‘สหพัฒน์‘ ชี้ กำลังซื้อไทยทรดหนักยังไม่เห็นทางสว่าง
นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส เปิดเผยว่า ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ปีนี้เครือสหพัฒน์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับพันธมิตรทั้งหมด 16 ฉบับ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรและการแข่งขันให้กับธุรกิจของไทย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในหลายมิติ
ทั้งนี้ การเอ็มโอยู 16 ฉบับ ประกอบด้วย 1. การสร้างโรงแรม 5 ดาวบนถนนราชดำริ 2. การสร้างโครงการดุสิต สวีท เจ-พาร์ค ศรีราชา 3. ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทย-จีน 4. การสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินและยกระดับบุคลากรด้านการบินของไทย 5. การเปิดร้านไลฟ์สไตล์ธีมแมวภายใต้ชื่อ คามากุระ นีโก้ ซาลอน 6. การสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับผ่านช่องทางดิจิทัล 7. การขยายตลาดสินค้าฮาลาล 8. การส่งเสริมการใช้คลาวน์และดาต้าเซ็นเตอร์ในเครือสหพัฒน์
รวมทั้ง 9. การสร้างศักยภาพด้านเอไอให้กับครู 10. การใช้สื่อเพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ 11. การต่อยอดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และสนับสนุนการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทาน 12. การศึกษาความเป็นไปได้ในธุรกิจอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงแนวดิ่ง 13. การส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพ 14. การทำตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในภูมิภาคเอเชีย 15. การพัฒนาบุคลากรสายวิชาการ และ 16. การศึกษาและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด
ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงชะลอตัวจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตาม ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการซื้อสินค้า งานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ปีนี้จึงoeสินค้าอุปโภคบริโภคจากบริษัทในเครือสหพัฒน์มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน สินค้าเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอีกมากมายกว่า 1,000 รายการระหว่างวันที่26-29 มิ.ย.68 ที่ไบเทคบางนา คาดว่าจะมียอดขายภายในงาน 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังมองว่ายังเป็นปัญหาที่ต้องเจอกันต่อเนื่องและยังไม่เห็นทางสว่าง โดยเฉพาะด้านปัจจัยภายนอกอย่างกำลังซื้อที่ลดลงอย่างมากหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยังไม่เห็นแนวโน้มการฟื้นตัว โดยบริษัทได้รับแรงกดดันด้านต้นทุนที่ขณะนี้บริษัทยังแบกรับไว้เองและยังไม่ผลักภาระให้กับผู้บริโภค พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเน้นดูแลองค์กรด้านสภาพคล่องทางการเงิน หรือเก็บเงินสด และชะลอการลงทุน ลดกำลังการผลิต ลดปริมาณสินค้า ลดกำลังการผลิตลง และปิดร้านค้าบางแห่ง รวมทั้งใช้จังหวะดังกล่าวในการทบทวนองค์กร