“เงินบาท” แข็งค่าสุดรอบ 3 ปี ต่างชาติแห่ซื้อหุ้น-ทองคำหนุนค่าเงิน รับข่าวเจรจาการค้าคืบหน้า
"เงินบาท" แข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี หลังนักลงทุนทั่วโลกแห่ซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง ด้าน รมว.คลังเผยใกล้บรรลุข้อตกลงสหรัฐ ขณะที่ราคาทองคำใกล้จุดสูงสุดและเงินทุนสำรองแตะระดับประวัติการณ์
วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินบาทไทย แข็งค่าขึ้นแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 3 ปี ในวันพฤหัสบดี จากความหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเจรจาการค้า การกลับเข้ามาของเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้น และราคาทองคำที่อยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 32.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565
นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ประเทศไทยใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ เพื่อลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าที่ถูกขู่ว่าจะเก็บในอัตรา 36% ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม โดยคาดว่าอัตราภาษีใหม่น่าจะใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
จนถึงขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้วเกือบ 7% นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้หน่วยงานรัฐเผชิญแรงกดดันในการควบคุมความแข็งค่า เพื่อปกป้องกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างการท่องเที่ยวและการส่งออก
คริสโตเฟอร์ หว่อง นักกลยุทธ์อาวุโสด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคาร OCBC ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงจับตาความผันผวนที่มากเกินไปของค่าเงิน”
โดยเสริมว่าหากค่าเงินทะลุระดับแนวต้านที่ 32.00–32.10 บาทต่อดอลลาร์ อาจทำให้เงินบาทมีแรงหนุนเพิ่มเติม
นอกจากนี เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยยังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการในตลาดเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท
ความตึงเครียดที่เริ่มผ่อนคลายระหว่างสองคู่ค้ารายใหญ่ของไทย ได้แก่ สหรัฐ และจีน ยังช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนทั่วโลก ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยสุทธิ 345 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการไหลเข้าในรอบเดือนครั้งแรกในรอบ 10 เดือน
โดยเฉพาะในวันพุธเพียงวันเดียว มีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสูงถึง 139 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดต่อวันในรอบ 10 เดือน
ทั้งนี้เงินบาทยังได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำที่อยู่ในระดับใกล้เคียงจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำรายใหญ่ของเอเชีย
โดยปีนี้สกุลเงินเอเชียโดยรวมแข็งค่าขึ้น จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยดัชนี Bloomberg Asia Dollar Index เพิ่มขึ้นแล้ว 7% ในปี 2025
ในประเทศไทย การแข็งค่าของเงินบาทยิ่งเพิ่มความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้รัฐมนตรีบางรายและกลุ่มธุรกิจออกมาเรียกร้องให้ธนาคารกลางเข้าดำเนินการทำให้เงินบาทอ่อนลง
ด้านการท่องเที่ยวของไทยยังคงซบเซา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จาก 40 ล้านคน เหลือ 35 ล้านคน
อ้างอิง : bloomberg.com