โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มทภ.2 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เผย สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว

อีจัน

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 08.16 น. • อีจัน

คืบหน้าปมชายแดนไทย-กัมพูชา ดูเหมือนว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วค่ะ

วันนี้ (9 ก.ค.68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี เพื่อนำสิ่งของพระราชทาน มามอบให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมฝากให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัย ดูแลสุขภาพ ตามที่ผู้บัญชาการทหารบกย้ำ เนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าฝน ขอให้ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นการสร้างรั้วแนวปราสาทตาเมือนธม ว่า ต้องทำความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่ายในเรื่องของเขตแดนให้ตรงกัน เพราะถ้าสร้าง อาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ ถ้ายังไม่ได้ทำความเข้าใจกัน จึงต้องให้ระดับสูงพูดคุยกันก่อน จนเกิดความเข้าใจกัน หากจะสร้างโดยทันทีนั้น อาจเกิดความขัดแย้งได้

ขณะนี้ ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันมาตลอด โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดความไม่เข้าใจกันก็ต้องพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งบางครั้งเกิดความไม่เข้าใจกันเรื่องเส้นทางลาดตระเวน หรือทหารเปลี่ยนผลัดใหม่ ก็ต้องทำความเข้าใจ จนทุกวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน-กองร้อย ของทั้งสองฝ่าย ก็ประสานพูดคุยกัน จนทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ขณะนี้รอสัญญาณความพร้อมในการประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาคหรือ RBC ไทย-กัมพูชา จากผู้นำทางฝ่ายกัมพูชา เพราะในส่วนของไทย โดยส่วนตัวในฐานะประธาน RBC มีความพร้อมทุกวัน หากจะประชุมวันพรุ่งนี้ก็พร้อมเสมอ

“เรารอแค่ทางกัมพูชาเป็นหลัก หากแจ้งกลับมา พรุ่งนี้ก็พร้อม หรือวันนี้ก็พร้อม เพราะเป็นประธานเอง ไม่ยากอะไร” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาลาดตระเวน และมีการประชาสัมพันธ์เรื่องกระแสรักชาติของกัมพูชา ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ และทางไทยเองก็เชิญชวนให้ประชาชนมาเที่ยวชมปราสาทตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชา มีหลายปราสาท ตั้งแต่ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ โดยยืนยันว่า 3 ปราสาท 1 พื้นที่ ที่เป็นประเด็น คนไทยสามารถมาได้ทั้งหมด เพราะเป็นเขตของไทยอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ก็ได้ขอขอบคุณประชาชนที่ได้ร่วมกันมาท่องเที่ยวปราสาท ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้นานแล้ว โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม รวมถึงปราสาทที่อยู่ใกล้เคียง สามารถมาเที่ยวชมกันได้

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังย้ำถึงกรณีที่จะครบวาระเกษียณในเดือนตุลาคมนี้ว่า ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นผู้บังคับบัญชาที่จะคัดเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 คนต่อไป จึงไม่เป็นห่วง

สำหรับนโยบายปราบปรามคอลเซนเตอร์-สแกมเมอร์ จะส่งผลเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาล และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แต่ปัจจุบัน ปัญหานี้ลดไปได้มาก หมายเลขโทรศัพท์แปลกปลอมลดลง มีความเข้มงวด ในมาตรการเข้า-ออกด่าน และขอย้ำว่า กำลังตามแนวชายแดนก็ตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดย ผบ.ทบ.รับนโยบายจากกระทรวงกลาโหม และหน่วยในพื้นที่พร้อมปฏิบัติตาม หากเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ไม่กังวลประเด็นเสถียรภาพรัฐบาล เพราะทหารทำหน้าที่อยู่แล้ว และต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ ส่วนการเมืองก็เป็นระบบต้องแก้ไขตามระบอบประชาธิปไตย และในส่วนของทหารพร้อมทำงาน แม้ว่าจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นใคร และขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายชัดเจนและทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งทหารก็พร้อมจะตอบสนองอยู่แล้ว

จากสถานการณ์ช่องบก 28 พฤษภาคม 2568 จนถึงวันนี้ สถานการณ์ดีขึ้น โดยมีการปรับกำลังที่ช่องบก รวมถึงมีมาตรการควบคุมด่าน เป็นการเสริมการทำงาน ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนสถานการณ์จะดีขึ้นอีกหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำกัมพูชา ว่า จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นได้หรือไม่ เพราะฝ่ายไทยไม่มีปัญหาใดๆ โดยเฉพาะในประเด็น 3 ปราสาทกับหนึ่งพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทหารก็จะควบคุมพื้นที่อยู่เช่นเดิม แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

เมื่อถามว่า มีประเด็นอะไรฝากถึงสมเด็จฮุนเซน และฮุนมาเนต หรือไม่?

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า อยากให้ดูแลสุขภาพ และยังต้องการให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา

ส่วนกรณีที่กองทัพไทยขอการสนับสนุนกระสุนจาก “จัสแมก” จนมีการวิเคราะห์กันว่า ไทยมีกระสุนไม่เพียงพอ ไม่น่าจะใช่เรื่องจริง แต่มีการให้ข่าวที่ค่อนข้างคลาดเคลื่อน ยืนยันว่า ทุกวันนี้มีเพียงพออยู่แล้ว พร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว พร้อมย้ำว่า “ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก”

ขอบคุณข้อมูลจาก: สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

ขอบคุณภาพจาก: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...