โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจผู้รอดชีวิต 1 เดียว จากโศกนาฏกรรม “แอร์ อินเดีย” ตก

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 08.01 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) มีโอกาสพูดคุย“ราเมช วิสวาชกุมาร” (Ramesh Viswashkumar) ชายชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย วัย 40 ปี ซึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่ง 11A บนเครื่องบินลำเกิดเหตุ และเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบิน “แอร์ อินเดีย” ประสบอุบัติเหตุตกในเมืองอัห์มดาบัด รัฐคุชราต ประเทศอินเดีย เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (12 มิ.ย. 68) ขณะกำลังเดินทางกลับอังกฤษกับพี่ชายที่นั่งอยู่คนละแถวกัน

เจ้าตัวเล่าว่า เขาเห็นทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา จนไม่อยากจะเชื่อว่ารอดชีวิตมาได้ยังไง ตอนแรกนึกว่าตัวเองตายไปแล้วด้วยซ้ำ จนเมื่อลืมตาขึ้นมาถึงรู้ว่าตัวเองยังไม่ตาย และพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งเพื่อหนีออกมา รอบตัวมีร่างของแอร์โฮสเตสและผู้โดยสารรายอื่นๆ ที่เสียชีวิตเต็มไปหมด

ชายผู้รอดชีวิตบอกด้วยว่า หลังจากเครื่องเทกออฟขึ้นบินได้ไม่ถึงนาที อยู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนเครื่องบินหยุดนิ่งกลางอากาศสัก 5-10 วินาที ในเคบินผู้โดยสารมีไฟสีเขียวและสีขาวกะพริบขึ้นมา เขารู้สึกเหมือนเครื่องยนต์พยายามจะพาเครื่องบินขึ้น แต่ทำได้ไม่สำเร็จ ตัวเครื่องกลับพุ่งชนไปที่ตัวอาคารด้านหน้าแทน

ถามว่ารอดชีวิตมาแบบไหน “ราเมช วิสวาชกุมาร” เล่าว่า หลังเครื่องบินชนตึก เนื่องจากเขานั่งอยู่ที่นั่งริมสุด มองเห็นมีที่ว่างอยู่นอกตัวเครื่อง จึงพยายามเอาตัวแทรกออกมาจากประตูฉุกเฉินใกล้ที่นั่งที่หลุดพังออกจากตัวเครื่องบินเพราะแรงกระแทก จนพาตัวออกมาได้ คาดว่าเพราะที่นั่งอีกฝั่งตรงข้ามกับเขาหลังเครื่องบินชน ตัวเครื่องอยู่ติดกับผนังตึกพอดี ก็เลยไม่เหลือช่องว่างให้แทรกตัวออกมาได้เหมือนกับเขา

หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล แพทย์ระบุว่า พบบาดแผลไปทั่วทั้งตัวของ “ราเมช วิสวาชกุมาร” แต่บาดแผลทั้งหมดไม่ได้ร้ายแรงจนมีอันตรายถึงชีวิต ขณะที่ลูกเรือและผู้โดยสารอีก 241 คนบนเครื่อง เสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ที่พบร่างแล้วอยู่ที่ 275 ราย.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...