โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากเจนีวาสู่ลอนดอน.. สงครามการค้าจีน-อเมริกาไม่จบลงง่าย ๆ

China Media Group

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.38 น.

จากเจนีวาสู่ลอนดอน.. สงครามการค้าจีน-อเมริกาไม่จบลงง่าย ๆ
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์

ทรัมป์ประกาศรายชื่อประเทศที่จะถูกสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าตั้งแต่เดือนมกราคม ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งเสียด้วยซ้ำ เขาชูแผ่นป้ายตารางภาษีที่จะเก็บเพิ่มอย่างบ้าระห่ำขึ้นมาอวดเกือบทุกวัน ในจำนวนนี้จีนเป็นประเทศที่ทรัมป์ตั้งภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 145% ฝ่ายจีนก็ตอบโต้ด้วยการขึ้นเป็น 125%

เบื้องหลังการงัดข้อกันระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่สำคัญมีอยู่ไม่กี่เรื่อง หนึ่งคืออเมริกาต้องการบีบจีนให้ส่งออกแร่ธาตุหายาก (rare earth) ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจการผลิตของอเมริกาเพิ่มมากขึ้น ทางฝ่ายจีนก็ขอแลกด้วยการให้อเมริกาส่งออกชิป (chips) ที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูงให้กับจีน รวมถึงการตั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับการออกวีซ่าให้นักศึกษาจีนด้วย

จีนทำให้ทรัมป์ผิดหวังด้วยการเฉยเมยไม่ส่งผู้แทนไปเจรจากับทรัมป์โดยตรง แต่กลับขอให้ทั้งสองฝ่ายส่งผู้แทนไปเจรจากันก่อนที่ประเทศที่ 3 ซึ่งเป็นที่มาของการเจรจารอบแรกที่กรุงเจนีวาเมื่อวันที่ 10-11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภายหลังการเจรจา วันที่ 5 มิถุนายนสีจิ้นผิงจึงได้ต่อโทรศัพท์ถึงทรัมป์โดยตรง การพูดคุยกันครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่ามีข้อสรุปในเชิงบวก และต่างสัญญาว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงทั้งที่เจนีวาและการพูดคุยทางโทรศัพท์สายตรงที่เพิ่งผ่านไป

แต่หลังจากการเจรจาผ่านไปไม่นาน ก็เกิดการโจมตีกันอย่างรุนแรงทั้งเรื่องสารกึ่งตัวนำที่ใช้สำหรับให้พลังแก่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปัญหาวีซ่าของนักศึกษาจีนในอเมริกา และเรื่องแร่ธาตุหายากที่จีนไม่ยอมปล่อยมือเต็มที่ โดยกำหนดให้มีแร่ธาตุ 7 ชนิดที่ผู้ผลิตต้องขอใบอนุญาตส่งออกภายในเดือนเมษายน ส่งผลให้วงการอุตสาหกรรมเกิดความปั่นป่วนเกรงว่าจะขาดวัตถุดิบในการผลิต โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์จากทั่วโลก เป็นผลให้ราคาหุ้นของผู้ผลิตหลายรายร่วงลงอย่างหนัก เช่นเดียวกับความนิยมของทรัมป์ก็ดิ่งลงต่ำสุดเช่นกัน เพราะประชาชนเริ่มเกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอย เกิดการกักตุนสินค้า ขณะที่ราคาสินค้าก็พุ่งขึ้นรับกับความต้องการของตลาดเช่นกัน

ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างมีความรู้สึกว่าจะต้องผ่าทางตัน แต่ยังยึกยักกันอยู่ว่าใครจะเริ่มก่อนโดยไม่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายแพ้ และแล้ววันที่ 9 มิถุนายน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนก็ประกาศว่า จะมีการเจรจารอบใหม่อีกครั้งตามคำขอของสหรัฐฯ “จีนตอบรับเพราะเห็นถึงความเดือดร้อนของภาคธุรกิจและผู้บริโภคในอเมริกา” ทางฝ่ายทรัมป์ก็อ้างว่า “จีนต้องการให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ เพราะเศรษฐกิจจีนกำลังพังทลาย สหรัฐฯไม่ได้เป็นฝ่ายเสนอให้เปิดการเจรจารอบใหม่ขึ้นก่อน”

แต่ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องกำแพงภาษีกำลังส่งผลกระทบต่อประเทศทั้ง 2 ผลผลิตจากโรงงานในจีนลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2023 กิจกรรมภาคบริการก็ลดลงต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ผู้สื่อข่าว BBC กล่าวว่า “ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ที่จะแก้ปัญหาได้ด้วยการปฏิบัติ (Practicalism) ตกลงกันว่าจะเจรจากันใหม่อีกรอบเร็ว ๆ นี้”

การเจรจาครั้งที่ 2 เกิดขึ้นที่กรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ท่ามกลางแสงสปอตไลท์จากทั่วโลก ทุกคนต่างมีความเห็นว่า “ผลการของเจรจาครั้งนี้สำคัญมาก ไม่มีใครอยากจะหวนกลับไปสู่การเผชิญหน้ากันของ 2 มหาอำนาจเหมือนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผลการเจรจาที่ลอนดอนจะมีผลอย่างไร ไม่เพียงแต่เกี่ยวพันโดยตรงกับการแก้ไขความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ แต่จะยังความเบาอกเบาใจและสบายใจให้กับประชาชนทั่วโลกด้วย”

แต่…อนิจจังอนิจจา.. สมมุติว่าสุดท้ายทรัมป์จะแก้ปัญหาเรื่องภาษีและการส่งออกสินค้ากับจีนที่ต่างฝ่ายต่างต้องการได้ในระดับใดระดับหนึ่งก็ตาม ซึ่งจะว่าไปก็เหมือนกับได้ดับไฟ “ศึกภายนอก” ลงได้บ้าง แต่ด้วยนิสัยที่เอาแต่ได้ฝ่ายเดียวของทรัมป์ ประกาศหาเสียงตั้งแต่ตอนเลือกตั้งด้วยความโอหังว่า ทุกอย่างต้อง “America First” ทรัมป์จึงเป็นผู้จุดไฟให้เกิด “ศึกภายใน” เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการสาดโคลนใส่กัน ด่ากันตรง ๆ ชนิดไม่มีเผาผีกันกับ “อีลอน มัสก์” มหาเศรษฐีเพื่อนคู่หูที่เคยช่วยเหลือเขาในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และอีกเรื่องคือความไม่พอใจของประชาชนต้องการขับไล่ทรัมป์ให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อหลายเดือนก่อนก็ออกมาเดินขบวนขับไล่เขาที่ตั้งกำแพงภาษีสุดโหด ทำให้เศรษฐกิจปั่นป่วน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และท้ายสุดเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ชาวอเมริกันเกือบทั่วประเทศพากันออกมาเดินขบวนต่อต้านโยบายกวาดล้างผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายของทรัมป์ ทรัมป์ต้องประกาศเคอร์ฟิวที่ลอสแองเจลิส ส่งทหาร 2000 นายไปควบคุมสถานการณ์ ขณะที่การเดินขบวนต่อต้านทรัมป์ก็ยังลุกลามต่อไปอีกหลายเมือง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...