โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทัน ‘ยาเสียสาว’ ก่อนจะต้องเสียน้ำตา

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.03 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

ในสังคมปัจจุบันที่หน้าสื่อเต็มไปด้วยข่าวความรุนแรงทางเพศ “ยาเสียสาว” เป็นอีกภัยร้ายที่คุกความความปลอดภัย โดยเฉพาะกับผู้หญิง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ “ยาเสียสาว” ผลกระทบที่เกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ “วิธีป้องกันตัวเอง” เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนร้าย

“ยาเสียสาว” เป็นคำเรียกโดยรวมของยาหรือสารเคมีหลายชนิดที่เมื่อถูกนำไปผสมในเครื่องดื่มหรืออาหารของเหยื่อ จะออกฤทธิ์กดประสาท ทำให้เหยื่อมึนงง สับสน ง่วงซึม หมดสติ หรือสูญเสียความทรงจำชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถขัดขืนหรือจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

คนร้ายมักจะใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท กลุ่มยานอนหลับ หรือยาระงับประสาท เช่น ยามิดาโซแลม (Midazolam) ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) รวมถึงสาร GHB (gamma-hydroxybutyrate) และ ยาเค หรือ เคตามีน (Ketamine) เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม โดยเหยื่อไม่ได้จำกัดวงเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายเองก็สามารถตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน

ยาเสียสาวเหล่านี้ส่วนใหญ่จะ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เมื่อผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงยากที่จะสังเกตเห็น และออกฤทธิ์รวดเร็ว ทำให้เหยื่อไม่ทันได้ตั้งตัว ที่สำคัญยาเหล่านี้หากใช้ในปริมาณมาก และใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดการกดการทำงานของหัวใจ กดการหายใจ ชักหมดสติและเสียชีวิตได้

สัญญาณอันตราย: เมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือน

หากคุณหรือคนรู้จักมีอาการเหล่านี้หลังจากดื่มเครื่องดื่มเพียงเล็กน้อย หรือในปริมาณที่ไม่น่าจะทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ ให้สงสัยว่าอาจถูกมอมยาเสียสาว

  • รู้สึกมึนงง เวียนหัวผิดปกติอย่างรวดเร็ว
  • ง่วงซึมอย่างกะทันหัน หรือหมดสติไปง่ายๆ
  • พูดจาสับสน ไม่ชัด หรือตอบสนองช้า
  • คลื่นไส้ อาเจียน โดยไม่มีสาเหตุ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรู้สึกควบคุมร่างกายไม่ได้
  • ตื่นขึ้นมาแล้วจำเหตุการณ์บางช่วงไม่ได้ (โดยเฉพาะหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่ควรทำให้ความจำหายไป)

วิธีป้องกันตัว: อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นเหยื่อ!

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความตระหนักและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

  • ไม่ปล่อยแก้วเครื่องดื่มทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล ไม่ว่าจะไปเข้าห้องน้ำ คุยโทรศัพท์ หรือลุกไปไหนก็ตาม ควรนำแก้วเครื่องดื่มติดตัวไปด้วยเสมอ หรือขอให้เพื่อนที่ไว้ใจช่วยเฝ้าให้
  • ไม่รับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่สนิท รวมถึงขนม อาหาร หรือบุหรี่ด้วย
  • เปิดขวดหรือแก้วเครื่องดื่มเอง หากเป็นไปได้ ให้เลือกสั่งเครื่องดื่มที่มาในรูปแบบขวดหรือกระป๋อง และเปิดเองกับมือ
  • สังเกตเครื่องดื่ม อย่าดื่มเร็วเกินไป หากเครื่องดื่มมีฟองอากาศมากผิดปกติ มีตะกอน มีกลิ่นแปลกๆ หรือรสชาติเปลี่ยนไปจากปกติ อย่าดื่ม!
  • ไปกับเพื่อนที่ไว้ใจได้ เวลาไปเที่ยวหรือร่วมกิจกรรมกับเพื่อนสนิทที่สามารถดูแลซึ่งกันและกันได้ และตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าจะไม่ทิ้งกัน
  • จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปทำให้ขาดสติและตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
  • สังเกตคนรอบข้าง ระมัดระวังบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือคนที่พยายามเข้ามาตีสนิทหรือชวนดื่มมากเกินไป
  • เชื่อสัญชาตญาณ หากรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือมีลางสังหรณ์แปลกๆ ให้รีบออกจากสถานการณ์นั้นทันที

หากสงสัยว่าถูกมอมยา…ต้องทำอย่างไร?

  • ขอความช่วยเหลือทันที บอกเพื่อนที่ไว้ใจที่สุด หรือพนักงานในร้าน (ถ้ามี) หรือขอความช่วยเหลือจากคนที่ดูน่าเชื่อถือ อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่คนเดียว
  • อย่ากลับบ้านกับคนแปลกหน้า ห้ามไปไหนกับคนที่คุณไม่รู้จักหรือคนที่คุณสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการมอมยาเด็ดขาด
  • ไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด แจ้งแพทย์ว่าสงสัยว่าถูกมอมยา เพื่อให้แพทย์ตรวจหาสารในร่างกาย (สารเหล่านี้จะสลายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นยิ่งไปเร็ว ยิ่งมีโอกาสเจอ) และตรวจร่างกายเพื่อหาหลักฐานอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
  • แจ้งความ การแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวนและป้องกันไม่ให้คนร้ายไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น
  • หาแหล่งสนับสนุนทางอารมณ์ การเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา หรือกลุ่มสนับสนุน

“ยาเสียสาว” คืออาวุธที่มองไม่เห็น แต่ผลกระทบนั้นร้ายแรงและอาจฝากรอยแผลไว้ในใจไปตลอดชีวิต การตระหนักรู้ การรู้จักป้องกันตัวเอง และการขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญเหตุ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณปลอดภัยจากภัยร้ายนี้ อย่ามองข้ามความปลอดภัยของตัวเอง จงระมัดระวังและดูแลตัวเองให้ดีในทุกย่างก้าวของชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...