โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รัฐบาลดัน Entertainment Complex ให้เสร็จใน 2 ปี ปักธงอันดับ 3 ของโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 11.00 น.

จุลพันธ์ ลุยดัน Entertainment Complex ปั้นไทยศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมเดินหน้าดันกฎหมายทำให้แล้วเสร็จใน 2 ปี ดึงลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาทต่อโครงการ ดันจีดีพี 0.8% ชี้หากเกิดขึ้นจะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว THAILAND ENTERTAINMENT COMPLEX มหานครแห่งประสบการณ์ระดับโลกเพื่อคนไทยทุกคน นำเสนอรายละเอียด “ENTERTAINMENT COMPLEX” ว่าประเทศไทยต้องการเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะเป็นเครื่องมือสําคัญในการต่อกรกับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ Geopolitics และเศรษฐกิจในระดับโลก ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้น

โดยนโยบายที่สําคัญที่รัฐบาลให้ความสําคัญมาโดยตลอด ก็คือภาคการท่องเที่ยวในหลาย ๆ ประเทศในโลกเริ่มที่จะแข่งขันกันในการสร้างสิ่งที่เรียกว่าเป็น Manage tourism destination ซึ่งเป็นการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อที่จะมาพัฒนาสร้าง Content กลไกในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศของตน

“ประเทศไทยเราวันนี้ต้องการจุดเปลี่ยนที่สําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในการสร้างแรงดึงดูดใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้เข้ามายังประเทศไทยให้มากขึ้น โดยแนวคิด Entertainment Complex ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นโมเดลสําคัญในการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวในการ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอยู่ในระดับที่มีความเหมาะสม” รมช.คลัง กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกับนักลงทุนต่างชาติจากสหรัฐอเมริกา ต่างมีความสนใจที่จะร่วมลงทุน ดังนั้นจึงจำเป็ที่ประเทศไทยต้องมีกฎกติกา การควบคุมกำกับดูแลที่ชัดเจนและเข้มงวดในระดับมาตรฐานสากล เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ซึ่งมีกฎระเบียบที่รัดกุม

สำหรับเรื่องระยะเวลา ยืนยันไม่ได้เร่งรัดกระบวนการออกกฎหมาย แต่จะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อให้กฎหมายมีความพร้อมมากที่สุด โดยขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาวาระ 1 ในสมัยประชุมที่จะเปิดในช่วงเดือน ก.ค. 68 ซึ่งไม่ใช่อำนาจของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อกฎหมายผ่านความเห็นชอบแล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติตามที่กฎหมายกำหนด

รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในหลายมิติ ในส่วนของขั้นตอนการศึกษาและจัดทำรายละเอียดเพื่อออก TOR คาดว่าจะใช้เวลาหลายปี โดยมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันกฎหมายได้สำเร็จใน 2 ปี แต่เนื่องจากอายุของสภาฯ มีจำกัดหากไม่สามารถผลักดันกฎหมายให้แล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ อาจต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

“กระบวนการคัดเลือกเอกชนต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ราบรื่น และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อร่าง พ.ร.บ.ผ่านแล้ว จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในหลากหลายมิติ” นายจุลพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจำกัดคนไทยที่จะเข้าใช้บริการกาสิโนในโครงการ จะต้องมีบัญชีเงินฝากไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ผ่านความเห็นชอบจากหลายหน่วยงานแล้ว เพื่อให้เฉพาะผู้ที่มีศักยภาพทางการเงินเท่านั้นสามารถเข้าใช้บริการได้

สำหรับการยื่นประมูล จะเปิดให้ภาคเอกชนจัดตั้งกิจการร่วมค้า (Consortium) และยื่นข้อเสนอประมูลเพียงรายเดียว หากดำเนินการได้ตามแผน คาดว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประเทศผู้นำด้าน Entertainment Complex ของโลก โดยอันดับ 1 สหรัฐอเมริกา อันดับ 2 มาเก๊า

รัฐบาลมีแนวทางกำหนดพื้นที่ก่อสร้าง Entertainment Complex โดยไม่เปิดให้เอกชนแข่งขันกันเสนอที่ดินเอง เนื่องจากหากแข่งขันกันด้านโลเคชัน อาจเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ และไม่สามารถวัดคุณภาพของโครงการได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น หากรัฐบาลเป็นผู้จัดสรรพื้นที่ แล้วให้เอกชนแข่งขันกันด้วยคุณภาพของโครงการที่เสนอมา จะทำให้เกิดความเป็นธรรมมากกว่า โดยเบื้องต้นได้วางกรอบการลงทุนไว้ที่ 100,000 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะต้องหารือเพิ่มเติมในขั้นตอนของกรรมาธิการ

ด้าน นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องเดินหน้าโครงการนี้ เพื่อพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย ให้รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่เน้นปริมาณ จากสถิตินักท่องเที่ยวตลอด 15 ปีที่ผ่านมา แม้ประเทศไทยติดอันดับต้น ๆ ของโลกมาโดยตลอด และฟื้นกลับมาติด Top 10 ในปี 2023-2024 แต่รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวกลับไม่เติบโตตาม นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “กับดักการท่องเที่ยวไทย” จึงถึงเวลาที่ต้องสร้างโอกาสใหม่ ด้วยการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

รัฐบาลกำลังวางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวใหม่แบบไม่ขึ้นกับฤดูกาล (No Low Season) เช่น การดึงอีเวนต์ระดับโลกอย่าง F1, มหาสงกรานต์ Splash, VNL วอลเลย์บอลหญิง, และการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า เช่น THACCA, Health & Wellness, รวมถึง “Man-Made Destination” เช่น Cruise Terminal, ภูกระดึงเช้าเดียวเที่ยวได้ และ Entertainment Complex

นายศึกษิษฏ์กล่าวว่า Entertainment Complex ไม่ใช่แค่โซนบันเทิง แต่คือเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน และรายได้ให้ประเทศทั้งปี ประกอบด้วยสวนสนุก พิพิธภัณฑ์ สเตเดียมอเนกประสงค์ โรงแรม ศูนย์สตาร์ทอัพ คอนเสิร์ตฮอลล์ ร้านอาหารระดับโลก ท่าจอดเรือ กาสิโน (ควบคุมเข้ม) ฯลฯ

สำหรับตลาด Entertainment Complex ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 54 ล้านล้านบาท/ปี ตัวอย่างเช่น เวียดนามมีรายได้จากสถานบันเทิงครบวงจรปีละ 1.8 แสนล้านบาท, เกาหลีใต้ 3.2 แสนล้านบาท, สิงคโปร์ 4.3 แสนล้านบาท ที่สำคัญ โครงการนี้ไม่ใช้เงินภาษีของประชาชน แต่เป็นการลงทุนของภาคเอกชน โดยรัฐจะได้ประโยชน์จากรายได้ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เช่น รายจ่ายต่อหัวเพิ่มราว 22,300 บาท/คน/ทริป นักท่องเที่ยวเพิ่ม 5–20% ต่อปี โดยเฉพาะช่วง Low Season ที่จะเพิ่มถึง 13%

นอกจากนี้ ยังสร้างรายได้ให้รัฐประมาณ 12,037-39,427 ล้านบาทต่อปี รายได้ภาษีจากกิจการอื่นๆ 8,773-35,093 ล้านบาทต่อปี รายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้ากาสิโนขั้นต่ำ 3,700 ล้านบาทต่อปี รายได้จากกิจการกาสิโน เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ภาษีการเล่นพนัน ขั้นต่ำ 3,264 ล้านบาทต่อปี ดันจีดีพีโต 0.8% หลังเปิดให้บริการ

สำหรับโมลเมลที่รัฐบาลได้ศึกษา 3 โมเดลในการตั้ง Entertainment Complex โดยเลือกโมเดลที่ 3 ซึ่งยึดรูปแบบจากสิงคโปร์ ที่ตั้งอยู่ใกล้ระบบคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงสุด ซึ่งสามารถขับเคลื่อน GDP ได้ถึง 2% ต่อปี สร้างรายได้เกือบ 2 แสนล้านบาท และจ้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง

ทั้งนี้ ยืนยันว่ากาสิโนในโครงการนี้ไม่ใช่การพนันออนไลน์ แต่เป็นแบบ “แลนด์เบส” (land-based) ที่มีการควบคุมเข้มงวดตามกฎหมาย ห้ามโฆษณา ห้ามประชาสัมพันธ์ และไม่เปิดให้ทุกคนเข้าได้ โดยกำหนดมาตรการคัดกรอง 3 ขั้นตอน ได้แก่

  • ห้ามตนเองเข้า
  • ห้ามโดยสมาชิกในครอบครัว
  • รัฐสามารถแบนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีประวัติอาชญากรรม

ขณะเดียวกัน พนักงานกาสิโนจะต้องผ่านการอบรมเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อย และผู้ติดพนัน พร้อมยืนยันว่ากลไกป้องกันการฟอกเงินจะเข้มงวดกว่าธุรกิจอื่น เช่น อสังหาริมทรัพย์หรือจิวเวลรี่ และรายได้จากกาสิโนจะถูกนำไปใช้เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสังคม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐบาลดัน Entertainment Complex ให้เสร็จใน 2 ปี ปักธงอันดับ 3 ของโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...