โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปันจักสีลัต” ศิลปะการต่อสู้ที่ช่วยสร้างชาติอินโดนีเซีย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 03.59 น.
การแสดงปันจักสีลัตที่ปาเล็มบัง อินโดนีเซีย, 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ปันจักสีลัต กีฬาพื้นบ้านมลายู ช่วยสร้างชาติอินโดนีเซีย

ปัจจัยสำคัญในการเรียกร้องเอกราชหลังยุคล่าอาณานิคมของชาติต่าง ๆ มักจำต้องมีอัตลักษณ์ร่วม เพื่อแสดงถึงความเป็นชาติเดียวกัน คนกลุ่มเดียวกันปันจักสีลัต กีฬาพื้นบ้านมลายู ก็นับเป็นอัตลักษณ์หนึ่งที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเอกราชของอินโดนีเซีย

ในอดีต ศาสตร์การต่อสู้นับว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะสงครามและภัยอันตรายทั้งปวงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อาวุธพื้นฐานของมนุษย์ อย่างหมัด ศอก และเข่า จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นศิลปะการต่อสู้ประเภทต่างๆ อาทิ มวยไทย ศาสตร์การต่อสู้ของประเทศไทย อันเป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วโลก

ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของไทยอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็มีศาสตร์การต่อสู้ นามว่า “ปันจักสีลัต”ที่ขึ้นชื่อ และอันตรายไม่แพ้มวยไทย ได้พัฒนาขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และมีส่วนสำคัญเป็นกีฬาการเมือง ในกระบวนการเอกราชเอกราชอย่างสมบูรณ์ของสาธารณรัญอินโดนีเซีนในเวลาต่อมา

ที่มาของปันจักสีลัต

ปันจักสีลัตเป็นกีฬาพื้นเมืองในคาบสมุทรและหมู่เกาะมลายู รวมถึงทางตอนล่างของประเทศไทย และฟิลิปปินส์ ชื่อ “ปันจักสีลัต” เป็นคำที่รวมขึ้นมาจากรากภาษาในประเทศอินโดนีเซีย 2 คำ สื่อถึงความหมายว่า ศิลปะการป้องกันตัวเอง เป็นกีฬาที่เกิดขึ้นจากการผสานกันระหว่างศิลปะการต่อสู้ในหมู่เกาะมลายู

กีฬาปันจักสีลัตจะเน้นใช้มือเท้าเปล่า สะบัดลวดลายให้ดูสวยงาม ผสานเข้ากับองค์ประกอบทางศิลปะ รวมถึงลมหายใจให้ตระหนักรู้ถึงจิตวิญญาณ เคลื่อนไหวไปตามจังหวะ ทำให้ดูตื่นเต้นและน่าติดตาม

พร้อมกันนั้นก็สามารถใช้ต่อสู้ได้จริง เน้นกระตุ้นสัญชาตญาณของมนุษย์ในการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามและอันตรายทั้งปวง ทำให้ผู้เรียนรู้มักมีไหวพริบที่ดีและรวดเร็ว บางครั้งแม้จะเน้นการป้องกันตัว แต่ก็สามารถจู่โจมก่อนได้หากจำเป็น

ปันจักสีลัตยังมีส่วนร่วมในกระบวนการประกาศอิสรภาพของอินโดนีเซีย นับแต่ช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพาอีกด้วย

ญี่ปุ่นกับการฟื้นฟูปันจักสีลัต

ช่วงที่อินโดนีเซียตกอยู่ภายใต้ชาติล่าอาณานิคมตะวันตกอย่าง “ฮอลันดา”ปันจักสีลัตถูกจำกัดการขยายตัวไป เพื่อให้ประชากรออกห่างจากวัฒนธรรมพื้นถิ่น และง่ายต่อการควบคุม

เมื่อญี่ปุ่นเข้าปกครองอินโดนีเซียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในการจะลบล้างอิทธิพลของชาติตะวันตก ญี่ปุ่นจึงได้ผลักดันปันจักสีลัตขึ้นมาอีกครั้ง ให้เป็นกีฬาสำหรับสร้างสุขภาวะ และการเตรียมพร้อมร่างกาย สอดคล้องกับนโยบายปลุกระดมชาวพื้นเมือง เพื่อให้การช่วยเหลือญี่ปุ่นในการทำสงคราม

ญี่ปุ่นมองว่า การสนับสนุนปันจักสีลัตจะเป็นการสนับสนุนการแสดงออกของชาวอินโดนีเซียไม่ต่างจากศาสนาอิสลาม และภาษาอินโดนีเซีย พร้อมกันนั้นปันจักสีลัตก็เป็นกีฬาที่สื่อถึงจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี คล้ายคลึงกับคติ “บูชิโด” ของญี่ปุ่น ที่เน้นเรื่องจิตวิญญาณเช่นกัน

การสนับสนุนประกอบด้วยการชักชวนผ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารฉบับต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังแทรกไว้ในแบบเรียนของอินโดนีเซีย ตัวอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ “Tjahaja” ฉบับวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1943 รายงานว่า ทางการญี่ปุ่นมีคำสั่งให้โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยทุกแห่งในเมืองยอกยาการ์ตา เปิดการเรียนการสอนกีฬาปันจักสีลัต

ความพยายามของญี่ปุ่นดำเนินไปอีกขั้นในช่วงกลาง ค.ศ. 1943 รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามรวมโรงเรียนที่ฝึกสอนปันจักสีลัตเข้าด้วยกัน และจัดตั้งเป็นสมาคมปันจักสีลัตในแต่ละเมือง เพื่อให้มีความพร้อมในการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันและง่ายต่อการควบคุม สมาคมเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมกีฬา นับเป็นความพยายามของญี่ปุ่นที่ทำให้ผู้คนตระหนักและภาคภูมิใจในกีฬาพื้นเมืองของตน สร้างความรู้สึกร่วมในหมู่ชาวอินโดนีเซีย

ทว่าในขณะที่ทุกอย่างเหมือนกำลังเป็นไปได้ด้วยดี กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรก็เปิดการโจมตีโต้กลับอย่างเต็มอัตราศึก จนญี่ปุ่นเริ่มเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดใน ค.ศ. 1944

ปันจักสีลัตในฐานะอัตลักษณ์ของชาติ

อินโดนีเซียในเวลานั้นประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ทรุดตัว และโรคระบาด แม้ญี่ปุ่นจะพยายามพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวอินโดนีเซียในช่วงสงคราม แต่ก็มิได้ดีขึ้นนัก

นักชาตินิยมอินโดนีเซียต่างรู้ถึงปัญหานี้ดี ประกอบกับญี่ปุ่นกำลังเสียเปรียบอย่างมากในสงคราม จึงกดดันให้ญี่ปุ่นมอบเอกราช โดยรัฐบาลญี่ปุ่นก็ตกลงสัญญา แลกกับชาวอินโดนีเซียต้องให้ความร่วมมืออย่างสุดความสามารถในการต่อสู้กับศัตรูของญี่ปุ่น

กระนั้นก็ตาม ญี่ปุ่นก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามใน ค.ศ. 1945 อดีตชาติอาณานิคมทั้งอังกฤษและฮอลันดาต่างพยายามกลับเข้ามาปกครอง แต่ก็ไม่นานนัก เพราะ “กีฬาปันจักสีลัต” ที่ญี่ปุ่นเข้ามาสนับสนุน ได้จุดกระแสการตื่นตัวและเรื่องชาตินิยมในหมู่ชาวอินโดนีเซียไปแล้ว

รัฐบาลอินโดนีเซียได้จัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1948 ที่เมืองสุราการ์ตา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแสดงอธิปไตย พร้อมกันนั้นก็พยายามส่งนักกีฬาเข้าร่วมโอลิมปิก ซึ่งจะแสดงถึงชาติที่ได้รับการยอมรับในเอกราชอย่างสมบูรณ์

ช่วงนั้นแนวทางการส่งเสริมกีฬาของรัฐบาลอินโดนีเซีย คือการสร้างความรู้สึกชาตินิยม ด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องเกียรติภูมิและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาติ เป็นผลให้ชาวอินโดนีเซียรวมตัวเคลื่อนไหว จนสามารถเรียกร้องเอกราชได้สำเร็จใน ค.ศ. 1949

ดังนั้น กรณีของอินโดนีเซียในห้วงเวลาดังกล่าว กีฬาและการเมืองจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง

หลังจากสิ้นสุดสงครามการเรียกร้องเอกราช อินโดนีเซียก็ยังสนับสนุนกีฬาปันจักสีลัตให้เป็นกีฬานานาชาติ โดยร่วมมือกับสมาคมปันจักสีลัตทั้งในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน จนเกิดเป็นสมาคมปันจักสีลัตสากลขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1980 ด้วยจุดประสงค์เพื่อขยายอิทธิพลกีฬาในระดับภูมิภาคสู่ระดับสากล และจัดการแข่งขันปันจักสีลัตนานาชาติครั้งแรกที่กรุงจาการ์ตาเมื่อ ค.ศ. 1982 มีตัวแทนเข้าแข่งขันทั้งหมด 7 ประเทศ

นอกจากนี้ ปันจักสีลัตยังได้รับการบรรจุไว้ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ใน ค.ศ. 1987 สาธารณรัฐอินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการใช้กีฬาปันจักสีลัตสร้างชื่อเสียงให้กับตน และแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของกีฬาด้วยการคว้าเหรียญทองและตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขันปันจักสีลัต

ปัจจุบันสมาคมปันจักสีลัตสากลมีสมาชิกจาก 38 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชาติที่ส่งเสริมกีฬาพื้นเมืองของอินโดนีเซียในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา

กล่าวได้ว่า ญี่ปุ่นมีส่วนช่วยในการผลักดันอัตลักษณ์ของชาวอินโดนีเซีย ผ่านกีฬาปันจักสีลัต ที่ฝึกซ้อมทั้งร่างกายและจิตใจของผู้คน จนเป็นอานิสงส์ให้รัฐบาลอินโดนีเซียได้ใช้ในการต่อสู้และสร้างความมั่นคงสำหรับเอกราชในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กษิดิศ วงษ์ลิขิตธรรม. (2558). รัฐกับนโยบายส่งเสริมกีฬาในหมู่เกาะอินโดนีเซียระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพาและสงครามต่อสู้เพื่อเอกราช ในช่วง ค.ศ. 1942-1949 [วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ.

ประวัติกีฬาปันจักสีลัต. (27 มกราคม 2559). เข้าถึงได้จาก สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย: http://www.pencaksilatthailand.com/History/Pencaksilat-History.html

What is Pencak Silat? A Brief Introduction. (n.d.). Retrieved from Oong Maryono Pencak Silat Award: http://oongmaryonopencaksilataward.org/who-we-are/what-is-pencak-silat

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มิถุนายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปันจักสีลัต” ศิลปะการต่อสู้ที่ช่วยสร้างชาติอินโดนีเซีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...