โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เค-แลบ เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องสกัดสมุนไพร สารออกฤทธิ์ครบถ้วน ทดแทนนำเข้าจากต่างประเทศ

Manager Online

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 04.43 น. • MGR Online

โจทย์ใหญ่ที่สำคัญ ในการสกัดสมุนไพรไทยชนิดต่างๆ คือต้องไม่เหลือสารสำคัญตกค้างในกาก ทำให้ได้ปริมาณสาออกฤทธิ์ ที่มีความเข้มข้น ครบถ้วน บริษัทเค-แลบ จำกัด จึงได้คิดค้นเครื่องสกัดสมุนไพรนวัตกรรมใหม่ สามารถสกัดสารสำคัญจากพืชออกมาได้ครบถ้วน นวัตกรรมใหม่ ระบบUltrasonic Dynamic System ช่วยทดแทนการนำเข้าสารสกัดจากต่างประเทศ ต่อยอดอุตสาหกรรมยา-อาหารเสริมสมุนไพร

ดร.กรีฑา วีระนันทนาพันธ์ บริษัทเค-แลบ จำกัด ผู้ประดิษฐ์เครื่องสกัดที่ล้ำหน้าไปอีกขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้ประกอบการว่า “บริษัทได้คิดค้นและพัฒนาเครื่องสกัดสมุนไพรมา 7-8 ปี เป็นเครื่องจักรที่สามารถดึงสารสำคัญคุณภาพสูงจากพืชสมุนไพรออกมาได้ทั้งหมด โดยใช้นวัตกรรมใหม่ระบบ Ultrasonic Dynamic System กับสารละลาย(Solvent) ทำให้พืชสมุนไพรเคลื่อนไหวตลอดเวลาผ่านสนามคลื่นเสียงความถี่สูง กระแทกเซลล์ของสมุนไพรแตกละเอียด ไร้ความร้อน ได้สารจากสมุนไพรที่แตกละเอียด ได้สารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถสกัดสาระสำคัญออกมาทั้งหมด สารออกฤทธิ์ที่ได้มีความเข้มข้นและครบถ้วน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดการผลิต เช่น ยา อาหารเสริม ที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับยาแผนปัจจุบัน” ดร.กรีฑา กล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมดังกล่าว ถือเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมการสกัดสมุนไพร ให้มีความน่าเชื่อถือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสมุนไพรไทย ที่สำคัญยังช่วยลดการนำเข้าสารสกัดจากต่างประเทศ โดยในปัจจุบันไทยได้มีการนำเข้าจากประเทศ อินเดีย ไต้หวัน เกาหลี ทั้งๆที่พืชสมุนไพรของไทยมีดีอยู่หลายชนิดที่มีคุณภาพสูง เครื่องสกัด Ultrasonic Dynamic System จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.จิตติมา เรืองรัตนากร หนึ่งในทีมผู้ประดิษฐ์ กล่าวเสริมว่า เครื่องสกัดสมุนไพร K-Lab สามารถสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรได้หลายชนิด ที่ได้สารออกออกฤทธิ์ครบถ้วน อย่างเช่น มะม่วงหาวมะนาวโห่ ที่มีสรรพคุณทางยาสูง การสกัดสารโดยทั่วไปจะทำให้สีเปลี่ยนไป แต่เครื่องสกัดนี้สียังคงเดิม มีความเสถียรมากที่สุด “ความคาดหวังของเราคือ เกษตรกรที่ปลูกพืชสมุนไพรจะได้รับประโยชน์และมูลค่าเพิ่ม จากการที่ลูกค้าของเราได้ซื้อเครื่องเพื่อนำไปสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาสมุนไพร จากเดิมที่ต้องส่งสมุนไพรไทยไปสกัดที่ต่างประเทศ ดังนั้นเครื่องนี้จะช่วยการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ต่อยอดให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น”

ด้านนายมนตรี สุบรรณพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีเอส เฮิร์บ (2017) จำกัด ตัวแทนจำหน่าย เผยว่าที่ผ่านมาแม้ว่าสมุนไพรไทยจะเป็นที่ยอมรับและในด้านสรรพคุณแต่ขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสกัดสารออกฤทธิ์ได้อย่างครบถ้วน ทำให้สารสำคัญบางส่วนตกค้างเหลืออยู่ในกากของพืช ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ท้องตลาดมีปริมาณสารออกฤทธิ์ไม่เพียงพอต่อการแสดงสรรพคุณตามที่คาดหวัง ผู้บริโภคจึงไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดที่ควรจะได้และเกิดความรู้สึกผิดหวัง

“เป้าหมายหลักของบริษัทคือผลิตเครื่องจักรให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพสูง ที่เน้นสรรพคุณที่ครบถ้วน เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค เกิดความเชื่อมั่น และต้องการกลับมาซื้อซ้ำ โดยในช่วงแรก บริษัทมีกำลังในการผลิตเครื่องสกัดสมุนไพรไม่เกิน 20 เครื่อง ใน3 รูปแบบคือเครื่องที่ใช้งานกับการสกัดปริมาณ 30 ลิตร สำหรับแล็บ และงานวิจัย 50 ลิตร สำหรับอุตสาหกรรม ส่วน 100 ลิตร จะผลิตตามคำสั่งซื้อเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราสามารถที่จะผลิต ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานของลูกค้าได้ด้วย ซึ่งเครื่องสกัดสมุนไพรไทยนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิตสมุนไพรของประเทศไทย และผลักดันให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป ”

ช่องทางการติดต่อบริษัท ดีเอสเฮิร์บ 2017 จำกัด Line: @DS Herb

Facebook: DS Herb

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...