ผลักดันการก่อตั้งสมาพันธ์สมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกง–เส้นทางสี จิ้นผิง(177)
ผลักดันการก่อตั้งสมาพันธ์สมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกง--เส้นทางสี จิ้นผิง(177)
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ศตวรรษใหม่ ขณะดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน นายสี จิ้นผิง ได้ทำงานมากกมายที่มุ่งเน้นการรวมพลังและสร้างความสามัคคีในหมู่ชาวฝูเจี้ยนที่พำนักอยู่ในต่างถิ่น เพื่อต้อนรับการกลับคืนสู่มาตุภูมิของฮ่องกงและมาเก๊าอย่างราบรื่น
วันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึงสองเดือนที่ฮ่องกงจะกลับคืนสู่จีน ก็ได้มีการก่อตั้งสมาพันธ์สมาคมชาวฝูเจี้ยนขึ้นที่ฮ่องกงอย่างเป็นทางการ นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์การรวมตัวกันของสมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกง ก่อนหน้านี้ ถึงแม้ในฮ่องกงจะมีสมาคมของชาวฝูเจี้ยนกว่า 100 แห่ง แต่สมาคมต่างๆ เหล่านี้กลับขาดการเชื่อมโยงและความสามัคคีกันอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ นายสี จิ้นผิงจึงได้นัดพบนายกสมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกงหลายครั้ง บางครั้งถึงกับเดินทางไปยังเมืองเซินเจิ้นเพื่อร่วมการประชุมสัมมนากับบุคคลสำคัญชาวฝูเจี้ยนจากฮ่องกง ภายใต้การผลักดันของเขา บรรดาสมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกง เช่น สมาคมการค้าฝูเจี้ยนในฮ่องกง, สมาคมชาวฝูเจี้ยนฮ่องกง, สมาคมกีฬาฝูเจี้ยนในฮ่องกง, สมาคมชาวฝูเจี้ยนจากสิบอำเภอเมืองฝูโจวในฮ่องกง, สมาคมมิตรภาพเซี่ยเหมินฮ่องกง และอีก 12 สมาคมที่ให้การสนับสนุน ได้ร่วมกันก่อตั้ง “สมาพันธ์สมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกง” ขึ้น
ปัจจุบัน สมาพันธ์ฯ มีสมาคมในเครือถึง 237 แห่ง มีการเชื่อมโยงกับชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกงกว่า 1.2 ล้านคน กลายเป็นพลังสำคัญที่รักชาติและรักฮ่องกง
เดือนกรกฎาคม ปี 1997 ฝ่ายแนวร่วมคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน และสมาคมมิตรภาพจีนโพ้นทะเลได้จัดการประชุมสัมมนาที่ปรึกษาจากฮ่องกงและมาเก๊า 2 ครั้ง ณ เมืองเซินเจิ้นและจูไห่ตามลำดับ
ที่ประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 130 คน ประกอบด้วยที่ปรึกษาและกรรมการสมาคมมิตรภาพจีนโพ้นทะเลในเขตฮ่องกงและมาเก๊า บุคคลมีชื่อเสียงชาวฝูเจี้ยนและผู้นำสมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นายสี จิ้นผิงในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑล และประธานกิตติมศักดิ์สมาคมมิตรภาพจีนโพ้นทะเลมณฑลฝูเจี้ยนได้ร่วมประชุมทั้งสองครั้ง
ในระหว่างการประชุม นายสี จิ้นผิงได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับชาวฝูเจี้ยนจากฮ่องกงและมาเก๊าอย่างใกล้ชิด และยังได้แยกกันนัดพบบุคคลสำคัญและผู้นำสมาคมชาวฝูเจี้ยนจากฮ่องกงและมาเก๊ากว่า 70 คน
นายหู ซือซิง บุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงเศรษฐกิจของฮ่องกงกล่าวอย่างซาบซึ้งหลังได้เข้าร่วมการประชุมสัมมนาว่า นายสี จิ้นผิงใช้วิธีนี้ในการสื่อสารเชิงลึกกับชาวฝูเจี้ยนจากฮ่องกงและมาเก๊า ทำให้ทุกคนรู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมาก
ในช่วงสามปีหลังจากนั้น นายสี จิ้นผิงยังคงร่วม “การประชุมสัมมนาเซินจู” ซึ่งเป็นชื่อที่บรรดาชาวฝูเจี้ยนจากฮ่องกงและมาเก๊าใช้เรียกการประชุมนี้อย่างเป็นกันเองตามชื่อย่อของสถานที่จัด คือ เซินเจิ้นและจูไห่ การประชุมดังกล่าวมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นทุกปี กลายเป็นเวทีสำคัญในการรวมพลังชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกงและมาเก๊า และต่อมาก็ได้พัฒนาเป็น “การประชุมสัมมนาชาวฝูเจี้ยนที่เป็นสมาชิกสภาปรึกษาการเมืองและกรรมการสมาคมมิตรภาพจีนโพ้นทะเลจากเขตฮ่องกง-มาเก๊า” ซึ่งได้ดำเนินการมาต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
เมื่อย้อนรำลึกถึงประสบการณ์ในช่วงเวลานั้น นายอู๋ เหลียงห่าว สมาชิกสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติ และประธานสมาพันธ์สมาคมชาวฝูเจี้ยนในฮ่องกง กล่าวด้วยความจริงใจว่า “เวลานั้นท่านเลขาธิการสี จิ้นผิงก็ได้ริเริ่มให้ส่งเสริมการรวมพลังอย่างกว้างขวาง ใช้สายสัมพันธ์ของบ้านเกิดให้เป็นประโยชน์ มุ่งเสริมสร้างพลังแห่งการรักชาติ รักฮ่องกง และรักมาเก๊า ทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์การพัฒนา”
นายหู กัง ประธานกรรมการ และนายหวัง จิง ซีอีโอ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีนิวแลนด์ (New Land Technology Group Co.,Ltd.) ก็มีความประทับใจอย่างลึกซึ้งเช่นกันในบุคลิกที่มีเสน่ห์และความสามารถในการรวมพลังคนหลากหลายวงการของนายสีจิ้น ผิงในช่วงเวลานั้น
“หากไม่ได้รับการใส่ใจจากสหายสี จิ้นผิง บริษัทนิวแลนด์ก็คงไม่มีวันนี้”
นายหู กัง กล่าวอย่างตื้นตันใจขณะรำลึกถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในปลายปี 1993 ตอนที่เขาและนายหวัง จิ่งเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการเริ่มต้นธุรกิจ ถึงขั้นคิดจะย้ายไปพัฒนาในเมืองอื่น ท่ามกลางวิกฤต นายหวัง จิ่งได้ตัดสินใจรายงานสถานการณ์นี้ต่อนายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว เมื่อมีการติดต่อไป ในช่วงบ่ายของวันนั้นก็ได้รับการตอบกลับทันที นายสี จิ้นผิงได้เชิญพวกเขาไปพูดคุยที่สำนักงานในตอนเย็น
ในคืนนั้น นายหวัง จิ่งและนายหู กัง จึงได้ไปยังสำนักงานของนายสี จิ้นผิงตามนัดหมาย และได้รายงานแนวคิดและสถานการณ์ของพวกเขา
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่