โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบแม่บ้าน ควบตำแหน่งกรรมการบริษัท เลี่ยงภาษีกว่า 180 ล้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 04.53 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 18 พ.ค.-ตำรวจสอบสวนกลาง รวบแม่บ้านควบตำแหน่งกรรมการบริษัทชิปปิ้ง เลี่ยงภาษีกว่า 180 ล้านบาท พบก่อเหตุคล้ายกันในบริษัทฯ อีก 2 แห่ง รวมรัฐเสียหายกว่า 430 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำเจ้าหน้าเข้าจับกุม นางสมบุญ อายุ 54 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1051/2568 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มกระทำการใดๆ โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน ที่ลานจอดรถหน้าอพาร์ทเมนต์ พื้นที่ ม.2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์ ของ น.ส.สมบุญ ผู้ต้องหา ตรวจสอบพบว่า เป็นหนึ่งในกรรมการ บริษัท แห่งหนึ่งประกอบกิจการเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าและดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อนำสินค้าออกจากท่าเรือ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าบริษัทฯดังกล่าวมีพฤติการณ์ปิดบังซ่อนเร้นที่มาของรายได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ โดย บริษัทมักจะไม่มีการออกใบกำกับภาษีขายและใบเสร็จรับเงินสำหรับค่าบริการให้แก่ลูกค้าแต่อย่างใด และการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างของบริษัทฯ มักจะจ่ายเป็นเงินสดให้ลูกจ้างเป็นรายสัปดาห์ และไม่มีการทำเอกสารหลักฐานการจ่ายเงิน เมื่อเจ้าพนักงานได้ทำหนังสือเชิญกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เพื่อให้ส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ แต่ไม่มีผู้ใดมาพบ ประกอบกับทางบริษัทฯ ไม่ยื่นยอดขาย หรือยื่นยอดขายไว้น้อยกว่าข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ เจ้าพนักงานฯ ประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ 64 เดือนภาษีพร้อมเบี้ยปรับเป็นเงิน 186 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการปกปิดข้อมูลการมีเงินได้เพื่อจะไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม กระทำการใดๆโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันอันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4(6) และ มาตรา 90/5 แห่งประมวลรัษฎากร

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบแล้วยังพบอีกว่า น.ส.สมบุญ ผู้ต้องหา ยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆ อีกจำนวน 2 คดี กล่าวคือ ผู้ต้องหายังเป็นกรรมการบริษัทฯ ที่ถูกกล่าวหาจากกรมสรรพากร ในความผิดที่มีพฤติการณ์คล้ายคลึงกับพฤติการณ์ข้างต้น รวมมูลค่าความเสียหายต่อรัฐทั้ง 3 คดีกว่า 430 ล้านบาท

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2558 ขณะตนเป็นพนักงานทำความสะอาด(แม่บ้าน)ที่บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอแหลมฉบัง นายจ้างได้นำเอกสารบางอย่างมาให้ตนลงลายมือชื่อ ด้วยความเชื่อใจจึงยอมลงลายมือชื่อภายในเอกสารนั้นโดยไม่ทราบว่าเป็นเอกสารประเภทใด และไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใดและต่อมาในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 ตนได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนให้เข้าพบ แต่มิได้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก จนมาทราบภายหลังว่าตนเองมีหมายจับ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...