โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งดนำเข้าน้ำมันสู้ปิดด่าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 00.20 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

“มทภ.2” สั่งปิดด่านช่องสายตะกู ตอบโต้กัมพูชา หลัง 30 นทท.ร้องเพลงบนปราสาทตาควาย จ่อลงนามปิดอีก ด่านช่องสะงำ-ด่านช่องจอม “ฮุน มาเนต” โวยรัฐบาล-กองทัพไทยไปคนละทาง “พท.” ติง "อดีตผู้นำเขมร" แสดงออกไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. มีคำสั่งกองทัพภาคที่ 2 (เฉพาะ) ที่ 176/2568 ที่ลงนามโดย พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เรื่อง อนุมัติปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 806/2568 เรื่องการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย.2568 เป็นต้นไป

มีรายงานว่า คำสั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู เกิดขึ้นภายหลังเหตุนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาจำนวนประมาณ 30 คน เดินทางเข้ามายังบริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยได้มีการบันทึกภาพ วิดีโอ และร่วมร้องเพลงในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยได้เข้าระงับเหตุการณ์อย่างสุภาพและเหมาะสม และเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.68 เวลา 09.17 น. ทางกัมพูชาได้สั่งปิดจุดผ่อนปรนช่องอานม้ากะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้าให้ทางประชาชนทั้ง 2 ประเทศทราบ

ทั้งนี้ จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกู ที่ผ่านมาได้เปิด-ปิดตามมาตรการควบคุม จาก 7 วัน เหลือสัปดาห์ละ 3 วันคือ อังคาร พุธ และพฤหัสบดี เวลา 09.00-12.00 น.

สำหรับการค้าขายในพื้นที่นี้ ประชาชนฝั่งกัมพูชาส่วนมากจะข้ามมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค พืชผัก และปุ๋ย ส่วนคนไทยจะข้ามไปซื้อเหล้า เบียร์ บุหรี่ ตามปริมาณที่รัฐกำหนดให้ และบางส่วนก็ข้ามไปเล่นบ่อนกาสิโน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า แม่ทัพภาคที่ 2 เตรียมลงนามปิดด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ และด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ เนื่องจากฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สั่งปิดถาวร 2 ด่านคือ ช่องจอม-จุ๊กโกกี ทันทีหลังไทยปิดด่านช่องสายตะกู เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

ขณะที่ พล.ท.บุญสิน กล่าวถึงสาเหตุการปิดด่านว่า เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ส่วนอีก 1 ด่านนั้นฝั่งกัมพูชาได้ปิดไปก่อนแล้ว แต่ทั้งนี้ยังคงปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม หากมีเหตุฉุกเฉินคนป่วยคนเจ็บต้องการข้ามเข้ามารักษาที่ฝั่งไทยก็พร้อมเปิดด่าน สำหรับสถานการณ์ชายแดนช่วงนี้ยังคงปกติดี ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กรณีที่ชาวกัมพูชาข้ามมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ปราสาทตาควายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้กำชับทหารของทางกัมพูชาแล้วให้ควบคุมพลเรือนของตนเอง ส่วนไทยเองแนะนำนักท่องเที่ยวไทยให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ส่วนไหนที่ทำได้ ส่วนไหนที่ทำไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรทหารทุกนายยังตรึงกำลังเข้มตลอด และขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่ให้กำลังใจทหารในแนวหน้าทุกคน

ขณะที่ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จากกรณีที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์แสดงความกังวลกรณีเจ้าหน้าที่ทหารไทยนำคณะนักปั่นจักรยานเข้าเยี่ยมชมบริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ก่อนเวลาเปิดทำการ โดยอ้างว่าไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ พบว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ และเป็นไปตามแผนกิจกรรมที่ได้วางไว้ โดยในวันที่ 21 มิ.ย. ก่อนหน้ากิจกรรม ได้ประสานล่วงหน้าโดยชุดประสานงานปราสาทตาเมือนธมของฝ่ายไทยไปยังชุดประสานงานของฝ่ายกัมพูชาแล้ว

“ปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทย และกรณีดังกล่าวได้มีการประสานงานของเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอน ไม่มีการละเมิดข้อตกลงใดๆ อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารภายในระหว่างหน่วยงานทหารของกัมพูชากับรัฐบาลกลางของตนเองจนนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน”

ในส่วนของประเด็นการปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตะกู โฆษกกองทัพบกได้ชี้แจงว่า เป็นมาตรการที่หน่วยทหารในพื้นที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการ โดยอาศัยการประเมินภาพรวมของสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพราะพบท่าทีของทหารฝ่ายกัมพูชา ในการเพิ่มกำลังทหารและยุทโธปกรณ์บริเวณแนวชายแดนหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

โวยรบ.-กองทัพไทยไปคนละทาง

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (วันที่ 21 มิถุนายน) ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด Oddar Meanchey ได้รายงานให้ผมทราบว่า ทหารภาค 2 ของกองทัพไทย เพิ่งออกหนังสือแจ้งว่า ทางฝั่งไทยจะปิดประตู Say Taku-Jobkkir ในเขต Banteay Ompil, Oddar Mean จังหวัดเชย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อนุมัติให้ท่านผู้ว่าฯ ปิดประตูนี้ในกัมพูชาถาวร นอกจากประตูนี้แล้ว ผมสั่งให้ท่านผู้ว่าฯ ปิดประตูอีกประตูหนึ่ง ประตูชายแดนดํา อ.อันหลงเวง จ.อุดรมีชัย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และแจ้งทางฝั่งไทยด้วยตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2025

ฮุน มาเนต ระบุว่า กองทัพไทยได้ใช้มาตรการปิดชายแดนและปรับเปลี่ยนเวลาปิด-เปิดประตูชายแดนระหว่างสองประเทศ โดยไม่คิดถึงผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ กัมพูชาไม่เคยมีเจตนาที่จะสร้างความลําบากแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางผ่านประตูชายแดน แต่กองทัพไทยยังใช้วิธีนี้โทษกัมพูชากับเราเสมอ

“เป็นเรื่องแปลกที่ผู้นําการเมืองไทย รวมถึงนายกฯ ไทย มักจะขอเจรจาเปิดขอบเขตเพื่อคืนความปกติ แต่ในขณะเดียวกัน กองทัพไทยยังคงปิดประตู หรือปรับเวลาปิดประตู ตามที่ตนต้องการเป็นฝ่ายเดียวไม่รู้ว่าเป็นวิธีการหรือกลยุทธ์การทํางานระหว่างรัฐบาลไทยกับกองทัพไทย เพราะดูเหมือนไม่มีข้อตกลงภายในและหลักการที่ชัดเจน คนหนึ่งขอให้การเจรจาต่อรองทวิภาคีเพื่อเปิดประตูสู่ความปกติอีกครั้ง ในขณะที่อีกคนยังคงปิดประตูอย่างเดียว”

เขากล่าวอีกว่า กัมพูชายังคงจุดยืนเดิมว่า ไม่จําเป็นต้องเจรจาต่อรองทวิภาคีในการเปิดชายแดนระหว่างสองประเทศ ถ้าฝั่งไทยต้องการเปิดประตูสู่ความปกติ จริงๆ ก็ทําได้ง่ายและรวดเร็ว กองทัพไทยที่ปิดประตูทางเดียวเป็นคนแรก ต้องเปิดประตูทางเดียวอีกครั้ง

ล่าสุด ฮุน มาเนต ได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า

ตั้งแต่ 12 โมงคืนนี้ ต้องระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซทุกชนิดจากประเทศไทย เพราะบริษัทจัดจำหน่ายน้ำมันในประเทศกัมพูชามีความสามารถในการนำเข้าเชื้อเพลิงและก๊าซจากแหล่งอื่น เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการภายใน

ประเทศของประชาชน แม้จะเป็นเพียงเดือนเดียว แต่ตลอดไปก็ไม่ใช่ปัญหา

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทย ประกาศแจ้งเตือนคนไทยว่า ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่มีความจำเป็นยิ่งยวด และสำหรับคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการดำรงชีวิตและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ชุมนุมและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ รวมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่

สำหรับบรรยากาศที่จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลังแม่ทัพภาคที่ 2 มีคำสั่งปิดด่าน เป็นไปด้วยความเงียบเหงา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เคยนำสินค้าไปจำหน่ายให้กับชาวกัมพูชาปิดร้านค้าหรือขนสินค้าออกจากแนวชายแดนทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ พบว่าพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านหลายคนที่เคยนำสินค้าอุปโภคบริโภคและผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู เริ่มปรับตัวหันมาตั้งโต๊ะขายหน้าบ้านของตัวเองให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านและผู้คนที่ผ่านไปมา แม้จะขายไม่ค่อยดีเหมือนที่จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู แต่จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอด

น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าการแสดงออกของอดีตผู้นำประเทศกัมพูชาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของความร่วมมือในระดับทวิภาคีของทั้งสองประเทศ รัฐบาลไทยจึงต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจน แต่ยังคงยึดหลักสงบและสันติเป็นที่ตั้ง มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการออกไปแล้ว

น.ส.ขัตติยากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างที่จะลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต และได้มีการควบคุมนักท่องเที่ยวรวมถึงแรงงานไทยที่เกี่ยวข้องที่ทำกิจกรรมในฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะในเรื่องของธุรกิจกาสิโนและการพนันออนไลน์ และได้เพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้าสินค้าบางรายการ เช่น มันสำปะหลัง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบในประเด็นนี้ มาตรการเหล่านี้จะจัดลำดับตามความเหมาะสม เพื่อรักษาดุลยภาพของสองประเทศไว้ได้ และเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในระยะยาวด้วย

น.ส.ขัตติยายืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มีความประสงค์ที่จะให้สถานการณ์บานปลายแต่อย่างใด แต่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็น เพื่อที่จะปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศไทย ซึ่งในช่วงเวลานี้ ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันตรวจสอบ รวมถึงส่งต่อข้อมูลด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และถูกเผยแพร่ในช่องทางโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโดยไม่เจตนา โดยทางเราก็จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและพี่น้องประชาชน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...