นักลงทุนเร่งเสริมเกราะป้องกัน หวั่นซ้ำรอย “ตลาดปั่นป่วนเดือนสิงหาคม” อีกครั้ง
นักลงทุนทั่วโลกเร่งเพิ่มเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง หวั่นซ้ำรอย ตลาดปั่นป่วนเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลราคาน้ำมันผันผวน ข้อตกลงการค้าสหรัฐ-ยุโรปไร้ข้อสรุป และแรงกดดันจากนโยบายของทรัมป์
วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 11.10 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนรายใหญ่กำลังเตรียมรับมือกับช่วงเดือนที่ตลาดซื้อขายเบาบางตามปกติ ด้วยความระมัดระวังมากกว่าที่เคย เนื่องจากความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่ผันผวนหรือแรงกระแทกใหม่จากสงครามภาษี อาจทำลายบรรยากาศตลาดที่ดูนิ่งสงบ และจุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยการเทขายหนักในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
นักลงทุนจำนวนมากยังคงหวั่นไหวกับความทรงจำจากปีที่ผ่านมา เมื่อความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ฉุดตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำให้เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในราคาสินทรัพย์ทั่วโลก โดยขณะนี้ทั้งหุ้น พันธบัตร และค่าเงิน ยังคงเปราะบางต่อสถานการณ์หยุดยิงที่เปราะบางระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ราคาน้ำมันที่เหวี่ยงขึ้นลง และความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า
ผู้จัดการกองทุนหลายแห่งระบุว่าพวกเขาเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน ท่ามกลางความกังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนว่าจีนและยุโรปจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐได้หรือไม่ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม
ซาเวียร์ บาราตง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนระดับโลกของ HSBC Asset Management กล่าวว่า “ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตลาดจะไม่ได้รับข่าวดีอย่างที่ราคาสินทรัพย์สะท้อนอยู่ตอนนี้” โดยเขาได้ซื้อสัญญา Put Option เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากราคาหุ้นร่วง
ด้านผู้บริหารการลงทุนของ Goldman Sachs แนะนำให้ลูกค้าเพิ่มกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากแรงเทขาย ทั้งผ่านเครื่องมือด้านความผันผวน อัตราดอกเบี้ย และกลยุทธ์เกาะแนวโน้มตลาด
ฤดูร้อนอันโหดร้าย (Cruel Summer)
เส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคมสำหรับข้อตกลงภาษีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปใกล้เข้ามา แต่จนถึงตอนนี้ยังมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ความกังวลเพิ่มขึ้นว่าตลาดจะเพิกเฉยต่อความเสี่ยงจากสงครามการค้าได้นานแค่ไหน
คริส เจฟฟรีย์ หัวหน้ากลยุทธ์พอร์ตหลายสินทรัพย์ของ LGIM ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ กล่าวกับรอยเตอร์ว่า “ถ้ายังมีท่าทีเฉยชาต่อความเสี่ยงนี้ต่อไป การมองหาวิธีป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ในเดือนกรกฎาคมจะยิ่งน่าสนใจมากขึ้น”
ตลาดหุ้นโลกปรับขึ้น 7% ตั้งแต่ต้นปี และในสัปดาห์นี้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีความผันผวน VIX ของตลาด S&P 500 อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 18 ลดลงจากระดับ 52 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามสัญญาล่วงหน้าดัชนี VIX ระยะ 1 เดือน ซึ่งครอบคลุมช่วงวันที่ 9 กรกฎาคม มีราคาสูงกว่าดัชนี VIX ปัจจุบันประมาณ 1.5 จุด ซึ่งสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนว่าบรรยากาศตลาดอาจเปลี่ยนเป็นลบ
บาราตงจาก HSBC ยังเสริมว่าความไม่แน่นอนจากทรัมป์ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อตลาดโดยรวม “ดูเหมือนตลาดจะลืมสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ขู่จะทำทั้งหมดไปแล้ว”
ขณะเดียวกันผู้นำพรรครีพับลิกันกำลังเร่งผลักดันร่างกฎหมาย"One Big Beautiful Bill Act" ที่ทรัมป์ผลักดัน ซึ่งอาจเพิ่มหนี้สาธารณะสหรัฐอีกหลายล้านล้านดอลลาร์ ให้ผ่านสภาคองเกรสก่อนวันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม
ตลาดและระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกัน (OK COMPUTER)
บรรยากาศตลาดที่ดูนิ่งสงบในบางช่วง อาจเป็นผลจากระบบเทรดอัตโนมัติที่มีพฤติกรรมซื้อหุ้นเมื่อดัชนี VIX ลดลง และขายเมื่อ VIX เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงว่าอยู่เบื้องหลังการเทขายหนักในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
เทรเวอร์ กรีแธม หัวหน้ากลยุทธ์พอร์ตหลายสินทรัพย์ของ Royal London Asset Management ระบุว่าระบบเทรดอัตโนมัติของบริษัทที่ควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวน กำลังส่งสัญญาณให้ซื้อหุ้น แต่ผู้จัดการกองทุนเลือกที่จะขายหุ้นบางส่วนแทน เพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ต
ขณะที่ ไซมอน ดังกูร์ หุ้นส่วนของ Goldman Sachs Asset Management เตือนว่าหากเกิดช็อกในตลาดน้ำมัน อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และทำลายสมมติฐานที่ว่าสกุลเงินดอลลาร์อยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า
“หากตลาดน้ำมันเกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ นั่นคือสถานการณ์ที่อาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในภาวะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง” ดังกูร์กล่าว
แม้ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงบ้าง แต่ความเสี่ยงจากภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดกั้น ยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดจับตา
ราคาน้ำมันในเดือนมิถุนายนผันผวนระหว่าง 81 ถึง 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้เดือนนี้กลายเป็นหนึ่งในเดือนที่ราคาน้ำมันผันผวนที่สุดในรอบ 15 ปี โดยดัชนีความผันผวนของราคาน้ำมัน (OVX) อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2565
อ้างอิง : www.reuters.com