โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ป.ป.ช. - ป.ป.ท. -บก.ปปป. ผนึกกำลังสอบเงินปริศนา 12 ล้านเมืองทองฯ

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.29 น.

ป.ป.ช. - ป.ป.ท. -บก.ปปป. ร่วมประชุม ปมเงินปริศนา 12 ล้านเมืองทองฯ ขยายผลเส้นทางการเงิน ทั้งนี้เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก

วันที่ 9 มิ.ย. 2568 ที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการ บก.ปปป. เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านการปราบปรามการทุจริตระดับชาติ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อหารือแนวทางการสอบสวนกรณีเงินสดจำนวน 12 ล้านบาท ซึ่งถูกพบในลังพลาสติกบริเวณจุดทิ้งขยะหน้าลิฟต์ ชั้น 4 อาคาร P2 คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา

การประชุมมีผู้แทนระดับสูงจากทั้งสามหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. และนางสาวอรณิช สุขบาล ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ท. โดยได้หารือแนวทางบูรณาการข้อมูลเพื่อเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาของเงินจำนวนดังกล่าว

พล.ต.ต.ประสงค์ เปิดเผยว่า แนวทางสอบสวนของ บก.ปปป. จะดำเนินไปพร้อมกับการสอบสวนของ สภ.ปากเกร็ด ซึ่งเป็นเจ้าของคดีในชั้นต้น โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบทางเทคนิค เช่น การติดตามเส้นทางการเงิน การเก็บตัวอย่าง DNA จากธนบัตร การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของนายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าของเงิน และดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาในสำนักงาน กสทช.

ด้านนายสุขสันต์ ระบุว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างรอผลสอบสวนเบื้องต้นจากตำรวจภูธรภาค 1 และ สภ.ปากเกร็ด ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบการพิจารณา หากพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการทันที

“หากเงินได้มาโดยสุจริต ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากพบว่าได้มาโดยมิชอบ ป.ป.ช. มีอำนาจตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อยกเว้น” นายสุขสันต์กล่าว พร้อมย้ำว่า แม้บุคคลนั้นจะดำรงตำแหน่งภายใน ป.ป.ช. เอง ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายเช่นกัน

สำหรับกระแสข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดเพิ่มเติมอีก 3 ล้านบาทในช่วงสองวันที่ผ่านมา นายสุขสันต์ระบุว่า อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของตำรวจภูธรภาค 1 โดยบทบาทของ ป.ป.ช. คือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านการเงิน และประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง

ทั้งนี้ หน่วยงาน “สามปอ” ได้แก่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ บก.ปปป. ได้ร่วมจัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามข้อมูลจากตำรวจภูธรภาค 1 และเตรียมลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเน้นว่า คดีนี้ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ครอบคลุม และรอบด้าน

เมื่อสอบถามถึงแนวโน้มว่าเงินสดที่พบอาจได้มาโดยสุจริตหรือไม่ นายสุขสันต์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด ต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนการตรวจสอบรายชื่อบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องนั้น นายสุขสันต์ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการจากตำรวจ ข้อมูลด้านสถานะบุคคลจะต้องได้รับการประสานตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันรวบรวมและตรวจสอบให้ครบถ้วน

นายสุขสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ก็จะเข้าข่ายความผิดทางอาญา และหากเป็นข้าราชการ ก็จะมีความผิดทางวินัยควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม หากไม่มีมูลความผิด ป.ป.ช. พร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยเปิดโอกาสให้ชี้แจงตามกระบวนการที่ถูกต้อง

“การตรวจสอบครั้งนี้อาจไม่จบแค่ตัวเลข 12 ล้านบาท เพราะเส้นทางการเงินมีความซับซ้อนและอาจเชื่อมโยงกับประเด็นอื่นอีกมาก จึงจำเป็นต้องทำงานแบบบูรณาการ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ทุกขั้นตอนตรวจสอบจะโปร่งใสและเป็นธรรม” นายสุขสันต์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...