โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำปลาแท้ จากปลาหมอคางดำ รสชาติใหม่ที่หอม อร่อย และเต็มไปด้วยคุณค่า

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 13.26 น. • The Bangkok Insight

น้ำปลาแท้ จากปลาหมอคางดำ รสชาติใหม่ที่หอม อร่อย และเต็มไปด้วยคุณค่า

เมื่อพูดถึง “ปลาหมอคางดำ” หลายคนอาจนึกถึงผู้รุกราน ปลาต่างถิ่นที่แพร่ระบาดรวดเร็วและกระทบกับปลาพื้นถิ่น วิถีชีวิตของปลาพื้นถิ่น แต่วันนี้ ปลาหมอคางดำได้เปลี่ยนสถานะมาเป็น “ผู้สร้างโอกาส” ผ่านการแปรรูปเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบ น้ำปลาหมอคางดำ ที่ทั้งหอมเข้มข้นและกลมกล่อม ครบเครื่องเรื่องรสชาติและคุณค่า และยังเป็นโอกาสสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทย

โครงการนำร่องแปรรูป “น้ำปลา” เป็นความร่วมมือช่วยเหลือสังคมเพื่อนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์เป็นของดี ระหว่างกรมประมง กรมราชทัณฑ์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ดำเนินการ “กำจัดพร้อมแปรรูป” หมักปลาหมอคางดำที่ถูกจับออกจากแหล่งน้ำ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมักจนได้รสน้ำปลาที่กลมกล่อม สะอาด และปลอดภัย พร้อมกับจัดเป็นกิจกรรมฝึกวิชาชีพให้กับผู้ต้องขังนำไปใช้เป็นทางเลือกประกอบอาชีพในอนาคต

เริ่มตั้งแต่ปี 2567 มี 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และสมุทรปราการ ผนึกพลังช่วยกันจับปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำมาหมักเป็นน้ำปลา ภายใต้แบรนด์ “หับเผย” เป็นของดีประจำถิ่นและประจำครัว ทั้ง 4 จังหวัดตั้งเป้าแปรรูปปลาหมอคางดำกว่า 20,000 กิโลกรัมเปลี่ยนมาเป็นน้ำปลา

กิจกรรมผลิตน้ำปลาจากปลาหมอคางดำนอกจากเป็นอีกแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศเท่านั้น โครงการนี้ยังมีมิติเชิงสังคม ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต ฝึกฝนลงมือทำจริงเสริมสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ เตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า

ด้วยสูตรการหมักของปราชญ์ชุมชนที่ต้องการร่วมช่วยกันแก้ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ นำสูตรหมักน้ำปลาของบ้านมาปรับให้เหมาะกับปลาหมอคางดำจนได้น้ำปลารสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอม และด้วยกรรมวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระหว่างการหมักไม่มีกลิ่นรบกวนชุมชนข้างเคียง

นอกจากเรือนจำกลางทั้ง 4 จังหวัด การแปรรูปน้ำปลาหมอคางดำ ยังช่วยจุดประกายให้กับสถานีตำรวจภูธรยังสนใจ ร่วมโครงการจัดอบรมให้ตำรวจและครอบครัวเรียนรู้การทำน้ำปลาไว้บริโภคในครัวเรือนและต่อยอดเป็นรายได้เสริมต่อไป

นายนิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า น้ำปลาหมอคางดำ คือ win-win-win ทั้งเป็นแนวทางช่วยกำจัดปลาต่างถิ่น การแก้ปัญหาที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ จังหวัดสมุทรสงคราม หรือจังหวัดติดทะเลยังเป็นแหล่งผลิตเกลือสมุทรชั้นยอด จึงสามารถกล่าวได้ว่า น้ำปลาหมอคางดำ ใช้ของที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาเพิ่มผลิตภัณฑ์คุณภาพประจำชุมชนจากฝีมือคนไทยเอง

ปัจจุบัน น้ำปลาหมอคางดำอยู่ในช่วงหมักที่ใช้เวลาประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างพัฒนาบรรจุภัณฑ์ โดยคาดว่าจะเปิดตัว “หับเผยแม่กลอง” อย่างเป็นทางการภายในปีนี้ ตามมาด้วย น้ำปลาตรา “หับเผยเขากลิ้ง” “หับเผยสมุทรสาคร” และ “หับเผยสมุทรปราการ” ออกมาจำหน่ายให้ทุกคนได้เลือกช็อป ผลิตภัณฑ์รสชาติอร่อย พร้อมได้ช่วยสนับสนุนกิจการของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งนับเป็นแนวทางการแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้เกิดการบริโภคได้อย่างกว้างขวางเพราะน้ำปลาเป็นเครื่องปรุงคู่ครัวไทย

น้ำปลาหมอคางดำ คือเครื่องพิสูจน์ว่า “ความคิดสร้างสรรค์” สามารถเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เปลี่ยนปลาต่างถิ่นเป็นทรัพยากรมีค่า และเปลี่ยนมุมมองผู้บริโภคต่อสิ่งที่เคยมองข้าม…ให้กลายเป็นของดีที่คู่ควรกับทุกครัวไทย

เปิดสูตร “น้ำปลาแท้” จากปลาหมอคางดำ ใช้วัตถุดิบหลัก 2 อย่าง คือ ปลาหมอคางดำ กับ เกลือสมุทร ในอัตราส่วน 4 ต่อ 1 หมักในโอ่งดิน ซึ่งจะใช้ปลา 120 กิโลกรัม เกลือสมุทร 30 กิโลกรัม กระบวนการหมักต้องนำปลามาทำความสะอาดก่อน ใส่เกลือและปลาลงในโอ่งสลับเป็นชั้น สัดส่วนปลา 4 ถ้วย เกลือ 1 ถ้วย จนเต็มโอ่ง สูตรนี้ไม่ต้องเคล้าปลากับเกลือ พอเต็มโอ่งใช้พลาสติกปิดฝากันน้ำเข้า มัดปากโอ่งให้สนิทด้วยเชือกขันชะเนาะ ทับด้วยฝาไม้ หมักทิ้งไว้ในที่แจ้งนาน 12 เดือน ก่อนจะได้เป็นน้ำปลารสกลมกล่อม กลิ่นหอมไว้บริโภคในครัวเรือน หรือจัดจำหน่ายต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...