แท็กมาอยู่นั่นทั้งวัน! "หมออั้ม" ร่ายยาวชี้แจงปมใบแพทย์เฉพาะทาง-เผยเหตุบล็อก อาร์ต
ดูเหมือนจะไม่จบง่าย ๆ หลัง “หมออั้ม อิราวัต” โพสต์ข้อความเล่าเรื่อง “พระเอกกล้ามโต” ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในวงการ แต่กลับเนรคุณ ปฏิเสธช่วยเหลือในยามลำบาก
จากนั้น “อาร์ต พศุตม์” ก็ออกมาโต้เดือด ซัดกลับหมออั้ม “ถ้าหมายถึงผม เปิดชื่อมาเลย” และท้าให้ไปออกรายการโหนกระแสด้วยกัน ทางหมออั้ม ก็ออกมาโต้ว่า ตนเองไม่ได้หมายถึงอาร์ต ก่อนจะออกมาขอโทษอาร์ต เพื่อปิดจบทัวร์ แต่ทางด้านอาร์ต ยืนยันว่า ไม่จบ พร้อมโพสต์จวกแรงกลับอีกหลายระลอก จนกลายเป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่องนั้น
ล่าสุด วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 หมออั้ม ได้ออกมาร่ายยาวชี้แจงปมใบแพทย์เฉพาะทาง โดยระบุว่า “จริง ๆ ผมเคยเล่าเรื่องนี้ไปแล้ว สมัยหม่อมปลื้ม M.L. Nattakorn Devakula เคยถามในรายการสดเมื่อกว่า 10 ปีก่อน
ผมจบแพทยศาสตร์จุฬา ปี 2546 และปฏิบัติงานด้านเวชศาสตร์ทั่วไปอยู่ 4-5 ปีเดิมทีผมจะไปสายงานด้านบริหาร ได้รับเสนอชื่อเป็นผู้อำนวยการ ร.พ.ชุมชน แต่ต้องปฏิเสธไป เพราะภารกิจต่าง ๆ
ต้องชั่งใจ ด้วยความชอบงานด้านศิลปะ ชอบการออกแบบ และงานศิลป์อื่น ๆเลยผันตัวไปเรียนด้านการออกแบบใบหน้า ปรับรูปหน้า ผิวพรรณ โดยไม่ผ่าตัด เน้นการฉีด และเน้นเครื่องมือทางการแพทย์ อาทิ การฉีดสารเติมเต็ม Botulinum Toxin, Laser, เครื่องกลุ่มอัลตราซาวด์, ลดความอ้วน ฯลฯ
สมัยนั้นประเทศไทยไม่มีการเปิดสอนด้านนี้ หมอที่จบด้าน #ผิวหนัง ก็ไม่มีสอนเป็นกิจลักษณะ หมอที่เน้นผ่าตัดหรือ #ศัลยกรรม ก็ไม่โฟกัสงานด้านนี้ หมอที่ทำด้านความงามโดยตรง สมัยปี 2546 #จึงไม่มีเฉพาะทางในประเทศไทย มาถึงวันนี้
ต่อมา ประมาณปี 2548 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) เปิดอบรมครั้งแรกที่วิทยาเขตกรุงเทพมหานคร รวบรวมอาจารย์หมอระดับศาสตราจารย์ที่มีประสบการณ์ความรู้ เป็นเจ้าของกิจการ ผู้ริเริ่มในวงการความงามไทย มารวมตัวเปิดการเรียนการสอนแพทย์ หลักสูตรเข้มข้น “Advanced Aesthetics Dermatology” ซึ่งผมได้มีโอกาสเข้ารับอบรม จบรุ่นที่ 1 ของไทย หลักสูตรนี้เน้นการสอนแบบเข้มข้นด้าน #ความงาม ที่อยู่ระหว่าง “หมอผิวหนัง” และ “หมอศัลยกรรม”
หลังจากจบมา ก็เปิดกิจการของตัวเอง เน้นงานที่ถนัด คือ #ใช้ศาสตร์และศิลป์ด้านการฉีด รวมถึง #เครื่องมือแพทย์ด้านการปรับบุคลิกภาพ เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2551 – ปัจจุบันครับ
สิ่งหนึ่งที่ทุกคนแทบจะไม่ได้เห็นจากผมเลย นั่นคือ “การโฆษณาชวนเชื่อ” หรือ “โฆษณาคลินิก” ผมไม่มีเพจ ไม่มีรีวิว ไม่มีไลฟ์สด ไม่โฆษณา PR ใด ๆ ใช้ความชอบทางศิลปะของตัวเอง + วิชาชีพแพทย์ มาช่วยปรับรูปหน้า รูปร่าง ปรับบุคลิกภาพคน บนพื้นฐานของจรรยาบรรณแพทย์
เพราะผมรับเคส เฉพาะรับแก้เคสยาก ๆ คิดราคาแบบไม่เห็นแก่เงิน ไม่เน้นขายคอร์ส ไม่มีเซลล์ขาย คนไข้ทุกคนต้องเจอผม แม้แต่ “สิว 1 เม็ด” บริษัทยายักษ์ใหญ่จากต่างประเทศในไทยเชิญให้ไปสอนเทคนิคต่าง ๆ ผมยังต้องปฏิเสธไป เพราะตารางนัดคนไข้ในคลินิกเต็มจริง เวลาว่างก็อยากพักผ่อนกับครอบครัว
#หมอด้านความงาม ที่ประกอบการด้านนี้ วงการแพทย์ไทยเขาทราบกันอยู่แล้วครับ ว่าที่เปิดให้บริการในคลินิกต่าง ๆ กว่า 80% ในท้องตลาดไทย เป็น #หมอแบบผม คือ จบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป แล้วหาโอกาสศึกษาตามความชอบ ทั้งใน และนอกประเทศ ใช้ประสบการณ์ และใช้ฝีมือเฉพาะตน ประกอบกิจการด้านความงามบริการคนไข้
เห็นน้องอาร์ตถามถึงเรื่องนี้ ไม่ทราบว่า น้องอาร์ตเคยลองเอาชื่อคุณหมอที่อาร์ตฉีดหน้า พูดออกอากาศว่าทำกับหมอคนนี้คนเดียวมาตลอด (หลายปีก่อนที่อาร์ตทำกับพี่ พี่ขอไม่นับนะครับ)
“ลองเอาชื่อตรวจสอบในแพทยสภา” หรือยังว่าเป็นหมอเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการ หรือ #เป็นหมอด้านความงาม เวชศาสตร์ทั่วไป ผู้ใช้ #วุฒิผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม แบบพี่ เรื่องนี้ วงการความงามแพทย์ไทยทราบกันดีครับ
ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็น พี่หมอก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่ได้พูดถึงอาร์ต และได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยขอโทษไปแล้ว (แม้จะไม่จำเป็นต้องขอโทษก็ได้) เป็นห่วงสุขภาพครับ ปล่อยวางบ้างอาร์ต คนใกล้ ๆ อาร์ตตอนนี้ สะกิดน้องมันหน่อยก็ดี ดูร้อนรุ่ม ร้อนตัว อยู่ไม่นิ่ง อย่าเครียดครับ มีอะไรถามได้ตลอดหน้าเพจอาร์ตนั่นแหละ เดี๋ยวคนก็เอามาให้อ่านเอง แต่ที่ต้องตัดสินใจบล็อกอาร์ตไปเมื่อวานก็ไม่ใช่อะไรครับ แค่รำคาญแท็กมาอยู่นั่นทั้งวัน”