โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Finnomena Monthly Investment Outlook กลยุทธ์การลงทุนเดือนพฤษภาคม 2025: “Reiterate Buy as Trade Tensions Ease" ย้ำจุดยืนสะสมต่อเนื่อง สงครามการค้ามีท่าทีผ่อนคลาย

Finnomena

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 01.32 น. • Finnomena Funds

สรุปกลยุทธ์การลงทุนประจำเดือน Finnomena Funds แนะนำ Reiterate Buy เข้าสะสมในสินทรัพย์ที่มีโอกาสฟื้นตัวจากสัญญาณ Trade War ที่มีท่าทีผ่อนคลายสู่ Trade Deal โดยให้น้ำหนัก Positive ต่อหุ้นอินเดีย พร้อมอัปเกรดหุ้นเกาหลีใต้เป็น Slightly Positive

Executive Summary

มุมมองการลงทุนโดยรวม

  • Finnomena Funds คงมุมมองแนะนำเข้าซื้อต่อเนื่อง “Reiterate Buy” จากสัญญาณสงครามการค้าที่มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น

ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา

  • คงมุมมองหุ้นสหรัฐฯ เป็น Slightly Positive หลังตลาดตอบรับเชิงลบต่อนโยบาย Tariff ของ Trump มากเกินไป โดยเรายังคงมองว่า Trump ใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อ “Make Deals” และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่เข้าสู่ Recession แม้จะมีการชะลอตัวในบางส่วน
  • ด้านเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่น่ากังวล เนื่องจากเงินเฟ้อค่าเช่ายังคงลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ประมาณการกำไรตลาดหุ้นเริ่มเห็นการปรับลดของหุ้นขนาดเล็กที่มากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ หลังเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าที่คาด
  • แนะนำลงทุนในหุ้นคุณภาพขนาดใหญ่ รวมไปถึงกองทุนหุ้นเทคโนโลยีที่สัดส่วนหลักอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่คุณภาพในสหรัฐฯ อย่างกองทุน B-INNOTECH

ตลาดหุ้นยุโรป

  • คงมุมมองต่อตลาดหุ้นยุโรปเป็น Slightly Positive แนะนำทยอยสะสม ผ่านกองทุน ONE-EUROEQ
  • มองว่าเศรษฐกิจยุโรปได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว
  • ปัจจัยกดดันสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน, ภาวะเงินเฟ้อ และนโยบายภาษีของทรัมป์ ได้ถูกสะท้อนอยู่ในตัวเลขเศรษฐกิจและดัชนีตลาดแล้ว
  • ในระยะข้างหน้า ยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากการปฏิรูปกฎระเบียบด้านการกู้ยืม (debt break) ของเยอรมนี ประกอบกับการที่หลายประเทศกลับมามีงบดุลที่แข็งแกร่งมากขึ้น อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของ ECB ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
  • อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเจอแรงกดดันเล็กน้อยจากมาตราการกำแพงภาษีของ Trump

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

  • คงมุมมองหุ้นญี่ปุ่นเป็น Neutral เน้น Selective Buy ด้วยกลยุทธ์ Stock Selection ผ่านกองทุน ASP-NGF หรือลงทุนผ่านกลยุทธ์ DR หุ้นนอกคุณภาพสูง Definit Global Select
  • แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีโอกาสใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นในอนาคต จากสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีโอกาสแคบลงและเงินเยนแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นญุี่ปุ่น
  • แต่ทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังฟื้นตัวได้ดีจากนักท่องเที่ยว และดัชนีการผลิตที่ปรับตัวดีขึ้น
  • ฝั่งประมาณการกำไรของตลาดหุ้นถูกปรับลงเล็กน้อย หลังสหรัฐฯ ประกาศ Reciprocal Tariff ขณะที่ Valuation สมเหตุสมผล Sentiment ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับข่าวดีจาก Warren Buffet ซื้อหุ้นและการซื้อหุ้นคืนยังเป็นปัจจัยกระตุ้นต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ตลาดหุ้นจีน

  • คงมุมมอง Slightly Positive ต่อหุ้นจีน H-shares และคงมุมมอง Neutral ต่อหุ้นจีน A-shares โดยแนะนำทยอยสะสมกองทุน MEGA10CHINA-A
  • เศรษฐิจจีนในไตรมาส 1 ปี 2025 เร่งตัวขึ้นจากภาคการบริโภคในประเทศ และการส่งออกที่ดีขึ้นเนื่องจากการเร่งการซื้อสินค้าของประเทศคู่ค้าก่อนมาตรการ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ขณะที่ภาครัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบของ Reciprocal Tariff และพร้อมใช้มาตรการกระตุ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
  • แต่ปัญหาด้านอสังหาฯ ในประเทศยังใช้เวลากว่าจะฟื้นตัว ทว่าผลกระทบเริ่มอยู่ในระดับจำกัด โดยรัฐบาลทำได้แค่รักษาสเถียรภาพของราคาบ้าน
  • ประมาณการกำไรหุ้น H-shares ยังแข็งแกร่งกว่าหุ้น A-shares เนื่องจากมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวด้าน AI และได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นบริโภค
  • ด้าน Valuation หุ้นจีน H-shares แพงกว่าอดีต เพราะมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีที่มากขึ้น ขณะที่การเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม

ตลาดหุ้นอินเดีย

  • คงมุมมอง Positive ต่อหุ้นอินเดีย แนะนำลงทุนกองทุน TISCOINA-A และ B-BHARATA
  • ทิศทางเศรษฐกิจอินเดียขยายตัวดีขึ้นทั้งภาคการบริการและภาคการผลิต ขณะที่เงินเฟ้อที่ลดลงต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอินเดีย (RBI) และค่าเงินรูปีที่แข็งค่า ทำให้ RBI ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงินของอินเดีย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นต่อการเติบโตของสินเชื่อและผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคาร
  • การเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าเชิงบวก โดยทั้งสองประเทศมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าทวิภาคี (Bilateral Trade Agreement - BTA) ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีให้ถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดยระยะถัดไปจะมีการหารือเพิ่มเติมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะภาคส่วนของทั้ง 2 ประเทศในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2025

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้

  • ปรับเพิ่มมุมมองต่อหุ้นเกาหลีใต้เป็น Slightly Positive จาก Neutral โดยแนะนำทยอยสะสมกองทุน SCBKEQTG และ DAOL-KOREAEQ
  • การเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ เฟสแรก มีความคืบหน้า ทั้งสองฝ่ายมุ่งเน้นการจัดทำ July Package คือการบรรลุข้อตกลงเพื่อนำไปสู่การยกเลิกภาษีนำเข้าระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ภายในวันที่ 8 กรกฎาคม 2025 ถือเป็นเป้าหมายเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาใช้มาตรการภาษีที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ และจะมีการเจรจาอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2025

ตลาดหุ้นไทย

  • คงมุมมอง Slightly Positive ต่อตลาดหุ้นไทยโดยแรงขายในกองทุน LTF เริ่มลดลงหลังจากรัฐบาลออกมาตรการย้าย LTF ไป Thai ESGX
  • แม้ประมาณการกำไรตลาดหุ้นไทยยังถูกปรับลดลง แต่ในด้าน Valuation อยู่ในระดับถูกมาก โดย Dividend Yield (12-m forward) ของ SET และ SETHD อยู่ที่ 4.2% และ 5.5% ตามลำดับ
  • แนะนำกองทุน TISCOHD-A ซึ่งเน้นลงทุนหุ้นปันผลสูง และแนะนำกลยุทธ์แบบ Selective & Dynamicในหุ้นที่มีการปรับประมาณการกำไรขึ้นไม่อิงหุ้นดัชนีอย่าง Definit SET Select

ตลาดหุ้นเวียดนาม

  • มีมุมมอง Slightly Positive ต่อหุ้นเวียดนาม และแนะนำทยอยสะสมผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A และ KKP VGF-UI*
  • โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายระยะยาวของรัฐบาลเวียดนามที่มุ่งเป้าผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ และการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
  • นอกจากนี้ รัฐบาลยังแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันการอัปเกรดประเทศสู่สถานะ“Emerging Market” ภายในปีนี้
  • ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1 ยังคงแข็งแกร่ง แม้ประมาณการกำไรโดยรวมจะถูกปรับลดลงบ้าง แต่ด้วยภาพเศรษฐกิจระยะยาวที่ยังสดใส ประกอบกับระดับ Valuation ที่ยังไม่แพง เราจึงมองว่านี่เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการทยอยสะสม*ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

  • B-INNOTECH
  • ONE-EUROEQ
  • ASP-NGF
  • MEGA10CHINA-A
  • TISCOINA-A
  • B-BHARATA
  • SCBKEQTG
  • PRINCIPAL VNEQ-A
  • KKP VGF-UIจัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...