“นิรโทษกรรม” ฉบับภาคประชาชน-รวมไทยสร้างชาติ ความแตกต่างและความเหมือน
“นิรโทษกรรม” ฉบับภาคประชาชน-รวมไทยสร้างชาติ ความแตกต่างและความเหมือน
จากกรณีที่ในวันที่ 9 ก.ค. 68 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีมติพิจารณาร่างพรบ.นิรโทษกรรมซึ่งก่อนหน้านี้มีทั้งกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองเสนอพรบ.ฉบับนี้เข้ามาในสภา เป็นจำนวนมากซึ่งมีความคล้ายคลึงกันคือนิรโทษกรรมผู้ต้องหาคดีการเมืองทั้งตั้งแต่ความขัดแย้งในอดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งมีสองร่างที่มีความแตกต่างกันในบางส่วนคือของพรรครวมไทยสร้างชาติ กับฉบับภาคประชาชน
โดยของพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น กำลังจะกลายเป็นร่างหลัก เพราะคณะรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยไม่ได้นำเสนอร่างฉบับอื่นเข้ามาในสภา จึงถือว่าเป็นร่างฉบับเดียวจากพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ โดยมีเนื้อหาเพื่อจะยุติการดำเนินคดีทางการเมือง ซึ่งย้อนกลับไป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2565 เว้นคดีมาตรา 112, คดีทุจริต, และคดีฆ่าคนตายหรือทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต ซึ่งเป็นร่างที่ตั้งขอสังเกตว่าจะไม่รวมกับคดีทางการเมืองในปี 2566เป็นต้นมา ซึ่งฉบับพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีความคล้ายคลึงกับร่างของพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ที่นิรโทษกรรมตั้งแต่ปี 2549-2565
ในส่วนของประชาชนนั้น เสนอให้เริ่มต้นนับเวลาความขัดแย้งจากวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นวันที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ทำรัฐประหารรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคล้ายคลึงกับร่างฉบับของอดีตพรรคก้าวไกลที่ย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 ซึ่งเป็นช่วงที่การชุมนุมต่อต้านทักษิณ ชินวัตร เริ่มยกระดับเป็นการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนมาถึงการที่พรบ.ประกาศใช้โดยรวมถึงคดีทางการเมืองในปี 2566 ขึ้นด้วย และอีกจุดที่สำคัญคือการนิรโทษกรรมคดี 112 รวมไปด้วย
ซึ่งทั้งสองร่างนี้มีความแตกต่างกันคือ ฉบับของพรรครวมไทยสร้างชาติกับภาคประชาชนนั้น จะมีกรอบของเวลาที่ไม่เหมือนกันและจุดขัดแย้งที่ทำให้ของพรรครวมไทยสร้างชาตินั้นจะได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุดคือจุดยืนที่จะไม่นิรโทษกรรมผู้มีความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งก็ต้องมาคอเฝ้าดูกันต่อไปว่ามติตามสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะเห็นออกมาในทิศทางไหนมากที่สุด