โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ผบช.ภ.3' สั่งยกระดับสูงสุด 4 จว. พบสัญญาณผิดปกติ ปราสาทตาเมือนธม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 00.16 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 07.02 น.

21 ก.ค.ที่สภ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน 'ผบช.ภ.3' ออกคำสั่งด่วนให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งยกระดับการเตรียมพร้อมสูงสุด หลังพบสัญญาณความเคลื่อนไหวผิดปกติบริเวณ แนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไม่ถึง 1 กิโลเมตร

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต้องอยู่บนหลักกฎหมาย ความอดทน และความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนอาจเกิดความตึงเครียด “เราจะไม่ปล่อยให้ความไม่มั่นคงข้ามพรมแดนเข้ามา ความปลอดภัยของประชาชนคือภารกิจสูงสุดของตำรวจภูธรภาค 3 ขอให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น ยึดหลักกฎหมาย และหลักยุทธวิธีอย่างเคร่งครัด”

พล.ต.ท.วัฒนา. กล่าวว่า พื้นที่เป้าหมายเฝ้าระวังเข้มหน่วยงานในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับคำสั่งให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยใน 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์,บุรีรัมย์ ,ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

โดยเฉพาะอำเภอพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่มีชายแดนติดต่อโดยตรงกับกัมพูชา และอยู่ใกล้โบราณสถานสำคัญอย่าง “ปราสาทตาเมือนธม” ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความอ่อนไหวทั้งทางประวัติศาสตร์และความมั่นคง

สำหรับมาตรการภาคสนาม เพื่อความมั่นคงของพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชน ได้สั่งการไปคือ 1. จัดตั้งจุดตรวจถาวร 24 ชั่วโมงบริเวณรอบแนวป่าใกล้ชายแดน 2. ติดตั้งกล้องวงจรปิดเชื่อมศูนย์สั่งการ และใช้ โดรนบินลาดตระเวน เพื่อตรวจการณ์ต่อเนื่อง. 3. ประสานหน่วยข่าวกรองตำรวจ–ทหาร–ฝ่ายปกครอง เพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า 4. จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) ณ สภ.พนมดงรัก ให้เป็นฐานบัญชาการภาคสนาม

โดยมี พล.ต.ต.ประสงค์ เรืองเดชรอง ผบช.ภ.3 เป็นผู้บัญชาการประจำพื้นที่ 5. วางแผนอพยพประชาชนหมู่บ้านแนวชายแดน หากสถานการณ์บานปลาย 6. จัดชุดปฏิบัติการร่วม (ตำรวจ–ฝ่ายปกครอง–อปพร.–อาสาสมัคร) ดูแลหมู่บ้าน–โรงเรียน–สถานพยาบาล–ศูนย์ราชการทุกจุด

พร้อมปกป้องประชาชนคือภารกิจสูงสุด นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในแนวชายแดนเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยเน้นปกป้อง โรงพยาบาลพนมดงรัก และสถานพยาบาลใกล้เคียง โรงเรียนในรัศมี 30 กิโลเมตร ศูนย์ราชการ–อปท.–ศูนย์อพยพ หมู่บ้านในแนวตะเข็บชายแดนทุกแห่ง

ด้านพล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการภูธรจังหวัดสุรินทร์ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เรียกกำลัง กองร้อยควบคุมฝูงชน ของ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และ ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดละ 1 กองร้อย รวมจำนวน 340 นาย เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน ชุดพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ตามแนวชายแดน เพื่อกำชับการปฏิบัติ ในการเฝ้าติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวชายแดนไทย-กัมพูชา และปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังโดยเคร่งครัดต่อไป และให้รายงานผลการปฏิบัติต่อ ศปก.ภ.3 และ ศปก.ตร. ทราบทุกระยะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...