โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชงตั้งเขตศก.พิเศษสร้างสรรค์ 'บรรทัดทอง'-‘สตรีทฟู้ดโลก’ แก้จีนหาย-เศรษฐกิจซบ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 23.40 น.

แสดงถึงการมีสตรีทฟู้ดยอดนิยม ต่อมาโด่งดังสุดขีดจากกระแสสื่อโซเชียลของประเทศจีนและมีดาราจีนชื่อดังเข้ามาแต่งชุดนักเรียนและถ่ายรูป จึงเกิดกระแสตามรอยเข้ามาในพื้นที่ทั้งนักท่องเที่ยวจีนอย่างคับคั่ง

ย่านบรรทัดทองแต่ละปี สร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจปีละหลายพันล้านบาท รวมถึงก้าวสู่สตรีทฟู้ดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อเนื่องกับย่านเยาวราช จนสะดุดในปี 2568 จากกระแสข่าวนักแสดงชาวจีนถูกลักพาตัว ข่าวเหตุการณ์แผ่นดินไหว และข่าวลือการท่องเที่ยวต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่และผู้ประกอบการครั้งรุนแรง เป็นที่มาของการเร่งผลักดันทำให้ย่านกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ดร.ชนะชาย นิมิตรพงศ์ศักดิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง กล่าวว่า ตั้งแต่หลังเทศกาลตรุษจีน 2568 ย่านการค้าบรรทัดทองได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมาก และคนไทยระมัดระวังการใช้จ่าย ทำให้ทราฟิกลดลงมาอยู่ที่ 2,000-5,000 คนต่อวัน จากเดิมสร้างยอดสูงถึง 15,000-30,000 คนต่อวัน มีสัดส่วนคนไทย 60 % คนจีน 40%

“นักท่องเที่ยวหลักที่เป็นชาวจีนหายไปจากประเทศไทย มาจากข่าวนักท่องเที่ยวจีนถูกลักพาตัว ทำให้เกิดข่าวลือในด้านที่ไม่ดีในไทยต่อเนื่องหลายด้านในสื่อโซเชียลของจีน มีผลต่อนักท่องเที่ยวจีนเกิดความกังวลมาไทย ต่อมามีสถานการณ์แผ่นดินไหว รวมถึงภาพข่าวตึกถล่ม ซ้ำเติมนักท่องเที่ยวจีนตามมาอีก”

จากปัจจัยข้างต้นประกอบกับเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคในประเทศระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉลี่ยกลุ่มลูกค้าคนไทยใช้จ่ายลดลงราว 50% ทำให้ภาพรวมผู้ประกอบการร้านอาหารย่านบรรทัดทอง 378 ร้านค้า ได้รับผลกระทบหนัก ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาในพื้นที่น้อยลงมากจากความเข้าใจผิดในสื่อโซเซียลหลายด้าน

ชงตั้งย่านเขตศก.พิเศษเชิงสร้างสรรค์

ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้เสนอยุทธศาสตร์ระยะยาวต่อภาครัฐและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2568 เพื่อจัดตั้ง “ย่านเขตเศรษฐกิจพิเศษเชิงสร้างสรรค์” เพื่อให้มีความสะดวกในการจัดงานต่างๆ และสามารถแบ่งพื้นที่จัดงาน ปิดถนนได้คล่องตัว รวมทั้งให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บรรจุในแผนงานประจำปีโปรโมตเทศกาลสตรีทฟู้ดย่านบรรทัดทองไว้ในแผนที่“สตรีทฟู้ดทั่วโลก” เช่น การจัดงานใหญ่เดือน พ.ย. ของทุกปี ร่วมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาไทย

“ค่าเช่าร้านค้าเฉลี่ย 50,000- 70,000 บาท/ห้อง/เดือน ขึ้นอยู่กับทำเล ผู้ประกอบการร้านอาหารในถนนบรรทัดทองมีหลายราคา อย่างร้านส้มตำ เริ่มต้น 60 บาท หรือร้านน้ำเต้าหู้ เริ่มต้น 20 บาท ในพื้นที่ยังรวบรวมร้านระดับตำนาน มีร้านอาหารระดับมิชลินมาเปิดและบริหารงานเอง เป็นอีกทำเลที่รวมร้านอาหารอร่อยและยอดนิยมนานาประเภทให้ลูกค้าได้เลือกสรร ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของผู้ประกอบการไทย”

ผนึกกำลังฟื้นฟูผู้ประกอบการ

สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง เสริมว่า ผู้ประกอบการในสมาคมฯ มีคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อนประมาณ 17 คน และมีผู้ประกอบการร้านอาหารในย่านบรรทัดทองรวม 200 ร้านค้า ทำยุทธศาสตร์หลายด้าน ตั้งแต่ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้กับ “โครงการพี่ช่วยน้อง” ดูแลผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตและการพัฒนามาตรฐานคุณภาพของร้าน มีเชฟเข้าไปร่วมยกระดับให้แก่ร้านค้าสร้างมาตรฐานที่ดีขึ้น

สมาคมฯ ยังทำโครงการร่วมลดต้นทุนผ่านการร่วมมือกับ ยิบอินซอย ที่มีแพลตฟอร์มในการจัดเก็บข้อมูลของผู้ประกอบการ เพื่อสำรวจว่าแต่ละร้านค้ามีการซื้อวัตถุดิบผลิตอาหารอย่างไร เพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบปริมาณมากและมีราคาที่ถูก เช่น สั่งซื้อถุงพลาสติก วัตถุดิบเครื่องปรุงรส ซึ่งจะมีซัพพลายเออร์ต่างๆ เข้ามาทำให้ต้นทุนลดลงในระยะยาว

ลดต้นทุน-สร้างมาตรฐานร้านอาหาร

นอกจากนี้สมาคมฯ จะหารือร้านค้าต่างๆ หาแนวทางขยายเวลาการเปิดและปิดใหม่ เปิดในช่วง 12.00 น. ของทุกวัน จากปกติร้านค้าส่วนใหญ่ 80 % เปิดเวลา 16.00 น. ของทุกวัน จนถึง 24.00 น. เพื่อทำให้ร้านค้ามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น พร้อมมีแผนจัดงานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารในทุกเดือน และกำชับผู้ประกอบการไม่ให้มีการแข่งขันในเรื่องราคา หรือแข่งขันลดราคาสินค้า

ร่วมมือผลักดันปรับปรุงภูมิทัศน์ของย่านการค้าในบรรทัดทองใหม่ โดยได้รับการส่งเสริมจาก กทม. เข้ามาปรับพื้นที่ทั้งการทำทางเท้าใหม่ และได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) เข้ามาทำหลังคากันสาดใหม่ คาดเริ่มดำเนินการในช่วงครึ่งปีหลัง

สุรพงษ์ เมฆะวรากุล เลขาฯ สมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง

หารือสำนักงานทรัพย์สินฯ วางยุทธศาสตร์ระยะยาว

แผนต่อไป อยากหารือร่วมกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) วางยุทธศาสตร์ระยะต่อไปของย่านบรรทัดทอง เพิ่มความหลากหลายของพื้นที่ ด้วยการขยายดึงร้านกลุ่มร้านแฟชั่น และร้านที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเข้ามาเสริมปรับสัดส่วนให้มีร้านที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น 30 % ร้านที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม 20% และร้านอาหาร 50% เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ย่านบรรทัดทองและสร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์หลักในการแก้ปัญหาท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวจีนหายไปนั้น จะต้องเป็นนโยบายจากภาครัฐในการเข้ามาร่วมแก้ไข ทั้งการวางแนวทางปรับภาพลักษณ์ของท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย การนำเสนอเรื่องมาตรฐานท่องเที่ยวที่ถูกต้อง ซึ่งต้องทำพร้อมกันทั้งประเทศ เพื่อสร้างผลดีต่อการท่องเที่ยวไทย โดยล่าสุด ย่านบรรทัดทองได้รับการสนับสนุนจาก ททท. ผ่านโครงการ “สวัสดี หนีฮ่าว” นำอินฟลูเอนเซอร์จีนมาร่วมโปรโมตและสื่อสารไปสู่ชาวจีน

กระทบหนักวอนชะลอขึ้นค่าเช่า 6 เดือน

มณีกานต์ สุขุมาลนนท์ เจ้าของร้านตั้งใจจุ่ม เล่าว่าเปิดดำเนินการในบรรทัดทองมากว่า 7 ปีแล้ว มีลูกค้าหลักเป็นคนไทยมากกว่า 90% แต่เจอผลกระทบที่ลูกค้าคนไทยชะลอการใช้จ่ายอย่างมากตามสถานการณ์เศรษฐกิจ อยากเสนอให้ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชะลอการปรับขึ้นค่าเช่ารายปีออกไปก่อนประมาณ 6 เดือน เนื่องจากในทุกปี จุฬาฯ จะมีการปรับขึ้นค่าเช่า 5% รวมถึงอยากให้ภาครัฐดูแลระบบสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟและค่าน้ำ ที่อยู่ในระดับสูงมาก จึงควรมีมาตรการร่วมดูแลต้นทุนของผู้ประกอบการลงทั่วประเทศไทย

ทางด้านฐิตาภรณ์ เตชะมงคลาภิวัฒน์ เจ้าของและผู้ก่อตั้งร้าน น้ำเต้าหู้ บรรทัดทอง (Namdaohuu) กล่าวว่า เปิดร้านมากว่า 3 ปี เน้นลูกค้าหลักเป็นคนไทยได้รับผลกระทบจากลูกค้าลดการเข้ามาในพื้นที่เช่นกัน จากปกติมีลูกค้าหมุนเวียนในร้าน 500 โต๊ะต่อวัน ปัจจุบันลดลงมาที่ 100-200 โต๊ะต่อวันเนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจและย่านบรรทัดทองถูกเข้าใจผิดว่าเป็นถนนที่มีแต่ร้านค้าราคาสูง โดยร้านน้ำเต้าหู้มีราคาเริ่มต้นที่ 20 บาท ประกอบกับในพื้นที่มีร้านค้าหลากหลาย และรวบรวมร้านดังในตำนานจำนวนมากมาย

สุทธิพล สมวสุนธรา ร้านข้าวต้มเทเวศร์ (สาขาถนนบรรทัดทอง) ระบุว่า เปิดร้านในบรรทัดทองช่วง พ.ย.ของปีก่อน เป็นร้านข้าวต้มเทเวศร์ ที่เปิดให้บริการมายาวนานถึง 70 ปี แต่ต้องการขยายสาขาใหม่จึงเข้ามาเปิดในทำเลใจกลางเมือง เพื่ออยากรีแบรนดิ้งและขยายกลุ่มเป้าหมาย โดยฐานลูกค้าส่วนใหญ่คือ กลุ่มคนไทยที่ชื่นชอบในรสชาติอาหารในตำนาน

“บรรทัดทองร้านค้ามีรสชาติอาหารไม่อร่อยและแพง ไม่ใช่ความจริง จึงอยากสื่อสารให้คนไทยเข้าใจตรงกัน และกระตุ้นลูกค้าคนไทยที่ไม่เคยเข้ามาในพื้นที่เข้ามาใช้บริการ”

สำรวจย่านบรรทัดทอง

  • จำนวนร้านอาหารที่เปิดมีประมาณ 378 ร้านค้า
  • กลุ่มทุนส่วนใหญ่เป็นคนไทยเข้ามาลงทุนเอง และไม่มีทุนจีนเทา
  • ร้านอาหารมีหลายประเภท ทั้งไทย จีน และหลายประเทศ
  • ยุคบูมสุดขีดในปี 2567 สร้างเงินสะพัดปีละหลายพันล้านบาท

จุดวิกฤติของย่านบรรทัดทอง

  • ผลกระทบจากข่าวของนักท่องเที่ยวจีนถูกลักพาตัว
  • ข่าวเรื่องตึกถล่มจากแผ่นดินไหวในไทย
  • เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมีผลต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลก
  • ลูกค้าคนไทยชะลอใช้จ่ายตามเศรษฐกิจประมาณ 50%
  • ข่าวลือในโซเชียลเรื่องอาหารไม่อร่อยและแพง กระทบต่อลูกค้าใหม่
  • ทราฟฟิกลูกค้าลดลงเหลือ 2,000-5,000 คน จากเดิม 15,000-30,000 คน

แผนขับเคลื่อนของสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง

  • เสนอกทม.และภาครัฐสู่การจัดทำ “ย่านเขตเศรษฐกิจพิเศษเชิงสร้างสรรค์”
  • การผลักดันบรรทัดทองบรรจุในสตรีทฟู้ดของ ททท.และอยู่ในแผนที่สตรีทฟู้ดโลก
  • การร่วมมือผู้ประกอบการซื้อวัตถุดิบในราคาต่ำลง เพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ
  • การขยายเวลาเปิดของร้านอาหาร จาก 16.00-24.00 น. จะปรับใหม่ 12.00-24.00 น.
  • การทำอีเวนต์กระตุ้นทราฟฟิกในทุกเดือน เน้นงานด้านอาหารดึงดูดลูกค้า
  • ผู้ประกอบการเสนอ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ ชะลอขึ้นค่าเช่าไปก่อน 6 เดือน

แผนของหน่วยงานต่างๆ ฟื้นฟูย่านบรรทัดทองคัมแบ็ค!

  • ททท. จัดโครงการ “สวัสดี หนีฮ่าว” ดึงอินฟลูเอนเซอร์จีนมาเที่ยวย่านบรรทัดทอง
  • กทม. กำลังปรับปรุงทางเท้าใหม่ สร้างความสวยงามและความสะดวกให้นักท่องเที่ยว
  • สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ กำลังลงทุนปรับภูมิศาสตร์ใหม่กับการทำกันสาดให้แก่ร้านค้า เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ รวบรวม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...