โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มองอนาคต ‘หุ้น BEM’ ทิศทางกำไรยังดี พื้นฐานแกร่ง ความกังวลคลี่คลายแล้ว

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 06.28 น. • The Bangkok Insight

หุ้น BEM หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ถือเป็นหนึ่งในหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนเมืองโดยตรง ผ่านธุรกิจหลักอย่างทางด่วน และรถไฟฟ้า MRT

แม้ในช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นจะถูกกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะประเด็นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และผลกระทบชั่วคราวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และงานก่อสร้างบริเวณถนนพระราม 2 แต่ในด้านพื้นฐานแล้ว BEM ยังคงมีแนวโน้มกำไรที่เติบโตได้ดี และต่อเนื่อง

หุ้น BEM

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น BEM ลดลงราว 28.7% และในช่วง 3 เดือนล่าสุด ลดลง 14.0% ก่อนที่จะในรอบ 1 เดือนนี้ จะดีดตัวขึ้น 8.3%

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทางเทคนิคยังอยู่ในช่วง Sideways Down สะท้อนถึงแรงขายจากความกังวลเชิงนโยบาย แต่สิ่งที่น่าสนใจเวลานี้ คือ ข่าวร้ายที่สุด ที่ดูเหมือนจะผ่านพ้นไปแล้วด้วยปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ยังคงเติบโตได้ จากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ทยอยฟื้นตัวกลับมา

การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

จากข้อมูลล่าสุด นักวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรสุทธิในปี 2568 ของบริษัทจะเติบโตขึ้นประมาณ 8-10% จากปีก่อนหน้า

แม้ธุรกิจทางด่วนจะยังมีข้อจำกัด จากปริมาณการจราจรที่ไม่โตเท่าที่คาดไว้ แต่ธุรกิจระบบรางโดยเฉพาะ MRT สายสีน้ำเงิน ยังคงเติบโตดี จากการปรับขึ้นค่าโดยสารตั้งแต่กลางปีก่อน และการทยอยกลับมาใช้ชีวิตของประชาชนหลังโควิด

รวมถึงการเปิดใช้โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่อย่าง One Bangkok และดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่จะช่วยหนุนปริมาณผู้โดยสารในย่านสีลม-ลุมพินี ในปีนี้

แม้รายได้จากธุรกิจหลักในไตรมาส 2 ปี 2568 อาจลดลงเล็กน้อยตามฤดูกาล แต่กำไรจะเพิ่มขึ้นจากการรับรู้เงินปันผลของ CKP: บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ TTW: บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) รวมกันประมาณ 337 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในช่วงที่ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

คาดกำไรไตรมาส 1/68 โตเล็กน้อย

BEM จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/68 ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้บล. อินโนเวส เอกซ์ และบล. เอเซีย พลัส คาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ของบริษัทจะอยู่ที่ราว 858-874 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 1-3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน

แรงหนุนจากการควบคุมต้นทุนในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะต้นทุนซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าที่ลดลงตามแผน ประกอบกับรายได้ธุรกิจระบบรางที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จากผู้โดยสารเฉลี่ยกว่า 450,000 เที่ยวต่อวัน

หุ้น BEM

ถึงแม้รายได้จากธุรกิจทางด่วนจะลดลง YoY จากเหตุการณ์พิเศษ เช่น แผ่นดินไหว และการปิดด่านชั่วคราว แต่ก็มองว่าเป็นผลกระทบชั่วคราวเท่านั้น และมีแนวโน้มจะทยอยกลับมาฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง เมื่อโครงการก่อสร้างถนนเสร็จสมบูรณ์มากขึ้น

อัปเดตปริมาณจราจรในช่วง 3 เดือนแรกปี 2568 พบว่าปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน ลดลง 1.3% YoY โมเมนตัมการเติบโตต่ำกว่าที่คาดไว้ทั้งปีว่า จะเติบโต 1.1%

สำหรับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 450,900 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.7% YoY เทียบกับประมาณการเต็มปีที่คาดไว้ 7.5% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดเช่นกัน

ทั้งนี้ เชื่อว่าตัวเลขปริมาณจราจรที่อ่อนแอในเดือนมีนาคม จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และมีแนวโน้มว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป

พื้นฐานแข็งแกร่ง ไม่มีอะไรน่ากังวล ให้น้ำหนักลงทุน Outperform

ฝ่ายวิเคราะห์หลายสำนัก ยังคงให้น้ำหนัก"Outperform" แก่หุ้นBEM โดยทาง บล. เอเซีย พลัส ให้ราคาเป้าหมาย 10.60 บาทต่อหุ้น บล. อินโนเวส เอกซ์ ให้ที่ 9 บาทต่อหุ้น

อิงจากการเติบโตของกำไรที่ยังทำได้ต่อเนื่อง การมีรายได้ค่อนข้างมั่นคงจากสัมปทาน และแนวโน้มเชิงบวก จากนโยบายรัฐ ที่แม้จะยังไม่มีข้อสรุป แต่มีทิศทางที่ดีว่า ภาครัฐจะชดเชย BEM ในระดับที่ไม่กระทบต่อรายได้โดยรวม

ประเด็น ESG ยังเป็นอีกจุดแข็งของบริษัท โดยได้รับการจัดอันดับ ESG Rating ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์ และผ่านการรับรองด้านธรรมาภิบาล และต่อต้านการทุจริต ซึ่งช่วยให้บริษัทเป็นที่น่าจับตาของเม็ดเงินใหม่จากกองทุน Thai ESGX ในอนาคต

สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นพื้นฐานมั่นคง มีแนวโน้มกำไรโตสม่ำเสมอ และรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดี BEM ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อราคาหุ้นอยู่ในระดับที่ยังมีส่วนลดจากมูลค่าพื้นฐานมากพอสมควร

ราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์คิดเป็นUpside ประมาณ 53-81%จากราคาปัจจุบันที่ 5.90 บาท ซึ่งหากข่าวดีทยอยปลดล็อก และกิจกรรมเศรษฐกิจฟื้นตัวมากขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ก็มีโอกาสที่ราคาหุ้น จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงได้มากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...