“ปันจักสีลัต” ศิลปะการต่อสู้ที่ช่วยสร้างชาติอินโดนีเซีย
ปันจักสีลัต กีฬาพื้นบ้านมลายู ช่วยสร้างชาติอินโดนีเซีย
ปัจจัยสำคัญในการเรียกร้องเอกราชหลังยุคล่าอาณานิคมของชาติต่าง ๆ มักจำต้องมีอัตลักษณ์ร่วม เพื่อแสดงถึงความเป็นชาติเดียวกัน คนกลุ่มเดียวกันปันจักสีลัต กีฬาพื้นบ้านมลายู ก็นับเป็นอัตลักษณ์หนึ่งที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเอกราชของอินโดนีเซีย
ในอดีต ศาสตร์การต่อสู้นับว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะสงครามและภัยอันตรายทั้งปวงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อาวุธพื้นฐานของมนุษย์ อย่างหมัด ศอก และเข่า จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นศิลปะการต่อสู้ประเภทต่างๆ อาทิ มวยไทย ศาสตร์การต่อสู้ของประเทศไทย อันเป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วโลก
ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของไทยอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็มีศาสตร์การต่อสู้ นามว่า “ปันจักสีลัต”ที่ขึ้นชื่อ และอันตรายไม่แพ้มวยไทย ได้พัฒนาขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และมีส่วนสำคัญเป็นกีฬาการเมือง ในกระบวนการเอกราชเอกราชอย่างสมบูรณ์ของสาธารณรัญอินโดนีเซีนในเวลาต่อมา
ที่มาของปันจักสีลัต
ปันจักสีลัตเป็นกีฬาพื้นเมืองในคาบสมุทรและหมู่เกาะมลายู รวมถึงทางตอนล่างของประเทศไทย และฟิลิปปินส์ ชื่อ “ปันจักสีลัต” เป็นคำที่รวมขึ้นมาจากรากภาษาในประเทศอินโดนีเซีย 2 คำ สื่อถึงความหมายว่า ศิลปะการป้องกันตัวเอง เป็นกีฬาที่เกิดขึ้นจากการผสานกันระหว่างศิลปะการต่อสู้ในหมู่เกาะมลายู
กีฬาปันจักสีลัตจะเน้นใช้มือเท้าเปล่า สะบัดลวดลายให้ดูสวยงาม ผสานเข้ากับองค์ประกอบทางศิลปะ รวมถึงลมหายใจให้ตระหนักรู้ถึงจิตวิญญาณ เคลื่อนไหวไปตามจังหวะ ทำให้ดูตื่นเต้นและน่าติดตาม
พร้อมกันนั้นก็สามารถใช้ต่อสู้ได้จริง เน้นกระตุ้นสัญชาตญาณของมนุษย์ในการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามและอันตรายทั้งปวง ทำให้ผู้เรียนรู้มักมีไหวพริบที่ดีและรวดเร็ว บางครั้งแม้จะเน้นการป้องกันตัว แต่ก็สามารถจู่โจมก่อนได้หากจำเป็น
ปันจักสีลัตยังมีส่วนร่วมในกระบวนการประกาศอิสรภาพของอินโดนีเซีย นับแต่ช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพาอีกด้วย
ญี่ปุ่นกับการฟื้นฟูปันจักสีลัต
ช่วงที่อินโดนีเซียตกอยู่ภายใต้ชาติล่าอาณานิคมตะวันตกอย่าง “ฮอลันดา”ปันจักสีลัตถูกจำกัดการขยายตัวไป เพื่อให้ประชากรออกห่างจากวัฒนธรรมพื้นถิ่น และง่ายต่อการควบคุม
เมื่อญี่ปุ่นเข้าปกครองอินโดนีเซียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในการจะลบล้างอิทธิพลของชาติตะวันตก ญี่ปุ่นจึงได้ผลักดันปันจักสีลัตขึ้นมาอีกครั้ง ให้เป็นกีฬาสำหรับสร้างสุขภาวะ และการเตรียมพร้อมร่างกาย สอดคล้องกับนโยบายปลุกระดมชาวพื้นเมือง เพื่อให้การช่วยเหลือญี่ปุ่นในการทำสงคราม
ญี่ปุ่นมองว่า การสนับสนุนปันจักสีลัตจะเป็นการสนับสนุนการแสดงออกของชาวอินโดนีเซียไม่ต่างจากศาสนาอิสลาม และภาษาอินโดนีเซีย พร้อมกันนั้นปันจักสีลัตก็เป็นกีฬาที่สื่อถึงจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี คล้ายคลึงกับคติ “บูชิโด” ของญี่ปุ่น ที่เน้นเรื่องจิตวิญญาณเช่นกัน
การสนับสนุนประกอบด้วยการชักชวนผ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารฉบับต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังแทรกไว้ในแบบเรียนของอินโดนีเซีย ตัวอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ “Tjahaja” ฉบับวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1943 รายงานว่า ทางการญี่ปุ่นมีคำสั่งให้โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยทุกแห่งในเมืองยอกยาการ์ตา เปิดการเรียนการสอนกีฬาปันจักสีลัต
ความพยายามของญี่ปุ่นดำเนินไปอีกขั้นในช่วงกลาง ค.ศ. 1943 รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามรวมโรงเรียนที่ฝึกสอนปันจักสีลัตเข้าด้วยกัน และจัดตั้งเป็นสมาคมปันจักสีลัตในแต่ละเมือง เพื่อให้มีความพร้อมในการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันและง่ายต่อการควบคุม สมาคมเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมกีฬา นับเป็นความพยายามของญี่ปุ่นที่ทำให้ผู้คนตระหนักและภาคภูมิใจในกีฬาพื้นเมืองของตน สร้างความรู้สึกร่วมในหมู่ชาวอินโดนีเซีย
ทว่าในขณะที่ทุกอย่างเหมือนกำลังเป็นไปได้ด้วยดี กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรก็เปิดการโจมตีโต้กลับอย่างเต็มอัตราศึก จนญี่ปุ่นเริ่มเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดใน ค.ศ. 1944
ปันจักสีลัตในฐานะอัตลักษณ์ของชาติ
อินโดนีเซียในเวลานั้นประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ทรุดตัว และโรคระบาด แม้ญี่ปุ่นจะพยายามพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวอินโดนีเซียในช่วงสงคราม แต่ก็มิได้ดีขึ้นนัก
นักชาตินิยมอินโดนีเซียต่างรู้ถึงปัญหานี้ดี ประกอบกับญี่ปุ่นกำลังเสียเปรียบอย่างมากในสงคราม จึงกดดันให้ญี่ปุ่นมอบเอกราช โดยรัฐบาลญี่ปุ่นก็ตกลงสัญญา แลกกับชาวอินโดนีเซียต้องให้ความร่วมมืออย่างสุดความสามารถในการต่อสู้กับศัตรูของญี่ปุ่น
กระนั้นก็ตาม ญี่ปุ่นก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามใน ค.ศ. 1945 อดีตชาติอาณานิคมทั้งอังกฤษและฮอลันดาต่างพยายามกลับเข้ามาปกครอง แต่ก็ไม่นานนัก เพราะ “กีฬาปันจักสีลัต” ที่ญี่ปุ่นเข้ามาสนับสนุน ได้จุดกระแสการตื่นตัวและเรื่องชาตินิยมในหมู่ชาวอินโดนีเซียไปแล้ว
รัฐบาลอินโดนีเซียได้จัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1948 ที่เมืองสุราการ์ตา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแสดงอธิปไตย พร้อมกันนั้นก็พยายามส่งนักกีฬาเข้าร่วมโอลิมปิก ซึ่งจะแสดงถึงชาติที่ได้รับการยอมรับในเอกราชอย่างสมบูรณ์
ช่วงนั้นแนวทางการส่งเสริมกีฬาของรัฐบาลอินโดนีเซีย คือการสร้างความรู้สึกชาตินิยม ด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องเกียรติภูมิและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาติ เป็นผลให้ชาวอินโดนีเซียรวมตัวเคลื่อนไหว จนสามารถเรียกร้องเอกราชได้สำเร็จใน ค.ศ. 1949
ดังนั้น กรณีของอินโดนีเซียในห้วงเวลาดังกล่าว กีฬาและการเมืองจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง
หลังจากสิ้นสุดสงครามการเรียกร้องเอกราช อินโดนีเซียก็ยังสนับสนุนกีฬาปันจักสีลัตให้เป็นกีฬานานาชาติ โดยร่วมมือกับสมาคมปันจักสีลัตทั้งในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน จนเกิดเป็นสมาคมปันจักสีลัตสากลขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1980 ด้วยจุดประสงค์เพื่อขยายอิทธิพลกีฬาในระดับภูมิภาคสู่ระดับสากล และจัดการแข่งขันปันจักสีลัตนานาชาติครั้งแรกที่กรุงจาการ์ตาเมื่อ ค.ศ. 1982 มีตัวแทนเข้าแข่งขันทั้งหมด 7 ประเทศ
นอกจากนี้ ปันจักสีลัตยังได้รับการบรรจุไว้ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ใน ค.ศ. 1987 สาธารณรัฐอินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการใช้กีฬาปันจักสีลัตสร้างชื่อเสียงให้กับตน และแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของกีฬาด้วยการคว้าเหรียญทองและตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขันปันจักสีลัต
ปัจจุบันสมาคมปันจักสีลัตสากลมีสมาชิกจาก 38 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชาติที่ส่งเสริมกีฬาพื้นเมืองของอินโดนีเซียในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา
กล่าวได้ว่า ญี่ปุ่นมีส่วนช่วยในการผลักดันอัตลักษณ์ของชาวอินโดนีเซีย ผ่านกีฬาปันจักสีลัต ที่ฝึกซ้อมทั้งร่างกายและจิตใจของผู้คน จนเป็นอานิสงส์ให้รัฐบาลอินโดนีเซียได้ใช้ในการต่อสู้และสร้างความมั่นคงสำหรับเอกราชในเวลาต่อมา
อ่านเพิ่มเติม :
- “Slap Kabaddi” กีฬาพื้นบ้านปากีสถาน ตบกันไม่ยั้งแค่ไหนก็ได้ แต่ห้ามต่อย!
- สืบประวัติกีฬา “ตะกร้อ” มาจากไหน เป็นของใคร หรือไทยแท้?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กษิดิศ วงษ์ลิขิตธรรม. (2558). รัฐกับนโยบายส่งเสริมกีฬาในหมู่เกาะอินโดนีเซียระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพาและสงครามต่อสู้เพื่อเอกราช ในช่วง ค.ศ. 1942-1949 [วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ.
ประวัติกีฬาปันจักสีลัต. (27 มกราคม 2559). เข้าถึงได้จาก สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย: http://www.pencaksilatthailand.com/History/Pencaksilat-History.html
What is Pencak Silat? A Brief Introduction. (n.d.). Retrieved from Oong Maryono Pencak Silat Award: http://oongmaryonopencaksilataward.org/who-we-are/what-is-pencak-silat
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มิถุนายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปันจักสีลัต” ศิลปะการต่อสู้ที่ช่วยสร้างชาติอินโดนีเซีย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com