ App Tech กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ภายในงานมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการทั้งระดับจังหวัดและอำเภออาทิ ประมงจังหวัดปัตตานี พลังงานจังหวัดปัตตานี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดปัตตานี พัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี สถาบันวิชาการในพื้นที่ และตัวแทนชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และผลักดันเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่.

นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยออกสู่พื้นที่จริง ถือเป็นตัวอย่างของ “การวิจัยเพื่อพัฒนา” ที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ซึ่งจะสำเร็จไม่ได้หากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ เอกชน และประชาชนในพื้นที่อย่างไรก็ตาม โครงการวิจัยฯ ควรส่งต่อเทคโนโลยีให้ผู้บริหารระดับท้องถิ่นได้เห็นประโยชน์และขยายผลโครงการเพื่อการช่วยเหลือชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

รองศาสตราจารย์ ดร.กรรณิการ์ สหกะโรคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหัวหน้าโครงการ ได้กล่าวรายงานว่า โครงการ App Tech คนตานี เริ่มต้นจากการ Kick–Off เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยยึดแนวคิด “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมใช้ประโยชน์” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดการคิดค้นเครื่องมือและเทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น เตาชีวมวลประหยัดพลังงาน ระบบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องสับอัดพืชอาหารสัตว์ เทคโนโลยีการปลูกพืชไม่ใช้ดิน และการผลิตปูนขาวจากเปลือกหอย เป็นต้น นอกจากนี้ โครงการยังสามารถช่วยยกระดับรายได้ของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 โดยมีครัวเรือนที่ได้รับการสนับสนุนแล้วกว่า 150 ครัวเรือน หรือประมาณ 750 คน ครอบคลุมทั้งกลุ่มประมง กลุ่มเกษตร และกลุ่มปศุสัตว์ในพื้นที่ ซึ่งล้วนเป็นครัวเรือนที่มีรายได้น้อยหรือขาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการแสดงเทคโนโลยีจาก 10 โครงการย่อยรวม 37 เทคโนโลยีการเสวนาวิชาการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักวิจัยและกลุ่มเป้าหมายในชุมชน การจัดแสดงผลงานต้นแบบ รวมถึงเวทีสะท้อนความคิดเห็นจากหน่วยงานภาคีและประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแนวทางการขยายผลในอนาคตโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และขยายผลเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาในพื้นที่ผ่านการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาเป็นเครื่องมือที่เรียบง่าย ใช้งานได้จริง และเหมาะสมกับบริบทของชุมชนในระดับครัวเรือน กลุ่ม ชุมชน เพื่อให้สามารถต่อยอดและขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้ต่อไป..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...