โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กต.กัมพูชาแถลง MOU 43 กำหนดให้ใช้แผนที่ฝรั่งเศส แต่ไทยใช้แผนที่ตัวเอง

PPTV HD 36

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.24 น.
กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ยันไทยละเมิด MOU 43 ซึ่งมีข้อกำหนดว่า ต้องใช้แผนที่ของคณะกรรมาธิการการกำหนดเขตแดนของฝรั่งเศส

วันที่ 7 ก.ค. 68 กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์ชี้แจงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ MOU 2543

กระทรวงฯ ระบุว่า “ได้รับทราบถึงคำชี้แจงที่ทำให้เข้าใจผิดล่าสุดที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศของราชอาณาจักรไทย เกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและกำหนดเขตแดนทางบก (MOU2543) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2543 โดยทั้งสองประเทศ”

“ในเรื่องนี้ กระทรวงฯ ขอชี้แจงดังต่อไปนี้”

“1. กัมพูชาขอเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการยุติข้อพิพาทชายแดนอย่างสันติ โดยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และบันทึกความเข้าใจปี 2543 การดำเนินการของกัมพูชาในเรื่องนี้เป็นไปตามหลักความสุจริตใจในการยึดมั่นตามพันธกรณีตามสนธิสัญญาและหลักการแห่งความเสมอภาคของอำนาจอธิปไตยและการยุติข้อพิพาทอย่างสันติตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ”

“2. ขอเน้นย้ำว่า ประเทศไทยล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธกรณีหลักภายใต้บันทึกความเข้าใจ 2543 หลายครั้ง โดยเฉพาะมาตรา 1 ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า แผนที่ที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการการกำหนดเขตแดนระหว่างอินโดจีนกับสยามของฝรั่งเศส จะทำหน้าที่เป็นพื้นฐานสำหรับกระบวนการกำหนดเขตแดน ตรงกันข้ามกับพันธกรณีที่มีผลผูกพันนี้ ประเทศไทยได้บังคับใช้และใช้แผนที่ที่ร่างขึ้นฝ่ายเดียวอย่างต่อเนื่องเพื่อยืนยันการอ้างสิทธิ์ในดินแดนและดำเนินการบุกรุกเข้าไปในดินแดนของกัมพูชา การกระทำเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและบันทึกความเข้าใจ 2542 ซึ่งยังคงมีผลผูกพันทางกฎหมายต่อทั้งสองประเทศ”

“3. การตัดสินใจของกัมพูชาในการส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ถือเป็นการตอบสนองอย่างมีเหตุมีผล ตามกฎเกณฑ์ และสันติ ต่อการที่ไทยละเมิดบันทึกความเข้าใจปี 2543 อย่างต่อเนื่อง การใช้กำลังทหาร การยั่วยุ และความไม่เต็มใจที่จะเคารพกรอบการกำหนดเขตแดนร่วมกันที่ตกลงกันไว้ ICJ ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการหลักของสหประชาชาติ เป็นเวทีที่ได้รับการยอมรับและถูกต้องตามกฎหมายสำหรับการตัดสินข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นเรื่องเขตแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่กลไกทวิภาคีหยุดชะงักเนื่องจากฝ่ายหนึ่งละเมิดบันทึกความเข้าใจปี 2543 อย่างต่อเนื่อง”

“4. ดังนั้น กัมพูชาจึงเรียกร้องให้ประเทศไทยปฏิบัติตามพันธกรณีตามสนธิสัญญาอย่างสุจริตใจ รวมทั้งบันทึกความเข้าใจ 2000 ยุติการดำเนินการฝ่ายเดียวในพื้นที่ทั้งหมด และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในการระงับข้อพิพาทโดยสันติ รวมถึงผ่านกลไกกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ”

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังกระทรวงการต่างประเทศของไทย ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า “รัฐบาลไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติวิธี ตามพันธกรณีที่ทั้งสองฝ่ายได้มีต่อกันตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) มาโดยตลอด ซึ่งได้ระบุไว้ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องเจรจาหารือกันในกรอบทวิภาคี โดยใช้กลไกคณะกรรมาธิการร่วมชายแดน (JBC) อันเป็นไปตามแนวทางที่สอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติทุกประการ”

“ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ภาคีของความตกลงที่เป็นสนธิสัญญา จะต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ลงนามไว้ โดยบันทึกความเข้าใจ ไทย- กัมพูชา ระบุให้แก้ไขปัญหาโดยการเจรจาหารือโดยคณะกรรมาธิการร่วมชายแดน (JBC) ไม่ได้มีส่วนใดที่ระบุว่าให้ใช้กลไกอื่น รวมทั้งศาลโลก (ICJ) ซึ่งประเทศไทยได้ยึดมั่นในพันธกรณีของความตกลงไทย-กัมพูชาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่ได้เป็นฝ่ายละเมิดพันธกรณีที่มีไว้ต่อกันไว้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยไม่ได้ไปใช้กลไกอื่นนอกเหนือจากที่เคยได้ตกลงกันไว้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วธ.กัมพูชา พร้อมออกค่าใช้จ่ายขนส่งวัตถุโบราณทั้ง 20 ชิ้นกลับประเทศ!

กัมพูชาออกแถลงการณ์ปฏิเสธ กรณีจ้างแฮกเกอร์เกาหลีเหนือโจมตีไทย

ผู้นำกัมพูชาโพสต์ยินดีครบรอบ 17 ปี “ปราสาทพระวิหาร” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กต.กัมพูชาแถลง MOU 43 กำหนดให้ใช้แผนที่ฝรั่งเศส แต่ไทยใช้แผนที่ตัวเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...