ม.144 เชือด"เงินหมื่น-งบภัยแล้ง"อนาคตครม.แพทองธารแขวนเส้นด้าย
กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่ต้องจับตา เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องกล่าวหาการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ใน 2 ประเด็นใหญ่ที่อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 โดยมีชื่อของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึง นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้งคณะ เป็นผู้ถูกกล่าวหา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เขย่าบัลลังก์ของผู้นำสูงสุดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและอาจพลิกโฉมภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยในอนาคตอันใกล้
2 สำนวนร้อน: "ดิจิทัลวอลเล็ต" และ "งบภัยแล้ง" ปมปัญหาใหญ่
การตรวจสอบของ ป.ป.ช. แยกออกเป็น 2 สำนวนสำคัญ:
สำนวนแรก: โครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท
สำนวนนี้พุ่งเป้าไปที่การจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2568 ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเติมเงิน 10,000 บาท หรือ "แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต" ผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนนี้ครอบคลุมตั้งแต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายเศรษฐา ทวีสิน (ในฐานะอดีตนายกฯ), คณะรัฐมนตรี, คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2568, ส.ส. และ ส.ว. ที่ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ
ข้อกล่าวหาคือมีการปรับลดหรือตัดทอนงบประมาณรายจ่ายสำหรับส่งใช้ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ และรายจ่ายตามข้อผูกพันที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย อีกทั้งยังเข้าไปมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคหนึ่งและวรรคสอง โดยกรณีนี้มีที่มาจากคำร้องขอตรวจสอบของ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
สำนวนสอง: งบประมาณรับมือภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง
สำหรับสำนวนที่สองนี้ มุ่งเน้นไปที่พฤติการณ์ของกลุ่ม ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย รวมถึง นายสาโรจน์ หงษ์ซูเวช, นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ (อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย), นายจักรพงษ์ แสงมณี (ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี) และผู้บริหารระดับสูงสำนักงบประมาณ
ข้อกล่าวหาคือมีการใช้สถานะหรือตำแหน่งสั่งการ บังคับ ก้าวก่าย หรือเข้าแทรกแซงในการจัดทำงบประมาณ การอนุมัติงบประมาณ และการบริหารงบประมาณในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2568 ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น หรือพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณ ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสองเช่นกัน
"คณะนิติชน-เชิดชูธรรม" ผู้จุดพลุสอบงบ 1.22 แสนล้าน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 คือการมีหนังสือถึงตัวแทน "คณะนิติชน-เชิดชูธรรม" เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำกล่าวหาที่กลุ่มนี้เคยยื่นผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 โดยกล่าวหาว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ร่วมกันมีมติอนุมัติให้นำเงินงบประมาณเพิ่มเติม 1.22 แสนล้านบาท ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ และวุฒิสภาในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา เพื่อใช้เป็นรายจ่ายลงทุน กลับนำไปสมทบกับเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินอีก 2.35 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 1.45 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 1 ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง
คณะนิติชน-เชิดชูธรรม ชี้ว่าการดำเนินการเช่นนี้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่สองสภาให้ความเห็นชอบแต่แรก ซึ่งในขณะนั้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ครม.นายเศรษฐา จะเป็นการเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลให้กับประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเปราะบาง และมีระบบควบคุมการใช้จ่ายเงินเพื่อส่งเสริมการลงทุนถึง 80% แต่เมื่อมาถึงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร การแจกเงินกลับเป็นการโอนตรงเข้าบัญชีเงินฝากประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทำให้ประชาชนใช้จ่ายได้อย่างอิสระโดยรัฐบาลไม่ได้ควบคุม สะท้อนว่าเป็นการใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามที่สองสภาให้ความเห็นชอบ
ป.ป.ช. ได้ขอให้คณะนิติชน-เชิดชูธรรม ยืนยันคำกล่าวหา ระบุพฤติการณ์ความผิด พยานหลักฐานสนับสนุน และแจ้งว่าเคยร้องเรียนเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานอื่น หรือฟ้องคดีต่อศาลหรือไม่ พร้อมผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยกำหนดให้ชี้แจงภายใน 7 วัน
บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 และผลลัพธ์ที่ต้องจับตา
รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 144 ระบุอย่างชัดเจนว่า ส.ส.ไม่สามารถแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการงบประมาณได้ เว้นแต่ลดหรือตัดทอนรายจ่ายที่ไม่ใช่ข้อผูกพัน นอกจากนี้ ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการจะเข้าไปมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายไม่ได้
ประเด็นที่น่าจับตา
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 144 วรรคสอง: การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำดังกล่าวเป็นอันสิ้นผล
หากผู้กระทำเป็น ส.ส. หรือ ส.ว.: สมาชิกภาพสิ้นสุด และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
หากคณะรัฐมนตรีเป็นผู้กระทำหรืออนุมัติ หรือรู้แต่ไม่ยับยั้ง: คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้อยู่ในที่ประชุมขณะมีมติ และผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย
แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. ยืนยันว่าคดีนี้มีกรอบการสอบสวนภายใน 60 วัน หากพบว่าสำนวนแรกมีความผิดจริง ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีความผิดจริง เท่ากับว่าคณะรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร อาจต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ รวมถึง ส.ส. และ ส.ว. เกือบทั้งสภาที่ลงมติเห็นชอบก็อาจต้องพ้นจากตำแหน่งด้วย
อนาคตการเมืองไทยบนเส้นด้าย?
สถานการณ์นี้สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อรัฐบาล น.ส.แพทองธาร เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีหญิง และคณะรัฐมนตรี ตลอดจนสมาชิกนิติบัญญัติจำนวนมาก ตกเป็นเป้าของการสอบสวนตามมาตรา 144 อย่างเป็นทางการ
แม้ว่าในขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่มีการสรุปผลการตรวจสอบว่ามีความผิดเกิดขึ้น และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ยังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
การดำเนินการของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินจะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด
ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลลัพธ์ที่จะตามมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญของประเทศไทย.