“วิลาศ” พาทัวร์รัฐสภาหมื่นล้าน ! แฉกระบวนการโกงกินยับ
“วิลาศ” พาทัวร์รัฐสภาหมื่นล้าน ! แฉกระบวนการโกงกินยับ เผยกระบวนการตรวจสอบงานไม่ได้มาตรฐาน ไม่สอดรับสภาพเศรษฐกิจ ใช้เงินภาษีประชาชนจนล้น
วันที่ 15 พ.ค.68 ปัญหาเรื้อรังนานกว่า 10 ปี "สัปปายะสภาสถาน” โครงการอภิมหาคอร์รัปชัน งบกว่า 2,700 ล้านบาท โดยวันนี้ทีม The Room 44 ลงพื้นที่ติดตามมาตรฐานของอาคารรัฐสภา กับนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และอดีต กมธ.ป.ป.ช.
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นค่าใช้จ่ายภาครัฐในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย กับสถานการณ์พิษเศรษฐกิจในประเทศไทยตกต่ำ
โดย นายวิลาศ พยายามจะชี้จุด บกพร่องและจุดที่ไร้มาตรฐาน ในพื้นที่อาคารรัฐสภาแห่งนี้ โดยได้เริ่มจุดแรกที่ ลานประชาชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญสำหรับการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แต่ภาพที่เราเห็นกลับกลายเป็นพื้นที่รกร้าง เต็มไปด้วยใบไม้ และโต๊ะที่ผุพัง
นายวิลาศ ยกตัวอย่างให้ทีมข่าวฟังอย่างละเอียด ระหว่างของการเดินสำรวจ ว่า เริ่มต้นที่ปัญหาที่จอดรถและน้ำรั่วซึม โดยปัจจุบันพบปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณชั้น B2 ของอาคารรัฐสภา คาดกว่า 100 จุด ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนการตรวจรับงาน และตนเองได้ร้องไปที่ ป.ป.ช. และแจ้งรัฐสภา ให้ชะลอการตรวจรับงาน เนื่องจากพบว่ามีการก่อสร้างผิดแบบ คือไม่มีผนังกันซึม แต่กลับมีการตรวจรับงานภายหลัง ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการใช้งบประมาณที่เหลือจากสภาฯ ไปจ้างเอกชนออกแบบทำที่จอดรถใต้ดินเพิ่มอีก 106 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับรายการก่อสร้างอาคารจอดรถที่ระบุอีก 1,500 ล้านบาท จึงมีคำถามว่าปัญหาเก่านี้ได้รับการแก้ไขหรือไม่ และที่น่าสังเกตคือในการประกวดราคาออกแบบระบุว่าเป็นการออกแบบอาคารจอดรถใต้ดิน จึงเป็นไปได้ว่าอาจมีเจตนาตั้งโครงการใหม่ขึ้นมาเพื่อกลบปัญหาเดิมที่สร้างไว้
นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลจากคนขับรถที่กำลังทำความสะอาดอยู่ภายในโรงจอดรถ ระบุว่า จุดนี้เป็นจุดที่มีน้ำท่วมขังเนื่องจากพื้นไม่มีความเรียบ ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ ซึ่งทำให้ทีมข่าวสามารถตั้งข้อสงสัยได้เลยว่า ยังมีอีกหลายจุดที่เป็นปัญหาแต่เจ้าหน้าที่ข้าราชการไม่มีใครกล้าออกมาพูดหรือไม่ ?
จุดต่อมา ศาลาแก้ว ของบปรับปรุงจำนวน 123 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงศาลาแก้ว 2 หลัง ซึ่งจากการตรวจสอบพบความผิดปกติ 3 ส่วน คือ ทางเดินเท้า ที่กำหนดให้ใช้หิน 60 x 60 ซม. แต่หินที่ใช้จริงคือขนาด 40 x 40 ซม. , บริเวณรอบศาลาแก้วซึ่งมีสระน้ำ พบกระเบื้องใต้สระน้ำหลุดล่อนจนยกตัวโผล่เหนือน้ำ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้น้ำซึมไปยังชั้น B1 จึงน่าสังเกตว่าการปรับปรุงศาลาแก้วด้วยการติดแอร์ อาจเป็นการใช้งบประมาณเพื่อรื้อของเก่าที่มีปัญหาออก แทนที่จะให้บริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญาเข้ามาแก้ไขปรับปรุง
การปรับปรุง สระมรกต ซึ่งเดิมมีเจตนาให้ใช้ความชื้นจากน้ำช่วยประหยัดไฟ ไม่ต้องติดแอร์ โดยเหตุผลที่อ้างในการปรับปรุงคือปัญหายุงลายและความปลอดภัยในการคัดกรองบุคคลขึ้นห้องสมุดชั้น 8-9 ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่ามาตรการตรวจบุคคลเข้าออกรัฐสภานั้นเพียงพออยู่แล้ว สิ่งที่เป็นข้อพิรุธคือบริเวณดังกล่าวมีการปูพื้นด้วยไม้ตะเคียนทอง แบบระบุขนาดไม้ต้องยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร และร่องห่างไม่เกิน 2 มม. แต่เมื่อนำผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบกลับพบว่า มีไม้ปลอมรวมอยู่ด้วย และความยาวไม้ผิดแบบ จึงน่าสงสัยว่าการใช้งบที่อ้างว่าเพื่อปรับปรุงสระมรกตอาจเป็นการปกปิดเรื่องเก่า เพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายวิลาศ ระบุต่อว่า ตนเองได้ติดตามตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มาโดยตลอด โครงการนี้คือที่สุดของความยอดแย่ในทุกด้าน “การก่อสร้างความเละเทะที่สุด สร้างผิดแบบมากที่สุด โกงมากที่สุด” ซึ่งเฉพาะโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ตนได้ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ให้เข้ามาตรวจสอบแล้วถึง 56 กรณีด้วยกัน แต่กลับไม่ได้รับการแก้ปัญหาอะไรเลย
อีกทั้ง การของบประมาณเพิ่มเติมไม่มีความสมเหตุสมผล ซึ่งในปัจจุบันอาคารรัฐสภายังอยู่ในระยะประกัน และเมื่อตั้งงบประมาณในการปรับปรุงเพิ่มเติมแบบนี้ ก็ทำให้สอดคล้องกับการนินทาของสังคมซึ่งในสัญญาก่อสร้าง ระบุไว้ว่า ในช่วงระยะเวลาประกันของปีนี้ถ้าเจอ การก่อสร้างที่บกพร่อง ไม่ตรงตามแบบ ก็ควรแจ้งให้ผู้รับเหมารับทราบด้วย ซึ่งผู้รับจ้างก็ควรจะแก้ไข ภายใน 15 วัน ภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
ซึ่งที่ผ่านมา ตนเองยังไม่เคยพบว่า จุดที่บกพร่องได้รับการแก้ไขแล้ว และเท่าที่ตนเองมีความรู้เรื่องวิศวกร “ ผู้รับจ้างในประเทศไทย นิสัยจะเหมือนกัน คือจะรู้กันกับผู้ว่าจ้าง และเชื่อว่าไม่ได้มีการแจ้งว่างานมีความบกพร่อง “
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มงบก่อสร้างอาคารรัฐสภา ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่ถูกวิพากวิจารณ์อย่างมาก โดยรัฐสภาเตรียมขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการ 15 โครงการ มูลค่าสูงถึง 2,773 ล้านบาท ทิศทางและข้อสรุปจะเป็นอย่างไรต้องชวนคุณผู้ชมร่วมกันตรวจสอบในเรื่องนี้ค่ะ