โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

L&E ส่งสัญญาณ Q2/68 ฟื้นตัว ทยอยรับรู้งานโครงการที่เลื่อนส่งมอบ ชูกลยุทธ์ ดันสินค้า Flagship “เน้นผลิตเป็นรุ่นๆที่แข่งขันได้ ต้นทุนต่ำ” เจาะตลาดใน-ต่างประเทศ

Share2Trade

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 04.06 น. • Share2Trade
L&E_นายอนันต์ กิตติวิทยากุล_1 (1).jpg

บมจ.ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ (L&E)เดินหน้าสร้างโอกาส จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ส่งสัญญาณไตรมาส 2/2568 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน หลังโครงการที่เลื่อนส่งมอบเริ่มทยอยรับรู้รายได้ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Flagship Manufacturing Focused” เน้นผลิตเป็นรุ่นๆที่แข่งขันได้เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เจาะโครงการในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและขยายฐานลูกค้ารับมือภาวะเศรษฐกิจผันผวนสำหรับไตรมาส 1/2568 แม้ตลาดโดยรวมยังชะลอตัว แต่ L&E ได้รับงานใหม่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 514 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการชะลอของภาคอสังหาริมทรัพย์และการเลื่อนส่งมอบโครงการมูลค่าราว 47 ล้านบาทไปยังไตรมาสถัดไป

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&E ผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายโคมไฟและอุปกรณ์แสงสว่างรายใหญ่ของไทยและอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการเป็นLighting Solution Providerครบวงจร ด้วยการส่งมอบนวัตกรรมสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าหลักที่อยู่ภายใต้กลยุทธ์ “Flagship Manufacturing Focused” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนการเติบโตในปีนี้ ด้วยการเน้นผลิตเป็นรุ่นๆที่แข่งขันได้ในปริมาณมากเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย และทำให้สามารถแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้ พร้อมทั้งบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านต้นทุนและคุณภาพ

ในช่วงโค้งแรกของปี แม้ว่าภาพรวมตลาดที่ผันผวน และมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง แต่ภาคการผลิตของโรงงานในเครือที่เข้มแข็ง สนับสนุนให้ L&E สามารถเจาะตลาดลูกค้ารายใหญ่ภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มห้างค้าปลีกรายใหญ่ของไทยเริ่มเปลี่ยนมาสั่งซื้อจาก L&E แทนการนำเข้าเองจากต่างประเทศ เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและความสามารถในการส่งมอบที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ยังได้รับคำสั่งซื้อที่มีศักยภาพจากโครงการไฟถนน จากงานประมูลของการไฟฟ้านครหลวง 60,000 ชุด ซึ่งได้รายงานไปก่อนหน้านี้ เป็นอีกบทพิสูจน์ว่า ราคาสามารถแข่งขันได้

นอกจากนี้ การขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ ทั้งโครงการในออสเตรเลีย มาเลเซีย และกัมพูชา รวมทั้ง เตรียมส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ และยุโรป ผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ใช้โรงงานในเครือ LEM & LES ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่เข้มแข็ง และสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน มองว่าจากการที่โรงงานต่างชาติย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทยมากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสการใช้ห่วงโซ่การผลิตจากโรงงานในเครือ

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ (Trump tariffs) แต่ยังได้รับผลทางอ้อมจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหว และมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่กดดันภาพรวมความเชื่อมั่นในตลาดก่อสร้าง

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 514 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างอาคารสูงเพื่อที่อยู่อาศัยและสำนักงาน รวมถึงมีงานโครงการมูลค่าประมาณ 47 ล้านบาท ที่ต้องเลื่อนการส่งมอบงานและรับรู้รายได้ไปในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ราคาขายต่อหน่วยที่ปรับตัวลดลงจากการแข่งขันที่รุนแรง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของบริษัท แม้ยอดขายของสินค้ากลุ่ม Manufacturing Focus ซึ่งบริษัทได้พัฒนาจนสามารถแข่งขันกับสินค้าจากจีนได้ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ส่งผลให้บริษัทฯ มียอดขาดทุนสุทธิ 35.3 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลง และในไตรมาสนี้มีรายการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำให้กับรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยปรับตัวลดลงจาก 35.5% ในปี 2567 เป็น 32.8% ในไตรมาส 1/2568 รวมถึงผลกระทบจากกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

นายอนันต์ กล่าวย้ำว่า “ในไตรมาส 1 ปีนี้ L&E ยังมีคำสั่งซื้อใหม่อย่างต่อเนื่องเช่น โครงการปรับปรุงไฟส่องสว่างของ Lotus Mini Supermarkets กว่า 150 สาขา, แม็คโคร 10 สาขา รวมถึงโครงการไฟสนามบิน 22 แห่งทั่วประเทศ และตามปกติ รายได้ 70% ของบริษัทจะมาจากงานโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่จะรับรู้ในครึ่งปีหลังของปี ดังนั้นจังหวะการฟื้นตัวในไตรมาส 2 จะเป็นจุดเริ่มของภาพรวมที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และเราจะประเมินเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ตั้งไว้โต 15–20% อีกครั้งหลังจบครึ่งปีแรก

แม้สถานการณ์ยังมีความผันผวน แต่เรายังเชื่อมั่นว่าด้วยพื้นฐานการผลิตที่แข็งแรง และการวางกลยุทธ์สินค้าอย่างแม่นยำ จะช่วยให้ L&E พลิกกลับมาสู่เส้นทางการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...