โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมชลฯ ผนึก หน่วยงานพื้นที่ลุ่มน้ำยม–น่าน เดินหน้าควบคุมจราจรน้ำ ลดผลกระทบประชาชน

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 13.37 น. • The Bangkok Insight

กรมชลฯ ผนึกกำลังหน่วยงานพื้นที่ลุ่มน้ำยม–น่าน เดินหน้าควบคุมจราจรน้ำต่อเนื่อง ลดผลกระทบประชาชน

วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสมจิตฐิพงศ์ อำนาจศาล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบ 4 จุดยุทธศาสตร์ในจังหวัดพิษณุโลก และพิจิตร เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมตอนล่างอย่างมีประสิทธิภาพ

กรมชลฯ

การลงพื้นที่เริ่มต้นที่ฝายบางบ้า ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยที่ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่านางงามแล้ว เป็นอาคารที่ทดน้ำในลำน้ำยมให้สูงขึ้นเพื่อการเพาะปลูกสองฝั่งแม่น้ำยมเหนืออาคาร พบว่าปัจจุบันฝายบางบ้ามีผลกระทบกับการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก เห็นสมควรรื้อถอนอาคารออก ซึ่งอยู่ด้านท้ายประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ

กรมชลฯ

ก่อนเดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำ DR.2.8 อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จุดยุทธศาสตร์สำคัญในการระบายน้ำจากส่วนเกินในแม่น้ำยมสู่ลำน้ำน่าน ก่อนเข้าสู่เจ้าพระยาตอนล่าง

โดยในจุดนี้ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมเจ้าหน้าที่จากสทนช. ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและบูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำร่วมกับกรมชลประทาน

กรมชลฯ

จากนั้นตรวจสอบประตูระบายน้ำบางแก้ว จุดสำคัญในการควบคุมระดับน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตรและรองรับการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ในทุ่งบางระกำ ก่อนปิดท้ายที่ประตูระบายน้ำท่าแห อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ช่วงปลายน้ำของลุ่มน้ำยม เชื่อมต่อกับระบบชลประทานสายใหญ่ ช่วยลดแรงดันน้ำและบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง

กรมชลฯ

นายสุริยพลกล่าวว่า กรมชลประทานให้ความสำคัญอย่างสูงกับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยม–น่าน โดยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ปรับการระบายน้ำผ่านจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน และร่วมมือกับทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมกันนี้ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านการรับมือระบายน้ำ และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้โครงสร้างชลประทานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็ว

กรมชลฯ

ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ณ จังหวัดสุโขทัย เพื่อควบคุม “จราจรน้ำ” จากภาคเหนือก่อนเข้าสู่เจ้าพระยา พร้อมประสานความร่วมมือกับ กฟผ. ในการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ในช่วงวันที่ 26–30 กรกฎาคม ลงเหลือ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำยมและลดผลกระทบในพื้นที่ตอนล่าง

ในด้านการเตรียมพื้นที่รับน้ำ กรมชลประทานได้วางแผนใช้ “ทุ่งบางระกำ” เป็นพื้นที่หน่วงน้ำธรรมชาติ รองรับได้มากถึง 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะพร้อมใช้งานเต็มที่ภายหลังการเก็บเกี่ยวในช่วงกลางเดือนสิงหาคม

หน่วยงานในพื้นที่ยังคงเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการเฝ้าระวังระดับน้ำในจุดสำคัญแบบรายวัน และพร้อมปรับแผนรับมือหากปริมาณฝนในภาคเหนือตอนบนเพิ่มขึ้นอีกในระยะถัดไป

กรมชลฯ

กรมชลประทานขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ติดตามข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าจะบริหารจัดการสถานการณ์ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งในด้านพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชน และเศรษฐกิจ

กรมชลฯ
กรมชลฯ
กรมชลฯ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...