IMF เตือนละตินอเมริกา รักษาแผนการคลัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงเตือนประเทศในแถบละตินอเมริกาและแคริบเบียน ให้ยึดมั่นในนโยบายการคลังที่รอบคอบและแผนการปฏิรูปโครงสร้าง เพื่อรับมือกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น
วันที่ 7 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เรียกร้องให้ประเทศในแถบละตินอเมริกาคงไว้ซึ่งแผนการคลังที่รอบคอบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
นายไนเจล คลาร์ก รองกรรมการผู้จัดการ IMF ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวว่า"ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเปลี่ยนกรอบนโยบายหรือละทิ้งแผนการคลัง"
แม้ว่าภูมิภาคนี้จะรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ประเทศต่าง ๆ เช่น บราซิล ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโก ปารากวัย เปรู และอุรุกวัย กำลังเผชิญกับระดับหนี้ที่กลับไปสูงเท่าช่วงสูงสุดของการระบาดในปี 2563 ซึ่งทำให้ภูมิภาคมีความเปราะบางต่อภาวะตลาดผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ซึ่งรวมถึงพลวัตตลาดของสหรัฐฯ และการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
นายคลาร์กยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อความที่ IMF ต้องการสื่อถึงประเทศในแถบละตินอเมริกาและแคริบเบียน คือการดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างที่จำเป็นต่อไป และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการลดอุปสรรคทางการค้าเพื่อกระชับความร่วมมือทางการค้าในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ทั้งนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของละตินอเมริกาและแคริบเบียนในปี 2567 ลงมาอยู่ที่ 2.0% จาก 2.4% ในปี 2566 และต่ำกว่าการประมาณการที่ 2.5% เมื่อเดือนมกราคม การปรับลดครั้งนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเม็กซิโก ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา และได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีทางการค้าของสหรัฐฯ
อ้างอิง : reuters.com