โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AUCT รายงานผลประกอบการ Q1 ปี 68 มีรายได้รวม 266.39 ล้าน

Wealthy Thai

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 03.49 น.

บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCTรายงานผลการดำเนินธุรกิจประจำไตรมาส 1 ปี 2568 มีรายได้จากการให้บริการเท่ากับ 263.72 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจำนวน 54.73 ล้านบาทยืนยันแม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงลดลง แต่จำนวนรถยนต์จดทะเบียนสะสมที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นถึงทิศทางปริมาณรถที่จะหมุนเวียนไหลเข้าสู่ธุรกิจประมูล
นายวรัญญู ศิลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ (AUCT) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการในไตรมาส 1/2568 เท่ากับ 263.72 ล้านบาท ลดลง 79.10 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 23.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการประมูลเท่ากับ 221.26 ล้านบาท ลดลง 68.56 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 23.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 49.64 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
ส่วนรายได้ค่าขนย้ายและบริการเสริมในไตรมาส 1/2568เท่ากับ 42.46ล้านบาท ลดลง 10.54 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 4.19ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการชะลอตัวของจำนวนรถที่เข้าสู่ลานประมูลและจำนวนรถจบประมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 4/2567
สำหรับต้นทุนบริการไตรมาส 1/2568เท่ากับ 146.57 ล้านบาท ลดลง 1.52 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 27.25 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้ ต้นทุนบริการส่วนใหญ่เป็นต้นทุนเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย และค่าเสื่อมราคาสิทธิ การใช้ที่ดินตามสัญญาเช่า
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2568จำนวน 54.73 ล้านบาท ลดลง 65.03 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 20.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามปริมาณรถจบประมูลที่ชะลอลง
นายสุธี สมาธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มของธุรกิจว่า จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การขยายเวลาของมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” การแจกเงินหมื่นของภาครัฐเฟส 2 และเฟส 3รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยเพิ่มขึ้นจากการขยายเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยว ตลอดจนราคาน้ำมันในประเทศที่ลดลง ปัจจัยบวกเหล่านี้มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค แต่ยังมีแรงอ่อน ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงลดลงต่อเนื่อง จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายสงครามการค้าและเหตุการณ์แผ่นดินไหว รวมถึงผู้บริโภคยังรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าและค่าครองชีพสูง
ทั้งนี้ ทิศทางการชะลอตัวของยอดจัดสินเชื่อรถยนต์ใหม่จากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ใหม่ไตรมาส 1/2568ที่ลดลงร้อยละ 6.5เมื่อเทียบไตรมาส 1/2567(YoY) ในขณะที่หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง และสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นประกันยังคงขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงภาพรวมของชิ้นส่วน REM หรือชิ้นส่วนอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรถยนต์ มีการขยายตัวตามปริมาณรถยนต์จดทะเบียนสะสมที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงทิศทางปริมาณรถที่จะหมุนเวียนไหลเข้าสู่ธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณภาพหนี้ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)และสัดส่วนหนี้ค้างชำระ Stage 2 แต่การขยายเวลาโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการชะลอตัวของรถที่จะไหลเข้าสู่ธุรกิจประมูล ซึ่งบริษัท ฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งแผนเพิ่มคู่ค้าทางธุรกิจทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...