โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

SOCIETY: ‘นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ พรรครัฐบาล-พรรคฝ่ายค้าน เถียงอะไรกันนะ?

BrandThink

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.03 น.

จากเหตุการณ์คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้รัฐบาลดำเนินนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านออกมาตั้งคำถามว่านโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายเอื้อนายทุนหรือไม่ ขณะที่ประชาชนบางส่วนก็มีการตั้งคำถามว่าผู้เสียภาษีในต่างจังหวัดได้อะไรจากนโยบายนี้ อย่างไรก็ดีหากมองกลับไปการโต้แย้งนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท เอื้อประโยชน์แก่ใคร ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งจะมีการโต้แย้งครั้งแรกแต่เป็นประเด็นโต้เถียงระหว่างพรรคการเมืองมาตั้งแต่ปี 2566

เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเป็นนโยบาย Quick Win ของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ว่าจะทำให้รถไฟฟ้ามีราคา 20 บาททุกเส้นทาง เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร โดยเป็นนโยบายที่มีแนวคิดมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย

ทั้งนี้ก่อนการเลือกตั้งในปี 2566 แพทองธาร ชินวัตร ในขณะนั้นทำหน้าที่ ‘หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย’ ได้ประกาศถึงนโยบายดังกล่าวในงานประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 ว่าจะมีการจัดระเบียบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อทำนโยบาย ‘ตั๋วร่วม 20 บาท ตลอดสาย’ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนปี 2570

ภายหลังการเลือกตั้ง 2566 เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

และการโต้แย้งในปี 2566 นั้นเกิดขึ้นในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลเศรษฐา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 โดยสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกลได้ออกมาแย้งว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่สามารถทำได้จริง และต่อให้ทำได้ก็ต้องใช้งบประมาณมาอุดหนุนค่อนข้างมาก อีกทั้งเลข 20 บาท ยังดูเป็นการคิดขึ้นมาโดยไม่มีอะไรยืนยันด้วย

ขณะที่ทางด้านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมาประกาศว่านโยบายดังกล่าวจะมีการดำเนินการทำจริง และจะทำให้รถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงราคา 20 บาท ภายใน 3 เดือน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ปี 2567

ต่อมาในวันที่ 16 ตุลาคม 2566 คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติให้รถไฟฟ้ากรุงเทพมหานคร (MRT) สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ และรถไฟฟ้าชานเมืองสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต (สายธานีรัถยา) และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน (สายนครวิถี) เป็นโครงการนำร่องปรับราคาเป็น 20 บาท ในนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

นอกจากนี้ในวันที่ 13 กันยายน 2567 ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ต่อรัฐสภา สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนได้ออกมาแย้งเรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายอีกครั้ง โดยแย้งให้รัฐบาลเพื่อไทยคิดทบทวนเรื่องราคาอีกครั้ง เนื่องจาก 20 บาท เป็นราคาที่ตั้งมานานแล้ว พร้อมย้ำรายจ่ายว่ารัฐจ่ายไหวหรือไม่เพราะเป็นภาษีประชาชนส่วนหนึ่ง รวมถึงการตั้งคำถามถึงการลงทุนในรถไฟฟ้าแทนรถเมล์เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแล้วหรือไม่

ต่อมาวันที่ 30 สิงหาคม 2567 สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่าจะเดินหน้าต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีแดงและม่วง พร้อมทั้งเดินหน้าดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายภายในกันยายน 2568 และดำเนินการทำร่างกฎหมายการบริหารจัดการ ‘ตั๋วร่วม’ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าราคารถไฟฟ้า 20 บาทใช้ได้กับรถไฟฟ้าทุกสี

อย่างไรก็ดีเหตุการณ์การโต้แย้งเรื่องนโยบาย 20บาทตลอดสายได้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในปี 2568 เมื่อพรรคฝ่ายค้านอย่างประชาชนได้ออกมาโต้แย้งนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของพรรคเพื่อไทยที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและมีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ซึ่งการกลับมาโต้แย้งมาจากเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้ดำเนินการเพิ่มรถไฟฟ้าราคา 20 บาทอีก 8 เส้นทาง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 ตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำให้พรรคฝ่ายค้านรวมถึงประชาชนออกมาตั้งคำถามในประเด็นผลประโยชน์และงบประมาณเงินอุดหนุนว่าเป็นการเอื้อนายทุน และใช้ภาษีคนทั้งประเทศเอื้อแต่คนเมืองหรือไม่

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ออกมาโพสต์จุดยืนไม่สนับสนุนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าแม้เห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้ามีราคาแพงควรปรับลดเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายประชาชน แต่ไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินของรัฐที่มีภาษีประชาชนทั้งประเทศมาใช้เป็นเงินอุดหนุนนายทุนรถไฟฟ้าอย่างไร้ฐานคิด ขณะเดียวกันบนโซเชียลมีเดียก็มีประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากถึงผลประโยชน์ของประชาชนต่างจังหวัดในนโยบายนี้

โดยในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเพื่อชี้แจงว่านโยบายดังกล่าว ทำเพื่อประชาชน ส่วนแหล่งเงินทุนได้มีการพูดคุยกับกระทรวงการคลัง และมองว่ามีแหล่งเงินที่จะมาสนับสนุนในส่วนนี้ได้ โดยเงินที่นำมาเป็นเงินของทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และเมื่อประกอบการแล้วทำกำไรก็จะนำเงินส่วนนั้นมาช่วยส่วนที่ขาด ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณเพียงปีละ 8,000 ล้านบาท และไม่มีการปรับเพิ่ม

ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยก็มีการออกมาโพสต์โต้กลับพรรคประชาชนว่า นโยบายรถไฟฟ้า20บาท ตลอดสาย ไม่ได้เป็นการเอื้อนายทุน แต่เป็นการคืนรอยยิ้มให้และประโยชน์ให้กับคนกรุงเทพฯ และโพสต์ตอบข้อสงสัย 4 ข้อที่พรรคฝ่ายค้านรวมถึงประชาชนตั้งคำถามลงในเพจเฟซบุ๊ก ‘พรรคเพื่อไทย’ ว่า

1. การบอกว่านโยบายรถไฟฟ้าไร้วิสัยทัศน์ ไร้ฐานคิด

เพื่อไทยแจงว่านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายตั้งอยู่บนฐานคิด ระบบขนส่งสาธารณะต้องเป็นระบบที่เอื้อให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และราคา 20 บาทไม่ใช่ตัวเลขที่คิดขึ้นมาลอย ๆ แต่มาจากการคำนวณค่าเฉลี่ยโดยสารต่อเที่ยวต่อคนที่พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 35 บาท จึงปรับลดราคาเป็น 20 บาทจากการต้องการลดค่าใช้จ่ายประชาชนลงร้อยละ 40

2. นโยบายนี้ใช้ภาษีประชาชนทั้งประเทศ แต่มีแค่คนกรุงเทพฯ ที่ได้ประโยชน์

พรรคเพื่อไทยแจงว่าใช้ภาษีประชาชน คนเมืองได้ใช้ คนไกลได้ประโยชน์ทางอ้อม โดยเริ่มจากการแบ่งว่าใครคือคนกรุงเทพฯ ซึ่งแบ่งได้ 2 กลุ่มหลักคือ กลุ่มผู้มีทะเบียนบ้านอยู่กรุงเทพฯ และกลุ่มประชากรจากต่างจังหวัดที่เข้ามาอาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ นโยบายนี้จึงไม่ใช่แค่คนกรุงเทพแท้ ๆ ได้ประโยชน์ นอกจากนี้เรื่องการใช้เงินภาษีมาลงกับพื้นที่กรุงเทพฯ เฉพาะจะคิดเช่นนี้มิได้ เนื่องจากในบรรดาการทำนโยบายหรือโครงการใหญ่ ๆ รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเลือกและจัดสรรงบประมาณที่มาจากคนทั้งประเทศเข้ากับคนเฉพาะกลุ่มและรอให้นโยบายทำงาน

3. ประเด็นเอื้อนายทุน

พรรคเพื่อไทยแจงว่าไม่ได้เอื้อแต่ต้องอุดหนุนสุดต่างสร้างความเป็นธรรมทุกฝ่าย เนื่องจากเราทำนโยบายนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชนและเพิ่มโอกาสให้ประชาชน การที่รัฐจ่ายเงินอุดหนุนส่วนต่างให้เอกชนก็เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่ให้สัมปทานอย่างถูกต้องตามสัญญา

4. สุดท้ายประเด็นนโยบายนี้เป็นนโยบายประชานิยม ไม่แตะโครงสร้าง

พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ประชานิยมจริง แต่แตะโครงสร้างแน่นอน เนื่องจากนโยบายนี้มีโอกาสที่จะแก้ปัญหารถติดเรื้อรัง และยังทำให้มลพิษเบาลง พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่าทั้งหมดอาจไม่ใช่การเริ่มตั้งต้นคำถามว่า ‘ทำเพื่อใคร’ แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของทั้งหมดอาจเป็นเพราะ ‘เพื่อไทยเป็นคนทำ’

โดยอย่างไรก็ดีประเด็นต่าง ๆ ขณะนี้ยังคงไม่อาจหาคำตอบร่วมกันได้อย่างชัดเจน เมื่อทั้งฝ่ายรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และประชาชนต่างมีมุมมองแตกต่างกัน และขณะภายในโลกโซเชียลก็ยังคงเต็มไปด้วยคำถามว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนี้ ‘ทำเพื่อใคร?’

ซึ่งแม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะยืนยันว่านี่คือการคืนรอยยิ้มให้ประชาชน ลดค่าครองชีพ และกล่าวถึงเรื่องเงินอุดหนุนที่นำมาจากงบรฟม. แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงก้องอยู่ในโซเชียลมีเดียทำให้ต้องจับตาดูต่อไปว่านโยบายนี้จะสามารถตอบโจทย์ความเป็นธรรม และสร้างประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด หรือสุดท้ายจะกลายเป็นเพียงหนึ่งในนโยบายที่กลายเป็นเกมทางการเมืองกันแน่?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...