โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. เผย สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ดีขึ้น โควิดทรงตัว เร่งสื่อสารให้ประชาชนเฝ้าระวัง

THE STANDARD

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.55 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.55 น. • thestandard.co
กทม. เผย สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ดีขึ้น โควิดทรงตัว เร่งสื่อสารให้ประชาชนเฝ้าระวัง

วานนี้ (10 มิถุนายน) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร

โดยสำนักอนามัยรายงานว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึง 9 มิถุนายน 2568 มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 47,142 ราย ซึ่งสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลังถึง 2.1 เท่า กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือเด็กวัยเรียน 5-14 ปี รองลงมาคือ 35-44 ปี และพบการระบาดมากที่สุดในโรงเรียนและเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ป่วยรายใหม่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพมหานครยังคงเฝ้าระวังในพื้นที่รวมคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียนและเรือนจำ โดยคัดกรองผู้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และแนะนำให้หยุดงานหรือหยุดเรียนเพื่อแยกตัว

สำหรับสถานการณ์โรคโควิด ในช่วงวันที่ 1-7 มิถุนายน 2568 พบผู้ป่วยรายใหม่ 7,819 ราย เสียชีวิต 2 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 109,312 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 12 ราย แม้ว่าโควิดในปีนี้จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แต่มีอาการความรุนแรงลดลงอย่างชัดเจน แนวโน้มผู้ป่วยอยู่ในภาวะทรงตัว และคาดการณ์ว่าจะลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอย่างฝนตกในหลายพื้นที่ การเปิดเทอม และกิจกรรมรวมกลุ่มขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้การคาดการณ์ไม่แม่นยำ

รองผู้ว่าฯ ทวิดา ได้สั่งการให้สำนักอนามัยเร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์โควิด เพื่อให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ยังคงเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการพื้นฐานอย่างเคร่งครัด เนื่องจากโรคมีการติดและแพร่กระจายง่ายขึ้น

โรคไข้เลือดออก ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ 1 มกราคม – 24 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วย 787 ราย เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งภาพรวมถือว่าสามารถควบคุมโรคได้ดี อัตราป่วยลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยกรุงเทพมหานครยังคงดำเนินการสุ่มสำรวจลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รายงานสถานการณ์โรคติดต่อที่สำคัญอื่นๆ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสซิกา, โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา), โรคลิชมาเนีย, โรคลีเจียนแนร์ และโรคไอกรน

ในส่วนของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะซิฟิลิสและหนองใน พบมากในกลุ่มอายุ 15-24 ปี และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กรุงเทพมหานครจึงจะดำเนินการกระจายถุงยางอนามัยให้ได้มากที่สุด และประชาสัมพันธ์สิทธิการเข้าถึงให้ประชาชนรับทราบ ด้านโรคฝีดาษวานร มีผู้ป่วยสะสม 501 ราย ตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2565 – 8 มิถุนายน 2568 โดยพบมากที่สุดในกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง กรุงเทพมหานครจะขยายการป้องกันเชิงรุกในสถานศึกษา ชุมชน ร้านยา และส่งเสริมการเข้าถึงการตรวจโรคให้มากขึ้น

รองผู้ว่าฯ ทวิดา ยังได้เน้นย้ำให้สำนักอนามัยและผู้เกี่ยวข้องจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้เพียงพอ โดยประสานขอโควตาวัคซีนจาก สปสช.

ที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:

  • ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง: ได้รับการจัดสรรวัคซีนจาก สปสช. รวม 395,470 โดส
  • งาน BKK EXPO 2025 (15-18 พฤษภาคม 2568): ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช. และบริษัท AIA ฉีดให้ประชาชน 7,757 โดส
  • ลงพื้นที่เชิงรุก: ฉีดวัคซีนป้องกันและควบคุมการระบาดในพื้นที่ 10,000 โดส ระหว่างวันที่ 17 มีนาคม – 20 เมษายน 2568

นอกจากนี้ในปี 2568 ยังมีโครงการให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่นักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ชั้น ป.1-ป.3 จำนวน 66,689 โดส รวมถึงโครงการเอไอเอแชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ ครั้งที่ 12 ซึ่งบริษัท AIA สนับสนุนวัคซีนสำหรับพนักงานกวาดและเก็บขยะมูลฝอยและประชาชนทั่วไปรวม 10,000 โดส และสำนักอนามัยยังได้รับการสนับสนุนวัคซีน 6,500 โดส จากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...