โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

DPU ผนึก CSC จัดงานนิทรรศการอุดมศึกษาจีน 2025 ครบรอบ 50 ปีทองแห่งสัมพันธ์ไทย-จีน

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.32 น. • เดลินิวส์
DPU ผนึก CSC จัดงานนิทรรศการอุดมศึกษาจีน 2025 ครบรอบ 50 ปีทองแห่งสัมพันธ์ไทย-จีน หนุนเยาวชนไทยศึกษาต่อระดับโลก

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ คณะกรรมการทุนการศึกษาจีน (China Scholarship Council: CSC) กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้จัดงาน "นิทรรศการการอุดมศึกษาจีน" หรือ 2025 China Higher Education Exhibition ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ งานนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศจีน รวมถึงสถาบันการศึกษาชั้นนำในกลุ่ม 985/211 (Project 985/211) หรือกลุ่มมหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกและสนับสนุนเป็นพิเศษจากรัฐบาลจีน ได้เข้ามานำเสนอความก้าวหน้าทางการศึกษา รวมถึงนโยบายทุนการศึกษาที่น่าสนใจแก่เยาวชนไทย ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับข้อมูลการศึกษาต่อในจีนอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบการศึกษา ขั้นตอนการรับสมัคร ข้อมูลหอพัก หรือแม้แต่รายละเอียดเกี่ยวกับทุนการศึกษาและนโยบายด้านวีซ่า นอกจากนี้การจัดงานมุ่งเน้นการสื่อสารแบบตัวต่อตัว เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักวิชาการ นักศึกษา และความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างจีนกับนานาชาติ โดยยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นการสานต่อความสำเร็จจากการจัดงานมหกรรมการศึกษาจีนครั้งแรก เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา

DPU ขับเคลื่อนความร่วมมือทางการศึกษา
ในฐานะองค์กรผู้จัดงาน ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้กล่าวต้อนรับพร้อมกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงาน โดยเฉพาะ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คุณสวี่ หลัน ที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รวมถึงคุณเถียน ลู่ลู่ รองเลขาธิการคณะกรรมการทุนการศึกษาจีน โดย ดร.ดาริกา ชี้ให้เห็นถึงบริบทภาษาจีนที่กลายเป็นหนึ่งในภาษาที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก และยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นภายใต้นิยาม "ไทย-จีนเป็นพี่น้องกัน" ซึ่งได้รับการกล่าวขานมายาวนาน โดยตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างสองประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในหลายมิติ ทั้งด้านการทูต การค้า เศรษฐกิจ และการศึกษา ดร.ดาริกา เน้นย้ำว่า "ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นนี้ นำไปสู่ความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และสื่อสารภาษาจีนได้ดีอย่างยิ่งในปัจจุบัน" ด้วยเหตุนี้เอง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จึงได้จัดการเรียนการสอนภาษาจีนในระดับปริญญาตรีมานานกว่า 30 ปีแล้ว

ปัจจุบัน DPU มีทั้งหลักสูตรปริญญาตรีสาขาภาษาจีนธุรกิจ รวมถึงหลักสูตรปริญญาตรี โท และเอกอีกหลายสาขาที่ใช้ภาษาจีนในการจัดการเรียนการสอน ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมเสริมทักษะให้นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง การประกวดทักษะภาษาจีน โครงการเข้าค่ายที่ประเทศจีน และการจัดสอบวัดระดับภาษาจีน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมทักษะเหล่านั้น มหาวิทยาลัยยังได้รับเกียรติเป็นที่ตั้งของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และได้ร่วมมือกับสถาบันฯ ในการเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนอย่างจริงจังเสมอมา นอกจากนี้ ดร.ดาริกา ยังได้กล่าวชื่นชมศิษย์เก่าและบุคลากร DPU ที่ได้รับทุนจาก China Scholarship Council และมหาวิทยาลัยหลายแห่งในจีน ซึ่งหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว พวกเขาเหล่านี้ได้กลับมาเป็นกำลังสำคัญของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ในช่วงท้าย ดร.ดาริกา ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นว่า DPU พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เยาวชนไทยได้คว้าโอกาสทางการศึกษาในระดับโลก และเชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างอนาคตที่สดใสให้กับนักเรียนไทยทุกคน

การศึกษาคือ รากฐานความเจริญรุ่งเรือง
ขณะที่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวปาฐกถาและแสดงความยินดีที่ได้เห็นความร่วมมือด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่พัฒนาไปอีกขั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งสองประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรือง โดยขอชื่นชมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดงานนิทรรศการอุดมศึกษาจีนครั้งนี้ และชื่นชมความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ในการบริหารจัดการ พร้อมกันนี้ท่านยังเน้นว่า "การไปศึกษาต่อในประเทศจีนนั้น เป็นการส่งออกที่ดีที่สุดของทั้งสองประเทศ เพราะทั้งไทยและจีนได้ส่งบุคลากรออกไปศึกษา และได้กำลังคนกลับมา พร้อมด้วยเครือข่ายที่ได้สร้างไว้สมัยยังเรียนอยู่" นอกจากนี้ยังบอกว่า "นักศึกษาไทยที่ไปเรียนที่จีนอย่าเอาแต่เรียนอย่างเดียว แต่ต้องสร้างคอนเนกชั่นกับเพื่อนฝูง กับครูบาอาจารย์ เพื่อวันหนึ่งเมื่อเรากลับมาแล้วจะได้เป็นฟันเฟืองของชาติ"

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าวเสริมอีกว่า การเลือกไปเรียนต่อที่จีนเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เนื่องจาก "จีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่ในอนาคตอีก 5-10 ปี เราจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญ" และย้ำถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดว่า "ไทยและจีนเปรียบดังมหามิตรที่ผูกพันกันมาช้านาน และเป็นมหามิตรที่อยู่ใกล้ไทยมากที่สุดไม่ว่าจะในด้านภูมิประเทศ เวลา และภาษา"

ท้ายที่สุดนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก หวังว่าในอนาคตจะมีการสานต่อความร่วมมือด้านทุนการศึกษาและการแลกเปลี่ยนบุคลากร โดยเฉพาะในสาขา AI ที่จีนมีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากจีนได้พัฒนาองค์ความรู้ในด้านนี้อย่างดีเยี่ยม และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์ให้ไทยอย่างจริงใจ ด้วยความมุ่งมั่นนี้เอง ท่านเชื่อมั่นว่าความสำเร็จเหล่านี้จะหยั่งรากลึกเชื่อมใจประชาชนทั้งสองชาติให้มีความสัมพันธ์ที่ "แน่นแฟ้นและมั่นคง โอนอ่อนแต่ไม่อ่อนแอ เพราะยังคงมีความช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่เสมอ" ซึ่งเป็นการตอกย้ำมิตรภาพอันยาวนาน

ครบรอบ 50 ปีทองแห่งมิตรภาพ "จีน-ไทย เป็นครอบครัวเดียวกัน"
ด้าน คุณสวี่ หลัน ที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ รวมถึงกล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่เตรียมงานได้อย่างยอดเยี่ยมและราบรื่น ก่อนจะระบุถึง ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนานกว่าพันปีระหว่างจีน-ไทย ความสำเร็จของการแลกเปลี่ยนความร่วมมือในทุกๆ ด้าน ล้วนเกิดขึ้นภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์อันดี โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ถือเป็น "50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย" ที่มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งต่อภาคการศึกษาของทั้งสองชาติ และมอบพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาในอนาคต ที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา ยังเน้นย้ำว่า การร่วมมือทางการศึกษาเป็นสายสัมพันธ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะเชื่อมโยงหัวใจของภาคประชาชนให้มีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งเป็นรากฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างไม่รู้จบ โดยชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันจีนมีสถาบันอุดมศึกษากว่า 3,000 แห่ง และได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาครอบคลุมทั่วโลกอย่างกว้างขวาง โดยแต่ละปีมีนักศึกษาไทยกว่าหมื่นคนเดินทางไปศึกษาต่อที่จีน ซึ่งแสดงถึงพลวัตและความกว้างขวางของการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาที่ชัดเจน "อยากจะขอเชิญชวนเยาวชนไทยที่มีความมุ่งมั่นให้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน เพื่อสืบทอดมิตรภาพระหว่างจีนไทย ร่วมกันเขียนบทใหม่แห่งความร่วมมือทั้งสองฝ่าย จนก่อให้เกิดเป็นสะพานเชื่อมอนาคตของทั้งสองประเทศสืบไป"

CSC ย้ำความสัมพันธ์และโอกาสทางการศึกษา
คุณเถียน ลู่ลู่ รองเลขาธิการคณะกรรมการทุนการศึกษาจีน (CSC) ได้กล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย สำหรับการต้อนรับอันอบอุ่นและการเตรียมงานอย่างดียิ่ง ซึ่งแสดงถึงความพร้อมของเจ้าภาพ โดยกล่าวว่า "จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดดุจภูผาและสายน้ำ" และตลอด 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต สองประเทศได้เดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอย่างแน่นแฟ้น ในฐานะหุ้นส่วนที่ไว้วางใจและเป็นแบบอย่างความร่วมมือระดับภูมิภาค รองเลขาธิการ CSC อธิบายต่อว่า ภายใต้กรอบ Belt and Road Initiative ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศทวีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งการแลกเปลี่ยนบุคลากร ความร่วมมือทางวิชาการ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งล้วนเติมเต็มพลังแห่งการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง CSC มุ่งมั่นส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์มาโดยตลอด โดยปัจจุบันมีนักศึกษาและนักวิชาการไทยกว่า 5,900 คนได้รับทุนจากรัฐบาลจีน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาอย่างแท้จริง คุณเถียน ยังชี้ว่า การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอความก้าวหน้าทางการศึกษาของจีนและนโยบายการศึกษาต่อ แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อเชิญชวนเยาวชนไทยที่มีความสามารถไปศึกษาต่อที่จีน และยังได้อ้างอิงคำกล่าวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ว่า "มิตรภาพจีน-ไทยสืบทอดกันมานับพันปี" รวมถึง "จีน-ไทยเป็นครอบครัวเดียวกัน" รองเลขาธิการ CSC ได้กล่าวทิ้งท้ายแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับวงการศึกษาไทย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาระดับสูง และขยายโอกาสให้นักศึกษาและนักวิชาการของทั้งสองประเทศได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งจะนำไปสู่การ "ร่วมกันเก็บเกี่ยวผลสำเร็จแห่งความร่วมมือทางการศึกษา" อันเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

สำหรับงาน "นิทรรศการการอุดมศึกษาจีน 2025" ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักเรียน นักวิชาการ และผู้บริหารจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ที่ร่วมรับฟังและแบ่งปันวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย ผศ. ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ, ผศ. ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์, ดร.โหยว เสียง คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน และ คุณธนเดช กิจศุภไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันภาษาจีน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รศ.เฉิน เวย ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ผู้บริหารและตัวแทนจากมหาวิทยาลัยจีนทั้ง 27 แห่ง สื่อมวลชนทั้งไทยและจีน รวมถึงนักเรียนจากโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก สร้างความครึกครื้นให้แก่งานเป็นอย่างยิ่ง

งานในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีสำหรับข้อมูลการศึกษาต่อเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสะพานแห่งมิตรภาพไทย-จีน ที่จะเสริมสร้างรากฐานความร่วมมือทางการศึกษาและวัฒนธรรม ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และช่วยให้นักเรียนไทยจำนวนมากได้สานฝันเส้นทางการศึกษาต่อในประเทศจีน เพื่อร่วมกันเขียนบทใหม่แห่งความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศให้ก้าวหน้าและยั่งยืนตลอดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...