โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“FatFIRE” เทรนด์คนอยากเกษียณ แบบ “ราชา” ไม่หวังทำงานจนแก่ โหมเก็บเงินแบบสุดๆ

Thairath Money

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น.
ภาพไฮไลต์

ไม่มีใคร อยากทำงานไปจน “แก่”

ในอดีตภาพของการทำงานหนักไปจนเกษียณ คือเรื่องปกติและเป็นความมั่นคงที่หลายคนใฝ่หา แต่วันนี้แนวคิดดังกล่าวได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่าของการทำงานที่ไม่สิ้นสุด และมองหาทางเลือกใหม่ที่ทำให้ชีวิตมีความหมายมากกว่าแค่การทำงานไปวันๆ ดังนั้นคำพูดที่ว่า “ไม่มีใครอยากทำงานไปจนแก่” จึงไม่ใช่แค่การแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายต่องาน แต่เป็นการสะท้อนถึงความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่สมดุลมากขึ้น ได้ใช้เวลาและพลังงานไปกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการสานฝันในวัยเยาว์ การดูแลสุขภาพกายใจ การออกเดินทางท่องเที่ยว หรือแม้แต่การได้มีเวลาเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง เป้าหมายไม่ใช่แค่การมีเงินมากพอ แต่คือ การมีเวลาและอิสระที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เลือกเอง ไม่ต้องรอจนกระทั่งร่างกายไม่ไหวแล้วจึงจะได้หยุดพัก

จึงเป็นที่มาของเทรนด์ “FatFIRE” ซึ่งเป็นตัวย่อของคำว่า Financial Independence, Retire Early (อิสรภาพทางการเงิน, เกษียณเร็ว) โดยคำว่า Fat ในที่นี้หมายถึงเงินก้อนมหาศาลที่ต้องสะสมให้ได้เพื่อที่จะมีอิสรภาพทางการเงินและเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย

ทั้งนี้ FatFIRE คือแนวคิดที่ต่อยอดมาจาก FIRE (Financial Independence, Retire Early) โดยมีเป้าหมายคือการ เกษียณเร็วและใช้ชีวิตหลังเกษียณในระดับที่หรูหรากว่าค่าเฉลี่ย หัวใจสำคัญของ Fat FIRE ไม่ได้อยู่ที่การมีรายได้สูงลิ่วเพียงอย่างเดียว แต่คือ วินัยการออมและการลงทุนที่แข็งแกร่ง บวกกับไม่ได้สนใจว่าตัวเองจะทำงานที่รัก ทำงานที่ชอบหรือไม่ แต่สนใจว่างานที่ทำจะสร้างรายได้ให้ตัวเองมากน้อยแค่ไหนมากกว่า

ในขณะที่ผู้ที่มุ่งสู่ FIRE ทั่วไปอาจตั้งเป้าออมเงินประมาณ 50% ของรายได้ในแต่ละปี ชาว Fat FIRE กลับตั้งเป้าสูงกว่านั้น โดยอาจออมมากถึง 70% ของรายได้เลยทีเดียว การออมที่เข้มข้นขนาดนี้ บวกกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่เน้นการเติบโต จะช่วยให้เงินออมงอกเงยและทบต้นไปเรื่อย ๆ ทำให้เป้าหมายการเกษียณที่มั่งคั่งอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แน่นอนว่าการออมเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ย่อมต้องแลกมาด้วยการ เสียสละไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ไปไม่น้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ อิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง ความยืดหยุ่น และทางเลือกที่มากขึ้นในชีวิตบั้นปลาย

ดังนั้น FatFIRE จึงเป็นเส้นทางสำหรับผู้ที่มีความมุ่งมั่นและวินัยทางการเงินสูง ที่พร้อมจะทุ่มเทกับการออมและการลงทุนเพื่อแลกมาซึ่งชีวิตหลังเกษียณที่เหนือระดับ เพื่อเกษียณเร็วกว่ากำหนด แต่ยังคงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างหรูหราและสะดวกสบาย ไม่ต้องประหยัดมัธยัสถ์สุดโต่งเหมือนแนวคิด FIRE ทั่วไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ (Millennials และ Gen Z) มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการเกษียณเร็วและเก็บเงินเก่ง มากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีบางกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อความสุขในปัจจุบัน (Soft Saving) ด้วยเช่นกัน

คุณสมบัติหลักของ FatFIRE

  • เน้นการสร้างรายได้สูง: คนที่อยู่ในแนวคิด FatFIRE มักจะเลือกทำงานที่ให้ผลตอบแทนสูง เพื่อที่จะสามารถเก็บเงินได้จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น

  • เป้าหมายเงินเก็บที่สูงกว่า: แตกต่างจาก FIRE ทั่วไปที่อาจเน้นการประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้ชีวิตอย่างพอเพียง FatFIRE ต้องการเงินเก็บที่มากพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป

  • เน้นการลงทุนและ Passive Income: เพื่อให้เงินทำงานแทนและสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ที่ต้องการในวัยเกษียณ

  • ยังคงไลฟ์สไตล์ปกติ: แม้จะมุ่งมั่นเก็บเงินอย่างหนัก แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐานการใช้ชีวิต ไม่ได้ลดทอนคุณภาพชีวิตในปัจจุบันลงไปอย่างมาก

  • เกษียณเร็ว: เป้าหมายหลักคือการเกษียณในวัย 30-50 ปี เพื่อมีเวลาไปทำสิ่งที่รัก ท่องเที่ยว หรือใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

การตระหนักรู้ทางการเงินที่เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลพบว่า Gen Z เริ่มต้นการออมเงินเร็วกว่าคนรุ่นก่อน ๆ โดย 70% ของ Gen Z เริ่มเก็บเงินตั้งแต่อายุ 20 ปี ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินและเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

ความท้าทายที่ FatFIRE อาจเผชิญ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเทรนด์ FatFIRE ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ เพราะอาจต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นและค่าแรงที่คงที่ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ที่อยู่อาศัย การศึกษา และการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การออมเงินเป็นเรื่องที่ท้าทาย

ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษาที่สูงขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่บางส่วนต้องจัดลำดับความสำคัญในการชำระหนี้ก่อนการออมเพื่อเกษียณ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความผันผวนของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจโลกทำให้บางคนรู้สึกว่าการวางแผนระยะยาวเป็นเรื่องยาก และหันมาใช้ชีวิตเพื่อปัจจุบันมากขึ้น (Soft Saving)

ดังนั้นโดยรวมแล้ว แม้ว่า FatFIRE จะถือเป็นการการเร่งทำงานหนัก เก็บเงินให้ได้มากที่สุดโดยไม่สนใจอาชีพ และลงทุนอย่างชาญฉลาด เพื่อที่จะเกษียณได้เร็วและมีเงินใช้ชีวิตแบบสบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินในอนาคตก็ตาม แต่ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้

อ้างอิง Forbe , กรุงศรี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “FatFIRE” เทรนด์คนอยากเกษียณ แบบ “ราชา” ไม่หวังทำงานจนแก่ โหมเก็บเงินแบบสุดๆ

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...