โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ - จีน เตรียมหารือการค้ารอบใหม่ ณ กรุงลอนดอนในวันจันทร์นี้

PostToday

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 18.51 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 01.47 น.

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า นายสก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายโฮเวิร์ด ลัทนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ และนายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะเป็นตัวแทนของรัฐบาลวอชิงตันในการเจรจาครั้งนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้แทนจากฝ่ายจีน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันยังไม่ตอบกลับคำขอให้แสดงความคิดเห็นในขณะนี้

“การประชุมครั้งนี้น่าจะเป็นไปด้วยดี” ทรัมป์กล่าว

การนัดหมายหารือครั้งนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งนับเป็นการติดต่อระหว่างผู้นำสองประเทศที่หาได้ยากในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการค้า โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเยือนประเทศของกันและกันในอนาคต พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการจัดการเจรจาในช่วงระหว่างนี้

ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันในการคลี่คลายความตึงเครียด โดยเฉพาะในประเด็นการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ซึ่งจีนถือเป็นผู้ผลิตหลักของโลก ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังจำกัดการส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบชิปและชิ้นส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปยังจีน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ณ กรุงเจนีวา ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน เพื่อยกเลิกภาษีศุลกากรตอบโต้ระหว่างกันบางส่วน ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรับข่าวด้วยความโล่งใจ โดยดัชนี S&P 500 ที่เคยตกลงมาเกือบ 18% ในช่วงต้นเดือนเมษายนกลับมาฟื้นตัวและอยู่ห่างจากจุดสูงสุดเพียง 2% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมประเด็นอื่น ๆ ที่ซับซ้อน เช่น ปัญหายาเฟนทานิลผิดกฎหมาย สถานะของไต้หวัน หรือข้อร้องเรียนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจที่เน้นการส่งออกภายใต้การควบคุมของรัฐในจีน

รัฐบาลปักกิ่งมองว่าการส่งออกแร่หายากเป็นเครื่องมือทางการเมือง หากระงับการส่งออกอาจสร้างแรงกดดันภายในประเทศต่อทรัมป์ได้ หากเศรษฐกิจชะลอตัวเนื่องจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่สามารถผลิตสินค้าได้

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังถือว่าจีนเป็นคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์อันดับหนึ่ง และเป็นประเทศเดียวที่มีศักยภาพในการท้าทายอำนาจของสหรัฐฯ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหารในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...