โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิกฤตชายแดนสะเทือนเศรษฐกิจ จะเกิดอะไรขึ้นหากไทยไม่พึ่งพาแรงงานกัมพูชา

BT Beartai

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 12.31 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 12.08 น.
วิกฤตชายแดนสะเทือนเศรษฐกิจ จะเกิดอะไรขึ้นหากไทยไม่พึ่งพาแรงงานกัมพูชา

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองระหว่างไทย-กัมพูชา ที่เริ่มลุกลามไปในหลายมิติ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ “แรงงานข้ามชาติ” โดยเฉพาะชาวกัมพูชา ที่มีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทยมายาวนาน แต่ถ้าสถานการณ์การสู้รบกันครั้งนี้สิ้นสุดลง แล้วแรงงานกลุ่มนี้หายไป เศรษฐกิจไทยจะยังเดินหน้าต่อได้ไหม ?

สถานการณ์แรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

จากรายงานของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงาน เดือนมิถุนายน 2568 ระบุว่าประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานทั่วราชอาณาจักรทั้งสิ้น 4,064,810 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากและสะท้อนถึงการพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวในระบบเศรษฐกิจไทย แรงงานเหล่านี้จำแนกตามลักษณะการเข้าเมืองได้ดังนี้

  • มาตรา 59 (แรงงานทั่วไปและ MOU) จำนวน 824,933 คน (ประเภททั่วไป 132,621 คน และนำเข้าตาม MOU 692,312 คน)

  • มาตรา 62 (ส่งเสริมการลงทุนและกฎหมายอื่น ๆ) จำนวน 60,275 คน

  • มาตรา 63/1 (ชนกลุ่มน้อย) จำนวน 100,410 คน

  • มาตรา 63/2 (ตามมติคณะรัฐมนตรี) จำนวน 3,041,287 คน

  • มติ ครม. 24 ก.ย. 67 (จดทะเบียนสถานะไม่ถูกกฎหมาย) 1,010,592 คน

    • มติ ครม. 24 ก.ย. 67 และ 4 ก.พ. 68 (ต่ออายุ) 2,030,695 คน
  • มาตรา 64 (ทำงานไป-กลับหรือตามฤดูกาล) จำนวน 37,905 คน

ในจำนวนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดกว่า 4 ล้านคนนี้ เป็นแรงงานจากกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีสัดส่วนสูงถึง 3,826,856 คน แบ่งเป็นมากที่สุดอันดับ 1 จาก เมียนมา (หรือพม่า) จำนวน 2,987,988 คน รองลงมาคือ กัมพูชา จำนวน 512,184 คน และอันดับ 3 คือ ลาว จำนวน 289,217 คน

จะเห็นได้ว่าแรงงานจากกัมพูชาคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13% ของแรงงานต่างด้าวทั้งหมดในประเทศไทย แม้จะน้อยกว่าแรงงานเมียนมา แต่ก็ถือเป็นกำลังสำคัญและมีความจำเป็นในหลายภาคอุตสาหกรรมของไทย

ภาพแรงงานกัมพูชา ที่มา khmertimeskh.com

ความสำคัญของแรงงานกัมพูชาต่อเศรษฐกิจไทย

แรงงานจากกัมพูชามีบทบาทสำคัญในภาคส่วนที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น (labor-intensive) ซึ่งมักเป็นงานที่แรงงานไทยหลีกเลี่ยงหรือไม่เพียงพอ หากไม่มีแรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานแทน จะเกิดปัญหา “กำลังคนขาดแคลน” อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภาคธุรกิจหลักดังต่อไปนี้

ภาคก่อสร้าง แรงงานกัมพูชาเป็นกำลังหลักในงานที่ใช้แรงกายสูง เช่น การแบกปูน เทคอนกรีต และก่ออิฐ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์

ภาคการผลิตอาหาร โรงงานแปรรูปอาหารหลากหลายประเภท ตั้งแต่โรงงานปลากระป๋องไปจนถึงโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ล้วนพึ่งพาแรงงานต่างด้าวรวมถึงแรงงานกัมพูชาในกระบวนการผลิต

ภาคเกษตรและปศุสัตว์ ในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ แรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานตามฤดูกาลเพื่อช่วยเก็บเกี่ยวพืชผล ดูแลปศุสัตว์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องการความต่อเนื่องและแรงงานจำนวนมาก

ภาคบริการ โรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งใช้แรงงานกัมพูชาในตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด ล้างจาน และเสิร์ฟ ซึ่งช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจบริการ

ภาพแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ที่มา phnompenhpost.com

การเคลื่อนไหวของแรงงานกัมพูชา หลังเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชา

เหตุการณ์ปะทะกันที่ชายแดนทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย แรงงานจำนวนมากกลัวว่าจะเกิดสงครามเต็มรูปแบบและอาจถูกทำร้ายหากยังอยู่ในประเทศไทย

มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดในหมู่แรงงานกัมพูชาว่าใครไม่กลับ จะถูกตัดชื่อออกจากประเทศ หรือถูกยกเลิกสิทธิ์ต่าง ๆ ทำให้แรงงานตัดสินใจเดินทางกลับแม้จะไม่อยากกลับก็ตาม

จากการประเมินของ อดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) คาดว่าอาจมีแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศราว 200,000 คน จากทั้งหมดประมาณ 500,000 คน ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนย้ายแรงงานระลอกใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือน

ผลกระทบหากไทยปฏิเสธไม่รับแรงงานกัมพูชา

การที่ประเทศไทยจะตัดสินใจปฏิเสธไม่รับแรงงานจากกัมพูชาอย่างสิ้นเชิงนั้นเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้ว่าในสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองอาจมีการใช้ประเด็นแรงงานเป็นเครื่องมือ

แต่ในทางปฏิบัติ การดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

1. แรงงานกัมพูชากว่า 500,000 คนเป็นส่วนสำคัญในหลายภาคส่วนเศรษฐกิจไทย การดึงแรงงานเหล่านี้ออกไปอย่างกะทันหันจะสร้างภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง

2. ข้อตกลงและกรอบความร่วมมือ ไทยและกัมพูชามี MOU ด้านแรงงาน ซึ่งเป็นการจัดระเบียบและอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงาน การยกเลิก MOU จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของไทยในฐานะคู่ค้าและประเทศที่ให้ความร่วมมือ

3. ปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย หากมีการปิดช่องทางถูกกฎหมาย อาจทำให้แรงงานกัมพูชาจำนวนมากพยายามลักลอบเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มภาระในการควบคุมและปราบปราม และอาจนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

มาตรการรองรับและทางเลือก

แม้ว่าการปฏิเสธแรงงานกัมพูชาโดยสิ้นเชิงจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่หากมีความจำเป็น ไทยอาจต้องพิจารณามาตรการรองรับและทางเลือก

1. เพิ่มการนำเข้าแรงงานจากประเทศอื่น ขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ เช่น เมียนมา ลาว และพิจารณาประเทศอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการส่งแรงงาน อย่างไรก็ตาม แรงงานเมียนมาเองก็มีข้อจำกัดจากสถานการณ์ภายในประเทศ และแรงงานลาวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งหมด

2. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่สามารถเข้ามาทดแทนแรงงานคนในภาคส่วนที่สำคัญ เช่น การเกษตรและอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวในระยะยาว

3. พัฒนาทักษะและศักยภาพแรงงานไทย ส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้เข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และอาจพิจารณาแรงจูงใจให้แรงงานไทยทำงานในภาคส่วนที่ขาดแคลนแรงงานต่างด้าว แม้จะเป็นงาน 3D

4. การจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ ทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า การบริหารจัดการ และการคุ้มครองแรงงานต่างด้าวให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจปฏิเสธไม่รับแรงงานจากกัมพูชาไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายและจะมีผลกระทบในเชิงลบอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย แรงงานกัมพูชาเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างแรงงานในภาคส่วนที่คนไทยไม่นิยมทำ การหาแรงงานทดแทนในจำนวนที่เพียงพอและมีทักษะเหมาะสมนั้นเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง การใช้ประเด็นแรงงานเป็นเครื่องมือทางการเมืองควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบในระยะยาว และไทยควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภาพรวม

ภาพจาก khmertimeskh.com, phnompenhpost.com และ Freepik

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...