โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัมป์ส่งซิก สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนแซงก์ชันน้ำมันอิหร่าน หวังช่วยฟื้นฟูประเทศ

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 09.52 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเมื่อวันพุธ (25 มิ.ย.) ว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันต่ออิหร่าน เพื่อเปิดทางให้อิหร่านสามารถนำเงินไปใช้ฟื้นฟูประเทศได้ แม้จะยืนยันว่ายังคงดำเนินนโยบายกดดันขั้นสูงสุดต่อไปก็ตาม

"พวกเขา (อิหร่าน) จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อฟื้นฟูประเทศให้กลับมาดีดังเดิม และเราก็อยากเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น" ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต (NATO Summit) เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร

ท่าทีล่าสุดนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่า จีนสามารถซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไปได้หลังการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน แต่ทำเนียบขาวได้ออกมาชี้แจงในภายหลังว่า คำกล่าวดังกล่าวยังไม่ได้หมายถึงการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลางของทรัมป์ อธิบายกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า คำกล่าวของทรัมป์ที่เกี่ยวกับจีนนั้น "เป็นสัญญาณส่งไปถึงจีนว่าเราต้องการทำงานร่วมกับคุณ เราไม่ได้สนใจที่จะทำร้ายเศรษฐกิจของคุณ" พร้อมเสริมว่า "เราสนใจที่จะทำงานร่วมกับพวกคุณอย่างเป็นหนึ่งเดียว และหวังว่านี่จะเป็นสัญญาณที่ส่งไปถึงชาวอิหร่านเช่นกัน"

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านและคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ มาโดยตลอด

สำหรับมาตรการกดดันของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เคยประกาศใช้การคว่ำบาตรหลายระลอกต่อโรงกลั่นอิสระของจีนหลายแห่งที่รู้จักกันในชื่อ "โรงกลั่นกาน้ำชา" (teapot refineries) รวมถึงผู้ประกอบการท่าเรือต่าง ๆ โทษฐานที่ทำการซื้อขายน้ำมันจากอิหร่าน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...